4
นักศึกษาตัวแสบ
ธัญยกรยอมให้โอกาสสามีของเธอเพราะเห็นแก่ลูกและเขาก็สัญญากับเธอว่าเขาจะปรับปรุงตัวซึ่งผ่านมาสองสัปดาห์เขาก็มาหาลูกทุกสัปดาห์เธอจึงคิดว่าเขาคงปรับตัวแล้ว ทำให้เธอเริ่มสบายใจขึ้นมาและดูมีความสุขมากขึ้น
วันนี้เธอจึงมาสอนนักศึกษาด้วยอารมณ์ดีมีความสุขมากกว่าที่ผ่านมาจนเพื่อนร่วมงานสังเกตได้ว่าเธอร่าเริงขึ้น
“แหม่ ๆ วันนี้อารมณ์ดีร่าเริงแจ่มใสแต่งหน้าแต่งตัวก็สวยขึ้นไปโชคดีอะไรมาหรือเปล่าค่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นอาจารย์สาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอ
“จะโชคดีอะไรล่ะคะ เมื่อเช้าเห็นสามีมาส่งด้วยสงสัยอารมณ์ดีเพราะเรื่องนี้แน่ ๆ” เพื่อนอีกคนพูดขึ้นมาพร้อมกับแซวเธอขึ้นมาแล้วก็ยิ้ม ๆ แซว ๆ เธอ
“พวกเธอก็พูดไปเรื่อย ฉันก็อารมณ์ดีอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้วมั้ย” ธัญยกรพูดกับเพื่อนอย่างเขิน ๆ ที่นาน ๆ ทีจะโดนแซวอย่างนี้
“จริงหรือเปล่า นาน ๆ เจอทีก็น่าจะจัดหนักอยู่นะ” เพื่อน ๆ ยังคงแซวเธอไม่เลิกจนเธอยิ้มหน้าแดงก่ำไปไม่เป็นเลยทีเดียว
“ไม่เอาไม่พูดด้วยแล้ว พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไปสอนดีกว่า” ธัญยกรพูดขึ้นมาก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นยิ้ม ๆ ตรงไปที่ห้องเรียนที่เธอต้องทำการสอน
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้สอนนักศึกษาห้องนี้เพราะวันนี้เธอมาสอนอาจารย์อีกคนที่ลาคลอดสามเดือน เธอต้องสอนนักศึกษาห้องนี้เป็นเวลาสามเดือน
นักศึกษาห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ห้องนี้เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งห้องที่เธอมาสอนวันนี้เมื่อเธอเดินเข้าไป เธอกวาดสายตาก็เห็นนักศึกษาหญิงแค่สามคนเท่านั้น
“สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน ตั้งแต่วันนี้อาจารย์จะมาสอนแทนอาจารย์จินตนาเพราะอาจารย์จินตนาลาคลอดสามเดือน อาจารย์หวังว่าเราจะเรียนด้วยกันอย่างสนุกนะคะ” ธัญยกรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของนักศึกษาทุกคนยิ้ม ๆ
ธัญยกรก็เกร็ง ๆ เพราะเธอยังไม่เคยสอนห้องไหนที่มีผู้ชายเกือบทั้งห้องอย่างนี้
“อาจารย์น่ารักว่ะ มึงว่ามั้ย” นักศึกษาคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนของทิวเขาพูดขึ้นมาเบา ๆ แล้วก็ยิ้ม ๆ
ทิวเขาได้ยินก็ตบหัวเพื่อนเบา ๆ หนึ่งที “มึงพูดไปเรื่อยนั่นอาจารย์ไม่ใช่เพื่อนเล่นนิสัย”
“แล้วมึงเป็นเห้อะไรว่ะมาตบหัวกูอย่างนี้” โอโซนเพื่อนของทิวเขาพูดขึ้นมาแล้วก็จะยื่นมือไปตีทิวเขาจนทำให้เกิดเสียงดัง
“นักศึกษาคะ อาจารย์กำลังจะเริ่มสอนแล้วช่วยเงียบ ๆ หน่อยนะคะ” ธัญยกรมองไปที่ทิวเขาแล้วก็พูดขึ้นมา
“นั่นไงพวกแกสองคนเป็นอย่างนี้ทุกทีทะเลาะกันได้ทุกวี่ทุกวัน” ยลดาพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเพื่อนทั้งสองแล้วก็เดินไปนั่งตรงกลางโดยให้ทิวเขาไปนั่งขวามือของเธอ โอโซนนั่งซ้ายมือของเธอ
ที่บ้านของธัญยกร
ในขณะที่ธัญยกรกำลังสอนหนังสืออยู่นั้น สามีของเธอก็ได้นัดกับชู้รักของเขาเพื่อออกไปกินข้าวกันแต่ในระหว่างทางที่ทั้งเขาและเธอกำลังจะไปที่ร้านอาหาร นราธรก็นึกขึ้นได้ว่าเขาลืมกระเป๋าตังค์และมือถือของเขาไว้ที่บ้านจึงต้องกลับไปที่บ้าน
เมื่อทั้งเขาและเธอมาถึงที่บ้านก็เห็นลูกสาวตัวน้อยของเขากลับมาที่บ้านหลังจากที่ไปโรงเรียน เธอดีใจมาก ๆ ที่เห็นพ่อของเธอยังไม่ได้กลับไปทำงาน
“แด๊ดดี๊ขา ต้นเตยอยากให้แด๊ดดี๊มาอ่านนิทานให้หนูฟังจังเลยค่ะ” ต้นเตยบอกกับพ่อพลางจับมือของเขาให้เดินไปกับเธอด้วย
“ไม่ได้นะคะวันนี้แด๊ดดี๊ต้องไปทำธุระก่อนครับ” นราธรพูดขึ้นมาแต่อยู่ ๆ หัตถยาชู้รักของเขาที่เดินตามเขามาตอนไหนไม่รู้
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเล่นกันแป๊บนึงมั้ยคะ เดี๋ยวแม่มีมี่จะเล่นตุ๊กตาเป็นเพื่อน” หัตถยาพูดขึ้นมายิ้ม ๆ แล้วก็บอกให้เขารีบขึ้นไปเอากระเป๋าได้แล้ว
“พี่ขึ้นไปเอาของก่อนเถอะเดี๋ยวมีมี่เล่นกับลูกสาวพี่เอง”
“พี่ยิ้มผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะแล้วทำไมมากลับคุณพ่อด้วยแล้วมามี๊ของหนูไปไหนคะ” ต้นเตยเอ่ยถามพี่เลี้ยงแล้วก็รีบวิ่งไปหาพี่เลี้ยงทันทีเพราะเธอไม่คุ้นชินกับหัตถยา
“เป็นเพื่อนของแด๊ดดี๊ของหนูไงคะ มาเร็วมาเล่นกับแม่เร็วมา” หัตถยาพยายามเรียกต้นเตยให้ไปเล่นกับเธอแต่ดูท่าทางสาวน้อยจะไม่เอาด้วย
“ใครเป็นแม่คะ หนูมีแม่คนเดียวคือมามี๊เท่านั้นคะ” ต้นเตยพูดออกมาอย่างไร้เดียงสาแต่ก็ทำให้หัตถยาไม่ชอบใจแต่เธอก็ได้แต่เก็บอาการไว้เพราะเธอยังอยากได้พ่อของเธออยู่
“ต้นเตยแด๊ดดี๊ไปทำธุระก่อนนะคะ ไว้ตอนเย็นเจอกันนะคะ” นราธรพูดขึ้นมาแล้วก็รีบออกจากบ้านไปพร้อม ๆ กับชู้รักของเขา
ในขณะที่รถของนราธรเคลื่อนออกไป รถของธัญยกรก็ขับเข้ามาที่บ้านและเธอก็เห็นรถของสามีของเธอขับออกไป
“ยิ้มเมื่อกี้พี่นายน์ได้มาที่บ้านหรือเปล่า” ธัญยกรถามพี่เลี้ยงของลูกสาวทันทีด้วยความสงสัย
“มาค่ะ” ยิ้มพูดออกไปแค่นั้นเพราะเธอไม่อยากยุ่งเรื่องเจ้านายให้มากเพราะหน้าที่ของเธอคือเลี้ยงลูกของเจ้านายให้ดีที่สุดส่วนเรื่องอื่นเธอจะไม่ยุ่งเด็ดขาด
“อย่างนั้นหรอแล้วรู้หรือเปล่าว่าเขาออกไปไหนได้บอกอะไรไว้หรือเปล่า” ธัญยกรถามยิ้มต่อแต่ไม่ทันที่พี่เลี้ยงจะได้ตอบ ลูกสาวตัวน้อยของเธอก็พูดขึ้นมาเสียงดัง
“แด๊ดดี๊จะไปทำธุระค่ะ แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในบ้านด้วย แล้วก็เรียกตัวเองว่าเป็นแม่ของหนูด้วยค่ะ หนูก็เลยบอกว่าหนูมีแม่คนเดียวคือมามี๊ค่ะ” ต้นเตยพูดออกไปตามประสาเด็กน้อยซึ่งยิ้มก็ได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามความจริงที่เกิดขึ้น
“อย่างนั้นหรอคะ สงสัยเป็นเพื่อนแด๊ดดี๊ มามี๊ว่าเราไปอ่านนิทานกันดีกว่านะคะ” ธัญยกรทิ้งเรื่องของสามีไว้แค่ตอนนั้น เธอก็พาลูกสาวของเธอไปนอนฟังนิทานอย่างที่เธอเคยทำทุกวันแม้ว่าหัวใจของเธอมันเริ่มกลับมาหม่นหมองอีกครั้งหลังจากที่มันพึ่งสดใสได้ไม่นาน