5
ไปไหนมา
ธัญยกรรู้เรื่องจากลูกสาวของเธอก็ทำให้เธอเริ่มคิดกลับไปกลับมาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เพราะเขาไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิงคนไหนเลยที่เธอไม่รู้จักเพราะโดยส่วนมากเขาก็มีเพื่อนเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพื่อนผู้หญิงของเขาทุกคนเธอก็รู้จักเป็นอย่างดี
ธัญยกรนั่งรอสามีของเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่นหลังจากที่เธอส่งลูกสาวเข้านอนกับพี่เลี้ยงเรียบร้อยแล้ว
“นี่มันเที่ยงคืนแล้ว เขาไปไหนของเขา โทรหาก็ไม่ติด” ธัญยกรมองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ ทีวีซึ่งเข็มยาวกับเข็มสั้นชี้ไปที่เลขสิบสองเรียบร้อยแล้ว
ธัญยกรรู้สึกเป็นห่วงเขาเพราะกลัวเขาเป็นอะไรที่ไม่ดีเพราะเขาไม่สามารถติดต่อเขาได้
ธัญยกรนั่งจ้องไปที่หน้าบ้านอย่างจดจ่อรอสามีของเธอกลับมาที่บ้านอย่างร้อนใจ
นราธรกลับมาที่บ้านด้วยอาการมึนเมาเล็กน้อย เขาเดินเข้ามาในบ้าน เมื่อธัญยกรเห็นสามีของเธอเดินเข้ามาในบ้านเธอก็รีบพูดขึ้นมาในทันที
“ไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกรู้หรือเปล่าว่าคนรอใจแทบขาดแล้ว” นราธรที่ได้ยินอย่างที่ภรรยาของเขาพูดขึ้นมาเขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจและรำคาญ
“จะอะไรนักหนาก็แค่ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ แค่นั้นเอง ไม่เห็นต้องทำเป็นวุ่นวาย พี่ว่าเราขึ้นไปนอนดีกว่าพี่ไม่อยากให้เราต้องทะเลาะกันอย่างนี้” นราธรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอแล้วก็ยิ้ม ๆ ก่อนที่เขาจะอุ้มเธอขึ้นมาแล้วก็พาเธอเดินขึ้นบ้านไป
“พี่นายน์จะทำอะไร ปล่อยตาลลงเดี๋ยวตาลเดินเองได้” ธัญยกรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเขายิ้ม ๆ เพราะนานมากแล้วที่ทั้งสองไม่ได้หยอกเหย้ากันอย่างนี้ ทำให้ความโกรธและความเคลือบแคลงสงสัยในตัวสามีของเธอก็ได้หายวับไป
นราธรอุ้มเธอวางลงบนเตียงก่อนที่จะขึ้นไปคล่อมที่ร่างกายของเธอไว้แล้วก้มลงไปสูดดมที่ซอกคอของเธอ
เมื่อเขาก้มลงไปใกล้ ๆ เธอทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอไม่คุ้นเคยเพราะเธอจำกลิ่นน้ำหอมของสามีของเธอได้เป็นอย่างดี เขาไม่เคยเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเลยและเธอมั่นใจว่ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้เป็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงแต่เธอก็ไม่ได้ทักท้วงสามีของเธอเพราะตอนนี้เขากำลังเล้าโลมเธออย่างถึงพริกถึงขิงและตอนนี้ร่างกายของเธอก็กำลังเร่าร้อนไปกับการเล้าโลมของเขา
“อือ อ่า” เสียงครางในลำคอของเธอดังขึ้นมาในขณะเขาที่เขากำลังจะจับแท่งร้อนของเขาให้เข้าไปในปากทางถ้ำรักของเธอ
“พี่นายน์สวมถุงได้มั้ย พอดีตาลไม่ได้กินยาคุมแล้วก็ไม่ได้ฉีดยามาสักพักแล้ว” ธัญยกรพูดขึ้นมาอย่างนั้นแต่จริง ๆ แล้วเธอฉีดยาคุมมาไม่กี่วันก่อนหน้าแต่เธอแค่ไม่มั่นใจสามีของเธอเท่านั้น
“ได้สิ” นราธรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอแล้วก็รับถุงยางอนามัยมาจากมือของเธอก่อนที่จะสวมมันเข้าไปที่แท่งร้อนของเขา ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักของเขากับภรรยาของเขา
“อือ อ่า ซี๊ด อ่า อือ ไม่ไหวแล้ว พี่จะไม่ไหวแล้ว อือ” เสียงร้องครางกระเส่าของนราธรดังขึ้นมาเมื่อเขากำลังจะถึงจุดสุดยอดของเขาแต่เธอกลับไม่ได้มีความสุขในการร่วมรักกับเขาเธอแค่แสดงไปเพื่อเอาใจเขาเท่านั้น
แม้ว่าเขาจะถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ปรารถนาแล้วนั้นแต่เธอก็ไม่ได้ไปถึงจุดนั้นอย่างเขาเลยเพราะเธอมีความกังวลเรื่องของสามีของเธอทำให้ร่างกายของเธอไม่ตอบสนองจนสุดความต้องการของร่างกายในใจของเธอตอนนี้มีคำถามมากมายที่อยากจะถามเขาแต่เธอก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ต้องสั่นคลอนไปมากกว่าเพราะมันกำลังดีขึ้นมา
เธอไม่อยากเป็นคนขี้ระแวง เธอพยายามคิดไปอีกทางคือเธอต้องเชื่อใจสามีของเธอให้มากที่สุด
สามีของเธอกลับไปทำงานได้ไม่กี่วัน เธอทำความสะอาดห้องนอนก็เห็นกางเกงของสามีจึงจะเก็บไปไว้รอซัก เธอจึงตรวจเช็คว่ามีของในกางเกงหรือเปล่าซึ่งเธอทำอย่างนี้เป็นประจำก่อนที่จะนำเสื้อผ้าไปรอซักอยู่แล้ว
“นี่มันอะไร” ธัญยกรหยิบสายอะไรบางอย่างออกมาด้วยความสงสัย
เมื่อเธอพิจารณาดูดี ๆ อีกครั้งเธอก็รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งนี้คือสายเสื้อชั้นในของผู้หญิงและที่สำคัญมันไม่ใช่ของเธอ
“ของใครทำไมมาอยู่ในกางเกงพี่นายน์” ธัญยกรพูดออกมาน้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมาเรื่อย ๆ เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากสามีของเธอมีคนอื่น
“ฉันทนได้ทุกเรื่องแต่เรื่องมีคนอื่นฉันทนไม่ได้” ธัญยกรร้องไห้ออกมาทั้งเสียใจทั้งโกรธ ทั้งแค้นที่สามีของเธอหักหลังเธออย่างนี้
ธัญยกรรู้จักนิสัยของเขาดีว่าถ้าเธอพูดออกไปตรง ๆ หรือถามเขาไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะยอมรับเด็ดขาด เธอต้องมีหลักฐานและถ้าถึงตอนนั้นเธอก็จะขอหย่าถ้าไม่ยอมเธอก็ต้องฟ้องหย่าต่อไปเพราะเธอรับเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ เธอยอมทนได้ทุกเรื่องแต่จะให้เธอใช้สามีร่วมกับคนอื่นคนอย่างเธอไม่ทนแน่นอน
ธัญยกรจึงหยุดร้องไห้แล้วก็เริ่มหาข้อมูลของนักสืบเพื่อที่จะจ้างมาสืบสามีของเธอเพื่อที่จะได้มีหลักฐานจับเขาได้อย่างคาหนังคาเขา เธอได้ติดต่อนักสืบคนหนึ่งไปตามที่เพื่อนของเธอได้แนะนำมาซึ่งเพื่อนของเธอบอกว่าเขาทำงานได้ดีและเร็วมาก ๆ ธัญยกรจึงเลือกที่จะจ้างเขาทันที