บทที่1

1144 Words
"นี่มันอะไรกันต้นน้ำ ทำไมทางโรงเรียนถึงได้ส่งจดหมายมาที่บ้านบอกว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียนตั้งหลายอาทิตย์ มันหมายความว่ายังไง"ผู้เป็นพ่อฟาดซองจดหมายสีขาวประทับตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนลงบนโต๊ะตรงหน้าลูกสาวด้วยความขุ่นเคืองเนื่องจากทางโรงเรียนส่งจดหมาย ในข้อความระบุเอาไว้ว่า ต้นน้ำลูกสาวคนโตได้ขาดเรียนติดต่อกันหลายอาทิตย์จนแทบจะไม่มีสิทธิ์สอบทั้งที่ยังเหลืออีกแค่เทอมเดียวเท่านั้นก็จะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก "ห...หนู"ต้นน้ำก้มมองซองจดหมายริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงดวงตาเกลือกกลิ้งคล้ายคนกำลังคิดหาคำพูดแก้ตัว "หนูอะไร ต้นน้ำบอกพ่อกับแม่มาว่าทำไมทางโรงเรียนถึงส่งจดหมายนี้มาได้ หนูไม่ได้เข้าโรงเรียนใช่ไหม" "คือหนู"เม็ดเหงื่อไหลซึมไปตามไรผมเมื่อถูกผู้เป็นพ่อคาดคั้นและไหนจะแววตากดดันให้พูดความจริงจากผู้เป็นแม่ "ต้นน้ำ บอกพ่อเขาไปสิลูก" "คือหนู ฮึก"ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีคลื่นลูกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกลำคอ ร่างผอมบางแต่กลับมีสัดส่วนของวัยสาวหยัดกายลุกขึ้นรีบวิ่งไปยังทางห้องน้ำด้วยความเร็วสร้างความตกใจให้กับบิดาและมารดา อ๊วก อ๊วก เสียงอาเจียนดึงดูดให้ทั้งสองต้องรีบเดินไปยังทิศทางของห้องน้ำเห็นแผ่นหลังในชุดนักเรียนกำลังโก่งคออาเจียนอยู่อย่างหนัก ผู้เป็นแม่รีบเข้าไปช่วยลูบหลังให้หัวใจเต้นกระสับกระส่ายพิลึกชอบกลยามเมื่อมองปฏิกิริยาอาการของลูกสาวในตอนนี้ "ต้นน้ำ"ผู้เป็นแม่สะดุ้งด้วยความตกใจรีบคว้าร่างไร้เรี่ยวแรงของลูกสาวเข้ามากอด ผู้เป็นแม่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นอาการของลูกสาวในตอนนี้ "ต้นน้ำ หนูเป็นยังไงบ้างลูก" "หนูรู้สึกเวียนหัวจังเลยค่ะแม่"น้ำเสียงแผ่วเบาดังราวกับกระซิบเรี่ยวแรงหายจนไม่มีแรงพยุงตัวลุกขึ้นแต่เป็นจังหวะดีที่ต้นกล้าน้องชายฝาแฝดของต้นน้ำกลับมาจากโรงเรียนเห็นพ่อที่แสดงสีหน้าไม่สู้ดียืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ "เกิดอะไรขึ้นครับพ่อ แล้วนั่นพี่ต้นน้ำเป็นอะไร"เด็กหนุ่มผู้มีรูปหน้าหล่อเหลาผิวเหลืองขาวร่างกายกำยำดั่งเช่นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนอยู่ในสภาพชุดนักเรียนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อสะพายกระเป๋าก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างของพี่สาวฝาแฝดในสภาพอ่อนแรงอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา "ลูกมาก็ดีแล้วต้นกล้า มาช่วยอุ้มพี่ต้นน้ำขึ้นไปบนห้องหน่อยสิ" "ดะ...ได้ครับ"แม้จะยังไม่รู้เรื่องราวอะไรที่แน่ชัดแต่ด้วยความรักพี่สาวต้นกล้ารีบวางกระเป๋าเดินเข้าไปตวัดร่างพี่สาวขึ้นมาอุ้มเดินดุ่มขึ้นบันไดไปยังชั้นสองมุ่งหน้าสู่ห้องสีหวานของลูกสาวบ้านนี้ "คุณคะ" "เธอขึ้นไปดูลูกเถอะ เช็ดตัวหาข้าวหายาให้ลูกทานด้วยนะ"จริญาอดไม่ได้ที่จะมองหน้าของสามี แม้รู้ว่าต้นน้ำจะทำผิดโกหกพ่อแม่แต่หน้าที่ของพ่อแม่คือต้องดูแลลูกให้หายดีส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที "พี่ต้นน้ำเป็นอะไรไปครับแม่"ต้นกล้าที่ยืนดักรออยู่ตรงหน้าประตูรีบเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างของผู้เป็นแม่เดินขึ้นมายังชั้นสอง พลางสอดส่ายตามองเข้าไปยังด้านในห้องมองร่างของพี่สาวที่หลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย "พี่ต้นน้ำหลับแล้วเหรอลูก" "ครับ ว่าแต่แม่ยังไม่ได้ตอบกล้าเลยนะครับว่าพี่ต้นน้ำเป็นอะไรทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้"จริญามองสีหน้าเคร่งเครียดของลูกชายพลางถอนหายใจด้วยความคับแน่นในอก "แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันต้นกล้า"ตอนนี้ไม่มีใครทราบถึงเรื่องราวที่ต้นน้ำหายตัวไปไม่เข้าโรงเรียนเพราะถ้าหากทางโรงเรียนไม่ส่งจดหมายมาทางที่บ้านก็ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตัวเองนั้นขาดโรงเรียนบ่อยติดต่อกันถึงสามเดือนเข้าด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นตอนเช้าลูกสาวก็ยังแต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติแม้ตอนเย็นจะกลับช้าหลังจากพ่อแม่เลิกงานบ้างแต่มันก็ไม่ได้เป็นที่น่าสงสัย มันนาน นานมากจนผิดสังเกตและถ้าอยากจะรู้ความจริงก็คงต้องรอให้เจ้าตัวฟื้นถึงจะสอบถามอีกครั้งได้ว่ามีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องทำแบบนี้ และมันก็น่าแปลกที่ต้นน้ำขาดโรงเรียนถึงสามเดือนทำไมจดหมายถึงพึ่งจะโผล่มา "อืม"เสียงร้องครางในลำคอเบา ๆ ผ้าสีขาวซับน้ำหมาด ๆ เช็ดไปตามใบหน้าร่างกายของลูกสาวความเย็นชื้นจากผ้าสีขาวบางปลุกสติของต้นน้ำให้ฟื้นตื่นขึ้นมา เปลือกตาบางกะพริบถี่เมื่อเห็นร่างของผู้เป็นแม่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้านข้างสาละวนอยู่กับการเช็ดเนื้อตัวให้เธอ "มะ...แม่คะ" "ต้นน้ำ ตื่นแล้วเหรอลูก"เมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบแห้งของลูกสาวดังขึ้นจริญารู้สึกดีใจอยู่ไม่ต้องดวงตาแสดงถึงความดีใจสองมือยื่นไปช่วยโอบประคองร่างของลูกสาวที่พยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งใช้หมอนรองแผ่นหลังพิงกับผนังหัวเตียง "เป็นยังไงบ้างลูก ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่ไหม" "นิดหน่อยค่ะ ขอบคุณนะคะที่แม่มาดูแลหนู" "ขอบคุณอะไรกัน ลูกสาวของแม่ไม่สบายแม่ก็ต้องมาดูแลสิ"นัยน์ตาเอ่อท้นของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความรู้สึกรักใครและเอ็นดู ยามเมื่อลูกไม่สบายเจ็บป่วยได้ไข้ถ้าแลกด้วยกันได้พ่อแม่ขอเจ็บไข้แทนเสียดีกว่า "แม่ทำข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ของโปรดหนูมาให้ ทานเสียเถอะนะลูกจะได้ทานยา"จริญาหยัดกายลุกขึ้นยืนหมุนตัวกลับหมายจะไปยกถาดข้าวต้มแต่กลับถูกฝ่ามือนุ่มนิ่มของลูกสาวคว้าท่อนแขนของเธอเอาไว้ "มีอะไรเหรอลูก หรือลูกอยากได้อะไรเพิ่มแม่จะได้ไปทำให้" "เปล่าค่ะ หนูไม่คิดอยากได้อะไรเพิ่ม"ต้นน้ำส่ายหน้าไปมาน้ำตารื้นความรู้สึกผิดมันติดอยู่ในใจจนยากจะพูดออกมา ทุกคนคงผิดหวังในตัวของเธอมากถ้าหากรู้ว่าเธอทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย "หนูแค่อยากจะบอกแม่ว่า หนูรักแม่นะคะ"จริญายิ้มกว้างพร้อมกับหมุนตัวกลับมามอบสัมผัสแห่งความรักลงบนแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวทั้งสองข้าง "แม่ก็รักลูกนะ ต้นน้ำ" "ดวงใจของแม่"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD