สี่ปีก่อน
“เฮีย...หนูท้อง!”
ห้ะ!
ฉิบหายแล้วไอ้ฝุ่น!
ข้าวปุ้น เด็กรุ่นน้องของ ใต้ฝุ่น ที่เขาดันเผลอตัวไปมีอะไรกับเธอเข้า เมื่อสองเดือนก่อนตอนเมา ในงานวันเกิดของเจ้าจันทร์เพื่อนสนิทของเขา
ด้วยเจ้าจันทร์เป็นคนว่าจ้างวงดนตรี ที่มีข้าวปุ้นเป็นนักร้องมาเล่นในงานวันเกิดของตัวเอง
นอกจากข้าวปุ้นจะเป็นนักร้องนำ. ที่มีอายุน้อยที่สุดแล้ว เจ้าตัวยังเป็นรุ่นน้องของเจ้าจันทร์ ที่มีความสนิทสนมกันมากกว่าใคร
ใต้ฝุ่นยอมรับว่าเขาติดใจเด็กสาว ที่นมเพิ่งจะตั้งเต้าคนนี้อย่างที่สุด จนต้องหาเรื่องกลับบ้านในทุกๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะต้องการทำเรื่องอย่างว่าตามประสาวัยรุ่น ที่มีความต้องการค่อนข้างสูง
ส่วนเรื่องถุงยางนะเหรอ?...
ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เพราะบางครั้งเขาก็อยากสดกับเธอ มันก็เลยเผลอพลาดไป จนทำให้อีกฝ่ายต้องมายืนร้องไห้อยู่ตรงหน้า แล้วบอกกับเขาว่า...
หนูท้อง!
คำว่าท้อง...มันไม่ได้ทำให้ใต้ฝุ่นรู้สึกหวั่นใจเท่าไหร่ ก็แค่รู้สึกแปลกๆ ที่จะได้เป็นพ่อคนกับเขาครั้งแรกตอนอายุ19ปี
19ปี นี่นะ!
แล้วเขาก็เพิ่งจะเข้าเรียนมหาลัยปีหนึ่งได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ที่สำคัญ...เธอเป็นคนบอกเขาเองว่า. ป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยการกินยาคุมกำเนิด...
แต่เด็กมันอยากเกิดจะให้เขาทำยังไงได้วะ! เมื่อมาถึงตรงนี้. เขาควรช่วยเธอหาวิธีทางแก้ไข...
และที่สำคัญ...เธอดันมีอายุแค่เพียง..15 ปี!
ใต้ฝุ่นยอมสดกับเธอตั้งแต่ต้น เพราะรู้ว่าคนมันยังไม่เคย...
เวรเอ้ย!
นี่ละมั้งที่โบราณว่าไว้ ‘ความมันไม่เคยปราณีใคร’ ซึ่งมันกำลังส่งผลมาให้ จากการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของตัวเอง..
สัด! กูพรากผู้เยาว์!
อยู่ๆ ก็เสือกแหย่ขาเข้าไปในตารางเพราะความเมาแท้ๆ
แต่มันไม่ใช่แค่นั้นไง...พ่อกับแม่ของเจ้าตัวด้วยละ อาจแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับเขาได้
แน่นอนว่านอกจากจะพรากผู้เยาว์ เขายังมีส่วนทำให้เด็กสาวหมดอนาคตด้วย...รึเปล่าวะ?
เออดี! เวลาอย่างนี้มึงก็ดันเสือกมีมโนสำนึกได้อีกเนอะ แทนที่จะเอาตัวรอดเหมือนกับผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบทั้งหลาย ด้วยการถามเธอออกไปว่า...
เธอไปท้องกับใครมา?
หรือให้แน่ใจได้ไงกันว่าลูกในท้องของเธอเป็นของฉัน?
แต่ที่แย่กว่านั้น ก็ต้องพูดออกไปตรงๆ แล้วตีมึนไปเลยว่า เธอกับฉันไม่เคยมีอะไรกันมาก่อนแบบนี้....ใช่มั้ย?
แต่นั่นมันก็ไม่ใช่นิสัยของลูกผู้ชาย...ในเมื่อมึงกล้าทำลงไป มึงก็ต้องยอมรับได้ดิวะ...แมนๆ
เปล่าหรอก!...เขาไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมายถึงขนาดนั้น เพราะหากเรื่องนี้ดันรู้ไปถึงหูของเตี่ยกับม่าเข้า รวมไปถึงพี่ชายกับพี่สาวของเขาเมื่อไหร่ พวกนั้นคงจะไม่ยอมให้เด็กสาว ไปเอาลูกของเธอออกแน่ๆ แต่เด็กในท้องของข้าวปุ้น มันก็เป็นลูกของเขาทั้งดุ้นเลยนี่หว่า...
หากมึงกล้าทำอย่างนั้นกับลูกของมึงได้ มึงก็ควรจะไปกราบไหว้หมาแมวมันดีกว่ามั้ย?
หนึ่งชีวิตที่อยากจะมาเกิดกับคนที่ยังไม่พร้อมจะมี กับบางคนที่พยายามแทบตาย แต่ก็ไม่มีใครยอมมาเกิดเป็นลูกได้เลยสักคน
อีกอย่างฐานะทางบ้านของใต้ฝุ่น ค่อนข้างจะมั่นคงด้วยกิจการร้านขายทอง ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย อีกทั้งทุกคนในบ้านก็อยากจะมีหลานที่น่ารักๆ เพื่อให้ผู้เป็นแม่ ได้เลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาบ้างสักคนหนึ่ง ซึ่งพี่ชายกับพี่สาวของใต้ฝุ่น ที่มีอายุมากกว่าเขาหลายปี ต่างก็ยังไม่คิดจะมีครอบครัวกันได้สักที...
เอาสิวะ! แค่เด็กคนเดียว มันจะไปเลี้ยงยากเลี้ยงเย็นสักแค่ไหนกันเชียว?
ก็กูไม่ได้เลี้ยงเองสักหน่อยนี่หว่า...ใครอยากจะได้หลานคนนั้นก็เลี้ยงกันไปเองดิ...
มันไม่ใช่เรื่องที่ใต้ฝุ่นจะต้องนั่งมาใส่ใจ เพียงแต่ทุกอย่างต้องมีเงื่อนไข และอยู่ภายใต้สัญญาระหว่างกันก็เท่านั้นเอง...
เงื่อนไขของใต้ฝุ่น...ที่ข้าวปุ้นต้องยอมรับพร้อมกับสัญญาฉบับหนึ่ง ซึ่งลงนามเอาไว้ทั้งสองฝ่ายและรู้กันได้แค่เพียงสองคน...
ปัจจุบัน....
Rrr!
(“เฮีย! ม่าโทรมาบอกว่า ฝุ่นข้าว ลูกของเราจมน้ำ ฮึกๆ ฮื่อๆ ตอนนี้เฮียอยู่ที่ไหน? หนูจะกลับไปหาลูก...”)
เสียงจากปลายสายของข้าวปุ้นบอกกับใต้ฝุ่นในขณะที่เจ้าตัวก็ร้องไห้ฟูมฟายไปพร้อมๆ กัน แล้วมันก็ทำให้ใต้ฝุ่นรู้สึกใจหาย แต่เมื่อตั้งสติได้ เขาจึงรีบตอบอีกฝ่ายกลับไปทันที
“เฮียอยู่กับไอ้ศรแล้วก็ไอ้โชกุน นี่กำลังจะไปตามหาไอ้เจ้าที่ร้านเหล้ากันนั่นแหละ แต่ช่างแม่งเหอะ! เฮียจะรีบไปรับเราเดี๋ยวนี้เลย”
ใต้ฝุ่นกดวางสายก่อนจะหันไปมองเพื่อนชายทั้งสองคน ที่กำลังมองตรงมาที่ตนด้วยสายตาสงสัย เพราะดูจากสีหน้าและน้ำเสียงของใต้ฝุ่น โชกุนกับคันศรก็พอจะรู้ได้เลยว่า คนปลายสายที่โทรเข้ามานั่นคือใคร? และมันต้องใช่เรื่องสำคัญสำหรับมันอย่างแน่นอน
“ลูกกูจมน้ำที่สระว่ายน้ำหลังบ้าน ตอนนี้อยู่โรงบาลว่ะ กู...”
“มึงไม่ต้องมามัวอธิบาย...มึงรีบไปหาลูกกับเมียมึงเลยนะไอ้ฝุ่น แล้วโทรบอกพวกกูด้วยว่าฝุ่นข้าวเป็นยังไงบ้าง?” คันศรชิงแทรกพูดขึ้นมาก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับโชกุน “มึงด้วยไอ้โชกุน ว่าที่พ่อตามึงก็เพิ่งจะหกล้มเข้าโรงพยาบาล มึงต้องรีบพามีนกลับไปบ้านที่นครนายกไม่ใช่? งั้นก็รีบไปซะตอนนี้เลย...ส่วนเรื่องของไอ้เจ้าพวกมึงไม่ต้องเป็นห่วงกูเอาอยู่ กูรู้แล้วว่ามันไปซ่าอยู่ร้านไหน? เดี๋ยวกูจะตามไปจัดการกับมันเอง ดื้อนักกูจะทุบให้สลบแล้วค่อยลากมันกลับห้อง รีบไปทำธุระของพวกมึงเถอะ”
พอพูดคุยทุกอย่างเข้าใจคันศรก็พยักหน้าเชิงไล่ ก่อนจะพากันแยกย้ายไปทำธุระของแต่ละคน...
ปล. นิยายเรื่องนี้ "ขยี้รักกระชากเกียร์" เป็นเรื่องของใต้ฝุ่น+ข้าวปุ้น ที่เป็นเพื่อนกับ คันศร+เจ้าจันทร์ในนิยายเรื่อง"แผนรักร้ายนายวิศวะ"ค่ะ