หากตอบว่าใช่ อาจจะถูกมันชักปืนยิงใส่เลยรึเปล่าวะ?
ที่ถามชื่อเพราะต้องการความมั่นใจว่าจะยิงไม่ผิดตัวงี้เหรอ...
ในขณะที่สมองกำลังประมวลผล ให้ตนเองต่างๆ นาๆ แต่ก็ไม่ทันเจ้าจันทร์ ที่ตอบอีกฝ่ายกลับไปให้แทนเจ้าตัวเลยว่า
“ใช่ค่ะ...น้องคนนี้มีชื่อว่าข้าวปุ้น”
“เฮ้ยเจ้เจ้า!” ข้าวปุ้นหันไปถลึงตาใส่เจ้าจันทร์อย่างรู้สึกตกใจ ที่บอกชื่อของเธอออกไปให้กับผู้ชายคนนั้น
“อะไรของแกวะ?”
“อาจจะมีคนสั่งให้เขามาเก็บหนูก็ได้นะคะ”
“ไอ้หมากระเป๋าเอ้ย อย่างแกก็แค่เอามากำแล้วขยำๆ จากนั้นก็จับยัดใส่ถุงดำไปโยนทิ้งแม่น้ำก็พอละมั้ง...เจ้บอกแกแล้วว่าอย่าดูหนังมาก”
“เออ...คุณข้าวปุ้นครับ ผมไม่ใช่มือปืน...” คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ารีบบอก ซึ่งความจริงก็อยากจะหัวเราะออกมาเลยนั่นแหละ แต่ด้วยมารยาทเขาจึงต้องเก็บอาการเหล่านั้นไว้ และเมื่อได้เห็นว่าผู้หญิงหน้าตาน่ารักทั้งสอง เงียบเสียงของตัวเองลงไป และตั้งใจหันมาฟังดังนั้นเขาจึงพูดต่อ
“พอดีมีผู้ชายคนหนึ่งเขาสั่งซื้อรถมอเตอร์ไซค์ Forza 350 cc ที่ร้านของผม แล้วสั่งให้นำรถคันนี้ มาส่งให้เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดของคุณข้าวปุ้น รับไปครับนี่คือกุญแจ...ส่วนรถจอดอยู่ตรงนั้นครับ”
ข้าวปุ้นเบิกตากว้าง พลางยื่นมือไปรับกุญแจ แล้วจึงมองตามมือใหญ่ไปที่รถคันนั้น อย่างรู้สึกงงปนสงสัยก่อนจะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ เมื่อหันไปมองหน้าของรุ่นพี่ ที่เหมือนจะรู้ทุกอย่างดี
ส่วนผู้ชายที่ส่งกุญแจมาให้ก็หมุนตัวเดินจากไป หลังจากทำภารกิจที่ตนได้รับมอบหมายจนเสร็จสิ้นแล้ว
“หนูคิดว่าอาจจะมีผู้ชายสายเปย์แอบชอบหนูอยู่ก็ได้นะเจ้ ถึงขนาดลงทุนซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ราคาตั้งเกือบสองแสนมาให้เป็นของขวัญ แต่ว่า...เขาจะรู้จักวันเกิดของหนูได้ยังไงกันคะ?”
เวรกรรม!
ไอ้ปุ้น...มันน่าจะถูกผีควายเข้าสิงไปแล้วละมั้ง!
แต่เจ้าจันทร์ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม ก็มีเสียงข้อความไลน์ของใต้ฝุ่น เด้งเข้ามาในโทรศัพท์ของข้าวปุ้นในจังหวะเดียวกัน
ใต้ฝุ่น : (“ถูกใจของขวัญวันเกิดที่เฮียจัดมาให้เรามั้ยฮะ?...ยัยสก๊อย...”) อ่านแล้ว
ใบหน้าน่ารักยิ้มกว้างกับโทรศัพท์อย่างรู้สึกดีใจมาก จนอยากจะมุดเข้าไปหาคนที่อยู่ปลายสาย แต่ทว่าเวลานี้ เธอควรจะรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับเขาไป ดีกว่ามานั่งคิดอะไรที่มันไม่ได้ความ
ข้าวปุ้น : “ถูกใจค่ะ” (อ่านแล้ว)
ดูเหมือนใต้ฝุ่นจะผิดหวัง ที่เห็นว่าคนอีกฝั่งพูดน้อยเกินไป ซึ่งก็อดแปลกใจไม่ได้ เขาจึงรีบพิมพ์คำถามกลับไปอย่างไวพอกัน
ใต้ฝุ่น : (“แค่เนี่ย!?...”) อ่านแล้ว
ข้าวปุ้น : “คืนนี้ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน? หนูจะใส่ชุดที่เฮียชอบไว้รอนะคะ” (อ่านแล้ว)
ใต้ฝุ่นยิ้มรับกับคำตอบก่อนจะบอกเจ้าตัวเขากลับไปว่า
ใต้ฝุ่น : (“ชุดวันเกิด..นะ...เฮียจะได้ไม่ต้องถอดให้เสียเวลา”) อ่านแล้ว
ข้าวปุ้น : “ อ่าค่ะ..หนูจะตามใจเฮียทุกอย่าง..เพราะหนูเป็นคนคลั่งรักเฮีย...จุ๊บๆๆ” (ไม่อ่าน)
ถึงแม้จะเห็นข้อความสุดท้าย ที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมกดอ่านสักที แต่ข้าวปุ้นรู้ดีว่าข้อความเหล่านั้น มันจะต้องเด้งขึ้นไป ให้เขาเห็นอย่างแน่นอน
และตอนนี้คนที่อยู่อีกฝั่ง ก็น่าจะกำลัง....เขินอยู่...
ก็ไม่รู้สินะ...
หลังจากพิมพ์ข้อความตอบโต้กันไปมาเสร็จเรียบร้อย ข้าวปุ้นจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ แล้วบอกกับเจ้าจันทร์ออกไปว่า
“เจ้คะ...รถคันนี้เฮียฝุ่นซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้หนูเองค่ะ...เย้ๆๆๆ ”
ว่าแล้วก็กระโดดโลดเต้นอย่างรู้สึกดีใจ โดยไม่แคร์สายตาของคนรอบกายที่เดินผ่านไปผ่านมา
เพราะตลอดระยะเวลาสี่ปี ใต้ฝุ่นไม่เคยทำแบบนี้ให้กับข้าวปุ้นเลยสักครั้ง...ทั้งอย่างนั้น หญิงสาวก็ไม่เคยคิดน้อยใจ เพราะเธอรู้ดีว่ามันคือนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ของเขานั่นแหละ แล้วบางอย่างเธอก็ควรจะมองข้ามมันไป เพียงแต่ครั้งนี้ ใต้ฝุ่นได้ทำให้ข้าวปุ้นรู้สึกว่า สิ่งที่เขาทำให้มามันกลับอยู่เหนือความคาดหมาย
แต่...เดี๋ยวนะ!...
ไอ้คำว่ายัยสก๊อยที่ต่อท้ายมานั่น...มันหมายความว่ายังไงก่อน?
แล้วเขาแอบไปสั่งซื้อรถมอเตอร์ไซค์ตอนไหน? ทำไมเธอถึงไม่เห็นรู้?
มากมายหลายคำถามที่ฝังอยู่ในสมอง แต่ยังไงก็ต้องปล่อยผ่านมันไปก่อนแล้วตอนนี้....
เพราะที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด นั่นก็คือใต้ฝุ่นยังจำวันเกิดของเธอได้...
สิ่งนี้แหละที่มันสามารถจะกลบคำถามมากมาย ที่อยู่ภายในหัวของเจ้าตัวออกไปได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ยังมีอีกหนึ่งคำถาม ที่คนข้างกันน่าจะขยายความมาให้เธอได้
“เจ้เจ้าเป็นคนบอกเฮียฝุ่นใช่มั้ยคะ?...ว่าเราไปจองรถกันไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะ”
“ก็ไม่เชิงนะ พอดีเจ้เผลอหลุดพูดออกไปตอนที่ไอ้ศรมันมาถามเจ้ว่า เรากำลังจะไปไหนกันนั่นแหละ เจ้ก็เลยบอกออกไปตรงๆ เพราะไอ้ศรมันจ้องจะร้องตามเจ้ทุกทีแกก็เห็นแล้วนี่”
ข้าวปุ้นยิ้มขำรับกับคำพูดของเจ้าจันทร์ ที่เธอเคยเห็นว่าคันศรเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“มี Something อะไรกันอยู่รึเปล่าคะเนี่ย?”
ข้าวปุ้นแกล้งแซว เพราะพอจะรู้จากใต้ฝุ่นมาบ้างแล้วว่า ทั้งสองคนนี่ต่างก็น่าจะมีอะไรๆ กันนั่นแหละ เพียงแต่ยังไม่ยอมรับกับสถานะที่กำลังเป็นอยู่ เช่นเดียวกับคู่ของเธอ
หากใต้ฝุ่นกับข้าวปุ้นอยู่ต่อหน้าใครๆ ที่ไม่ใช่เพื่อนรักทั้งสามคน เธอก็จะได้เป็นเพียงแค่น้องสาวของใต้ฝุ่นเท่านั้น ตามเงื่อนที่เคยตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น
น้องสาวที่มีท้องชนกันแทบจะทุกคืน...
“ ไม่มี Something อะไรทั้งนั้นโว้ย!” เจ้าจันทร์รีบโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง
“แกอย่าไปสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยว่ะ ตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ เราจะต้องเอารถไปลองกัน เพราะมันสามารถพาเราไปเที่ยวได้โดยที่ไม่ต้องกลัวรถติดกันอีกแล้ว...ไปเร็วๆ เข้า!”
แล้วตอนนี้คนทั้งคู่ ก็พามากันเข้ามานั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ที่มีข้าวปุ้นเป็นคนจ่ายตังค์เพราะเงินในบัญชียังอยู่เท่าเดิม...
เพิ่มเติมในส่วนของรุ่นพี่...ที่ได้กินฟรีทุกอย่างจนพุงกางไปเลยนั่นแหละ...