รางวัลกับฝันของตน

1230 Words
เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์... ใต้ฝุ่นก็พาลูกสาวไปเที่ยวทะเลตามที่ได้สัญญากันไว้ ซึ่งระยะทางมันก็ไม่ได้ห่างจากบ้านมากเท่าไหร่ เพราะทะเลที่ว่านั่น มันอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ทั้งสามคนเดินจูงมือกันอย่างอบอุ่นไปบนพื้นทราย ท้องฟ้าช่วงบ่ายแลดูสดใส รับกับลมทะเลที่พัดพาผมของหญิงสาว ให้ปลิวไสวไปตามแรงลม เด็กหญิงในวัยสามขวบกว่าๆ เดินตุ้บตุ้บไปข้างหน้า แล้วหันมาร้องเรียกพ่อกับแม่เสียงสดใส “เจ้กับเฮียดูนี่สิคะ อร้ายย! น้ำมันกำลังวิ่งไล่กัดเท้าหนู!” เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ แล้วทำท่าวิ่งหนีน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาโดนปลายเท้าของตน จากนั้นจึงวิ่งเข้าหาคนเป็นบิดา พอเห็นอย่างนั้นใต้ฝุ่นจึงอุ้มลูกสาวขึ้นมา ก่อนบอกกับเจ้าตัวเสียงอ่อนว่า “น้ำมันไม่กัดหนูหรอกลูก มันแค่มาทักทายเราเฉย ๆ” “งื้อออ จริงๆ นะคะ” เด็กน้อยหันมองบิดาด้วยดวงตากลมโต “จริงครับ ถ้าน้ำกัดหนู ป๊าก็จะเตะมันให้แบบนี้” ว่าแล้วใต้ฝุ่นก็ยกเท้าเตะไปที่ฟองคลื่นหลายครั้ง จนลูกสาวหัวเราะเสียงดัง จากนั้นคนเป็นพ่อจึงวางเธอลง “เจ้ปุ้นคะ หนูจะเตะคลื่นให้เจ้ดูนะ นี่แน่ะๆ !"เสียงเล็กวางท่าเหมือนนักเตะดาวรุ่ง แต่เตะโดนน้ำกระจายจนพุ่งเข้าใส่ตัวเองเต็ม ๆ "อี๋เค็มปี๋เลย ฮ่าๆ” “อื้อหือ เปียกหมดเลยลูก” ข้าวปุ้นใช้ผ้าขนหนูซับหน้าให้ฝุ่นข้าว แต่เจ้าตัวกลับทำนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ “เจ้ไม่ต้องเช็ดค่ะ เพราะหนูอยากลงเล่นน้ำทะเล..” "เดี๋ยวไม่สบาย ไว้เราค่อยมาเล่นกันวันอื่นดีไหม?" เธอต่อรองลูกสาว เพราะไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนเพื่อลงเล่นน้ำ "นะคะเจ้...หนูอยากเล่นจริงๆ " เด็กหญิงไม่ยอมแพ้ เมื่อคนเป็นแม่ไม่เห็นด้วย เธอจึงหันไปหาตัวช่วยอีกคน " เฮีย!ลงเล่นน้ำเป็นเพื่อนหนูได้ไหมคะ?" "ถ้าทำตามที่เราต้องการ แล้วป๊าจะได้อะไร?" คนเป็นพ่อเอ่ยถามก่อนย่อตัวลงนั่ง เพื่อให้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน "ได้แบบนี้ค่ะ" ฝุ่นข้าวคลี่ยิ้มจนแก้มป่อง จากนั้นจึงใช้สองมือประคองใบหน้าของบิดา แล้วดึงเข้ามาหอมแก้มทั้งสองข้าง พลางสูดเข้าไปอย่างแรง ฟ่อด! ฟอด! พอหอมแล้วเจ้าตัวก็ผละออกมาบอกกับเขาว่า "หนูรักเฮียมากที่สุดในโลก...เฮียรักหนูไหมคะ?" ถามเขา ราวกับสำเนามาจากคนเป็นมารดา ยังไงยังงั้นเลย... "ไม่รักลูก จะให้ป๊ารักหมาที่ไหนวะ" เมื่อตอบออกไป อีกฝ่ายก็ได้ย้อนถามเขากลับมาอีกว่า"แล้วเฮียฝุ่นรักเจ้ปุ้นไหมคะ?" "...?..." แน่ะ! นั่นจงใจถามเขา แทนคนเป็นแม่ของเจ้าตัวด้วยรึเปล่า!? "เฮียไม่รักเจ้ใช่ไหมคะ?" ลูกสาวถามย้ำ เชิงต้องการจะเอาคำตอบจากเขาให้ได้ ใต้ฝุ่นจึงใช้วิธีโน้มหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ข้างใบหูของลูกสาว แต่ทว่าสายตาเขากลับมองสบตาอีกคน ที่กรอกตามองบนแล้วทำเป็นไม่สนใจทั้งที่อยากรู้คำตอบแทบตายเลยนั่นแหละ และเมื่อได้คำตอบที่ตัวเองชอบใจ ฝุ่นข้าวจึงร้องขอให้พ่อพาเธอลงไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันตามสัญญา โดยมีหญิงสาวยืนมองภาพตรงหน้า แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข วันอาทิตย์ช่วงเย็น ทั้งสองคนกลับกรุงเทพฯ พร้อมกัน เพื่อเตรียมตัวไปเรียนในวันรุ่งขึ้น ซึ่งวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของข้าวปุ้น ที่ใต้ฝุ่นไม่เคย Memory มันไว้ในสมองของเขาเลย แต่ทว่าข้าวปุ้นก็ไม่เคยโกรธหรือคิดโทษอะไร เพียงแต่วันเกิดปีนี้เธออยากจะได้ ‘รถมอเตอร์ไชค์’ เป็นของรางวัลให้กับตัวเอง ‘รถมอเตอร์ไชค์’ ในฝัน ที่หญิงสาวอยากจะได้มัน ตั้งแต่ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นมอสาม และวันนี้เธอจะทำตามความฝัน จากเงินที่หามาได้ด้วยการไลค์สดขายของทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกครีมต่างๆ ที่มีดาราดังอย่างกุ้งนางเป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งเธอเปิดโอกาสให้กับข้าวปุ้น ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังให้ทดลองใช้ฟรี แล้วของที่ขายได้ ทางบริษัทจะเป็นคนจัดส่งให้เอง หญิงสาวหยิบสมุดบัญชีออกมาเปิดดูเงินที่อยู่ในนั้น แล้วยิ้มกว้างอย่างรู้สึกภาคภูมิใจ วันนี้ข้าวปุ้นมีสอบเก็บคะแนนในช่วงเช้า ช่วงบ่ายที่ว่างทั้งวันหญิงสาวได้โทรนัดแนะกับเจ้าจันทร์ ให้ไปรับรถที่จองไว้ด้วยกันตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ซึ่งตอนนี้เจ้าจันทร์รุ่นพี่ ก็กำลังเรียนอยู่คณะมันฑณศิลป์ปีหนึ่ง ซึ่งความจริงหญิงสาวเคยเรียนคณะวิศวะมาราวสองปี แต่ไม่ใช่ทางนางก็เลยหยุดเรียน จากนั้นก็ใช้เวลาติวเข้มทางด้านศิลปะ ก่อนจะมาสอบเข้าที่นี่ได้อีกครั้ง ดังนั้นทั้งคู่จึงได้อยู่มหาลัยเดียวกัน ข้าวปุ้นสนิทกับเจ้าจันทร์มาก เพราะเคยเรียนจบมาจากโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดเดียวกัน โดยมีเจ้าจันทร์เป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบออกมาก่อนหญิงสาวราวสี่ปี และที่สำคัญ...เจ้าจันทร์ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันกับใต้ฝุ่น ซึ่งมันก็รวมไปถึงคันศรกับโชกุนนั่นก็ด้วย สรุปเอาง่ายๆ ให้เลยว่าทั้งห้าคนเป็นเด็กต่างจังหวัด และจบมาจากโรงเรียนเดียวกัน อีกทั้งยังรู้จักสนิทสนมกันมานานหลายปี แล้วเรื่องที่ข้าวปุ้นแอบไปจองรถมอเตอร์ไชค์เอาไว้ ใต้ฝุ่นไม่เคยรู้เลย เพราะเธอไม่เคยเล่าให้เขาฟัง แถมวันนี้ใต้ฝุ่นก็ยังไม่มีเวลาว่าง เพราะนอกจากจะมีเรียนทั้งวัน หลังจากนั้นก็ยังต้องอยู่ช่วยพวกรุ่นน้อง จัดสถานที่ของงานบายศรีสู่ขวัญ ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยยังบอกไม่ได้ด้วยว่าจะแล้วเสร็จเวลาไหน?.... ตอนรับรถมอเตอร์ไซค์ ข้าวปุ้นกับเจ้าจันทร์ก็ต้องนั่งรถแท็กซี่ไป แล้วหลังจากที่ทำเรื่องซื้อขายและจ่ายเงินเรียบร้อย เธอก็ต้องคอยรอรับเอกสาร ถึงจะเอารถมอเตอร์ไซค์กลับคอนโดด้วยกันได้ แต่ขณะที่ข้าวปุ้นกับเจ้าจันทร์ กำลังเดินคุยกันอยู่ จู่ ๆ ก็มีชายในชุดฟอร์มของบริษัทอะไรสักอย่าง เดินเยื้องย่างเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า แล้วถามออกมาว่า “คุณคือ...คุณข้าวปุ้นใช่ไหมครับ?” ด้วยรูปร่างหน้าตาของข้าวปุ้นกระเดียดไปทางลูกครึ่ง จึงทำให้เจ้าตัวดูดีมีมิติกับไซส์มินิน่ารัก ซึ่งมันก็ดูแปลกและแตกต่างจากใครๆ แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าผู้ชายคนนี้มาดีหรือมาร้าย มันจึงทำให้ข้าวปุ้นไม่ไว้ใจ จนต้องหันมาทำหน้าตาเลิ่กลั่กกับรุ่นพี่ อย่างที่ไม่กล้าจะตอบออกไปทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD