คนคลั่งรัก💞

1287 Words
#ทางด้านใต้ฝุ่นในเวลาเดียวกัน# เวลาผ่านมาเกือบยี่สิบนาที ที่ใต้ฝุ่นนั่งมองข้อความสุดท้ายของข้าวปุ้น โดยที่เจ้าตัวไม่ยอมกดเข้าไปอ่าน แต่ข้อความนั้น มันก็ดันเด้งขึ้นมาให้เห็น “ อ่าค่ะ..หนูจะตามใจเฮียทุกอย่าง..เพราะหนูเป็นคนคลั่งรักเฮีย...” มีเมียเด็กกว่านี่มันดีตรงที่ขี้อ้อน..อีกทั้งยังไม่เคยงอนนาน ให้เขาต้องรำคาญใจ ยิ่งข้าวปุ้นได้น้ำจากเขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสวยผุดผาดบาดใจขึ้นทุกวัน อีกทั้งยังดูเป็นสาวเต็มตัว นี่ขนาดมีลูกมีผัวแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังดูแทบไม่รู้เลย โฮ๊ะ!...แค่นึกถึง...มันก็ทำให้ตัวตึงขึ้นมาได้... ดีนะที่อยู่ใกล้กัน...ไม่งั้นกูต้องหาข้ออ้างอะไรสักอย่าง เพื่อกลับไปบ้านให้ได้ในตอนนี้เลย....ตีหนึ่งตีสองก็ยังเคยย่องเข้าหา จนเจ้าตัวคิดว่าคนเป็นผัวเป็นพวกหัวขโมยซะอีก นึกอยากเอาเมียเหี้ยอะไรตอนนี้วะ...แม่งเอ้ย! หมับ! “เฮ้ย!...” ใต้ฝุ่นสะดุ้งโหยง พร้อมกับอุทานออกมาเสียงหลง ในจังหวะที่คันศรใช้ฝ่ามือตบลงไปบนบ่าหนักๆ เพื่อทักทาย “มึงตกใจเหี้ยไรวะไอ้ฝุ่น?” คันศรย้อนถาม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอยู่ตรงข้ามกันจากนั้นจึงถามมันในประโยคต่อไป “ไหนมึงบอกว่าจะออกมาสูบบุหรี่ นี่กว่าครึ่งชั่วโมง ที่กูเห็นว่ามึงนั่งดูโทรศัพท์แล้วยิ้มออกมาอยู่คนเดียว...ใครกันวะที่ทำให้เสือยิ้มยากอย่างมึง ยิ้มออกมาได้...น้องสาวมึงใช่มั้ยครับคุณพี่ชาย?” คันศรแกล้งแซวขำๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าใคร ที่เป็นคนทำให้ใต้ฝุ่นอารมณ์ดี ก็ตั้งแต่มันมีข้าวปุ้นมาอยู่ใกล้ๆ ดูมันอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมาหลายปี ต่างฝ่ายต่างก็ยังเรียนอยู่กันคนละที่ กว่าจะเจอกันได้แต่ละที ก็แค่วันหยุดช่วงสุดสัปดาห์ หรือไม่ก็เป็นเวลาช่วงปิดเทอมเท่านั้นละมั้ง... “สัด!มึงก็รู้นี่หว่า...แล้วยังเสือกจะมาถาม” “กูก็แซวมึงขำๆ ไปงั้น ตอนนี้พวกมันทั้งคู่ กำลังฟินกันอยู่กับการกินอาหารญี่ปุ่นในห้าง แล้วหลังจากนั้นก็จะเข้าไปดูหนังด้วยกัน นี่กูยังไม่ได้เห็นหน้าไอ้เจ้ามันมาสามวันแล้วนะ นอกจากจะเห็นกันผ่านกล้องโทรศัพท์เท่านั้นเอง...เซ็งว่ะ” คันศรบ่นพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “มึงเป็นคนเดียวซะเมื่อไหร่ละ...ยิ่งพอมีรถมอเตอร์ไซค์ด้วยนะ ทีนี้มึงกับกูนี่แหละ ที่จะกลายเป็นหมาหงอยแทน” “อ้าว...มึงรู้งี้แล้วทำไมมึงถึงไม่ห้ามมันวะ?” คันศรเลิกคิ้วขึ้นสูงเชิงสงสัย พร้อมกับมีเครื่องหมายคำถามติดอยู่บนใบหน้า ซึ่งอีกฝ่ายก็ได้ตอบกลับมาแทบจะทันที “ความฝันของน้องมันไง...ไอ้ความฝันของคนเรามันก็จะมีเพียงไม่กี่อย่างหรอกว่ะ” ใต้ฝุ่นอธิบายเหตุผลของตน ให้คนเป็นเพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทว่าจริงจัง ส่วนคันศรก็ได้แต่เงียบฟัง เพราะยังไม่เคยเห็นใต้ฝุ่นในมุมนี้มากนัก บางทีเพื่อนรักอาจจะต้องการระบายความในใจ ซึ่งเขาก็ควรทำตัวเป็นผู้รับฟังที่ดีให้ “ข้าวปุ้นมันชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวไปกับเพื่อนๆ เพราะมันชอบดูวิวทิวทัศน์แล้วก็ถนัดกินกาแฟสด กับร้านที่เปิดขายตามข้างทาง มันชอบแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงที่หมายนั่นแหละ” ใต้ฝุ่นเว้นจังหวะก่อนจะมองหน้าของเพื่อนสนิท ว่ามันกำลังคิดอะไร แต่พออีกฝ่ายพยักหน้าให้เชิงรอฟัง ดังนั้นเจ้าตัวจึงพูดต่อว่า “ปุ้นมันชอบเล่นกีต้าร์ ชอบร้องเพลงแล้วก็ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ฟังได้ทั้งวันโดยที่ไม่เคยเบื่อเลยสักนิด...มันคงคิดคงฝันว่าอยากจะเป็นนักร้องนั่นละมั้ง” ใต้ฝุ่นหยุดคำพูดพร้อมกับถอนหายใจ “แต่กูก็ดันไปทำลายความฝันของน้องมันไง บางทีกูก็อยากจะทำอะไรให้น้องมันบ้างงี้...มึงเข้าใจที่กูพูดใช่มั้ยวะ?” ความจริงใต้ฝุ่นมองข้าวปุ้นอย่างละเอียดด้วยสายตา และสัมผัสได้จากหัวใจ แต่ไม่แสดงออกมาให้หญิงสาวได้รู้เท่านั้น “เออ...กูเข้าใจ แต่กูก็ไม่เห็นว่าไอ้ปุ้นมันจะทุกข์ร้อนอะไรเลยนี่หว่า EQ มันชั้นครู ใครได้อยู่กับมันคนนั้นก็รู้สึกมีความสุขตามมันไปด้วย นี่กูฟังมาจากไอ้เจ้า แล้วก็ที่ได้เห็นกับตา มึงมันบ้าคิดไปเองนะสิไอ้ฝุ่น” “เพราะมันไม่ทุกข์ไง...กูถึงได้รู้สึกผิดเหี้ยๆ อยู่แบบเนี่ยะ!...” “แต่น้องมันรักมึงนะไอ้ฝุ่น...” “คงเป็นรักแบบเด็กๆ ไม่ได้จริงจังมากกว่าละมั้งกูว่า...” “มึงคิดว่าข้าวปุ้นไม่ได้รักมึงจริงๆ อย่างนั้น?...มึงอยู่กับน้องมันมาตั้งสี่ปี แถมยังมีลูกสาวเป็นกาวใจ แล้วมึงก็ยังปี้มันจนน้ำหมดไปเป็นไหๆ...มึงคิดห่าอะไรของมึงกันแน่?” “แต่ข้าวปุ้นมันเป็นเด็กขาดความอบอุ่น กูก็แค่เป็นหลักปักเลนให้มันยึดไว้ตอนนั้น เพราะคนที่เป็นพ่อมันก็ดันมาหายตัวไป ตั้งแต่อายุแค่ไม่กี่ปี ส่วนคนที่เป็นแม่แท้ๆ ก็เอาแต่เมาหัวราน้ำ อีกทั้งยังติดการพนัน ที่สำคัญเสือกดันไปคว้าเอาผัวใหม่ในวงไพ่ เข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมกับลูกชาย ไอ้ปุ้นมันถึงอยู่บ้านไม่ได้ เพราะไอ้สองตัวพ่อลูกนั่นมันพยายามจะปลุกปล้ำ ท้ายที่สุดมันก็ทำตัวคล้ายๆ กับเด็กใจแตกทั่วไป จนทำให้กูเข้าใจผิด แล้วคิดไปว่ามันเป็นเด็กใจแตก ที่เอาตัวเข้าแลกกับเงินแน่ๆ ” ผู้หญิงที่มีอายุเพียงแค่นั้น แต่ดันไปร้องเพลงอยู่ในร้านเหล้า เพื่อแลกเอาที่อยู่อาศัยและอาหารเพื่อใช้ประทังชีวิต แล้วใครมันจะไปคิดได้ละ ว่าเธอคือเพื่อนสนิทกับลูกสาวเจ้าของร้าน และไม่ใช่ผู้หญิงพรรณนั้น ใต้ฝุ่นยังคงแย้งคันศรกลับไป อย่างไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังไม่แน่ใจกับคำว่ารัก ที่เจ้าตัวมักจะบอกกับเขาได้ทุกวี่ทุกวัน โดยไม่คิดที่จะหยุดพักเลยสักครั้ง หากไม่ใช่คำพูด ที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาว ก็มักจะเป็นข้อความบอกรักเขา จากโทรศัพท์ของเธอ ที่ขยันส่งมาให้เขาอ่านเช่นเดียวกัน “เป็นงั้น...ที่มึงพูดออกมาให้กูฟังตั้งมากมายเนี่ย...มึงต้องการเหี้ยอะไรวะเพื่อน? ในเมื่อพวกกูก็พอจะรู้เรื่องของไอ้ปุ้นมันพอๆ กับมึง” คันศรย้อนถามอย่างไม่เข้าใจความหมาย ในรูปประโยคที่เพื่อนเขาเล่าให้ฟังมาทั้งหมดนั่นหละ “มึงอยู่ด้วยกันมันก็ดีอยู่แล้วมั้ย? ยังเสือกจะดึงดราม่าเข้ามาเพื่ออะไร?” “มึงมันไม่เข้าใจ...แต่ก็....ช่างห่าแม่งไปเหอะ!” ใต้ฝุ่นลืมนึกไปว่าระหว่างเขากับข้าวปุ้น มันดันมีเงื่อนไขสัญญาระหว่างกันเอาไว้ สัญญาที่ไม่สามารถจะบอกให้ใครรู้ได้ ใต้ฝุ่นจึงรีบตัดบท เพื่อให้มันจบๆ กันไปนั่นแหละ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD