ทั้งสองคนกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบจะตีหนึ่ง ซึ่งคนตัวเล็กกว่าก็เอาแต่นั่งหลับมาตลอดทาง ทั้งๆ ที่บอกว่าจะนั่งถ่างตาเป็นเพื่อนกันจนกว่าจะถึงที่พัก
“ข้าวปุ้นตื่นสิ เรามาถึงคอนโดแล้วนะ”
ใต้ฝุ่นสะกิดร่างบาง ในขณะที่เรียกชื่อของหญิงสาวอยู่ข้างใบหู แต่อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกตัว
ชายหนุ่มจึงเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งด้านที่เธอนั่ง ก่อนเรียกชื่อของเธออีกครั้ง
“ข้าวปุ้น!...”
“หื้ม?” ร่างบางขยับก่อนจะขานรับด้วยน้ำเสียงติดจะงัวเงีย
“ ถึงแล้วเหรอคะเฮีย?..”
“อื้อ..ตีหนึ่งละ...เราจะนอนในรถนี่เลยรึไงฮะ?”
“ล็อคประตูให้หนูด้วยละกัน”
ซะงั้น!?
“ข้าวปุ้น!”
“ขาเฮีย...”
ขานรับแต่กลับพลิกร่างนอนตะแคงข้างให้ และเมื่อเจ้าของร่างใหญ่ได้เห็นบั้นท้าย ก็เลยทำให้รู้สึกอยากจะเอาเมียเสียตอนนี้เลย
ในเมื่อ...ของมันก็เคยๆ กันอยู่แล้วไง...
“ถ้ายังไม่ตื่น...เราถูกเฮียข่มขืนในรถแน่ๆ”
ตาสว่างทันทีเลยดิข้าวปุ้น...แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะกลัวหรอกนะ...
หมับ!
“ปุ้น!อี้อ..”
คนตัวเล็กกว่าคว้าหมับไปรั้งต้นคอของร่างใหญ่ ลงมาแนบกับริมฝีปากบางพลางจูบเขาก่อนอย่างจงใจ จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มทนไม่ไหวแล้วนั่นหละ ถึงได้ผละออกมาบอกกับเธอว่า
“ขอเฮียเข้าไปในรถก่อนนะ...ข้างนอกนี่มันมีกล้อง”
“จะเอาหนูในรถนี่จริงๆ เหรอคะเฮีย!?”
“จริงดิวะ!...ก็ใครกันละที่มันทำให้ของเฮียแข็ง?”
ก็จุดติดเร็วซะยิ่งกว่าก๊าซไวไฟเกินไปป่ะ?
“ไม่ได้เอาเมียมาหลายวันแล้วด้วย...อาจจะล่มปากอ่าวเอาง่ายๆ”
ใต้ฝุ่นพูดต่อ ส่วนอีกคนก็ห่อปากพร้อมกับกรอกตามองบน
ซึ่งเจ้าของร่างบางก็รู้ดีว่าคนสามีของเธอพูดไปอย่างนั้น เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาถึงแม้จะห่างจากการมีเพศสัมพันธ์กันนานแค่ไหน คนตัวใหญ่ก็จะอดทน จนกว่าจะส่งให้คนเป็นเมียขึ้นไปแตะขอบฟ้าได้ก่อนเสียทุกครั้ง ทั้งอย่างนั้นถึงแม้ข้าวปุ้นจะไม่ชอบการมีอะไรกันในรถสักเท่าไหร่ นั่นก็เป็นเพราะว่าพื้นที่ในนี้มันมีจำกัดเกินไป แต่หากมันเป็นสิ่งที่ใต้ฝุ่นต้องการ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหญิงสาวก็ไม่เคยคัดค้านเขาได้เลยสักที
ก็คนมันรักนี่เนอะ...
แต่บางครั้ง เธอก็อยากจะให้เขาเป็นฝ่ายยอมตามใจเธอบ้าง...
อย่างนี้...
“เราไปบนห้องของหนูกันดีกว่านะคะ”
ทั้งสองคนต่างก็พักอยู่กันคนละห้อง เพราะไม่ต้องการจะให้ใครรู้ว่าทั้งคู่เป็นผัวเมียกัน ตั้งแต่ตอนที่ฝ่ายหญิงยังเรียนอยู่ชั้นมอสามเทอมปลาย ส่วนฝ่ายชายก็เพิ่งจะได้เข้ามาเป็นนักศึกษาอยู่คณะวิศวะปีหนึ่ง
จนถึงปัจจุบันใต้ฝุ่นนั้นได้ขึ้นชั้นปีที่สี่ ส่วนข้าวปุ้นก็เพิ่งจะตามสามีมาเรียนที่นี่เป็นปีแรก ทั้งคู่จึงแยกกันเรียนอยู่คนละคณะ แต่ก็เป็นมหาลัยเดียวกันนั่นหละ
เนื่องจากใต้ฝุ่นต้องเร่งทำงานส่งอาจารย์จนดึกดื่นมาแล้วหลายคืน อีกทั้งเวลาเรียนและเวลาทำกิจกรรมของคณะก็ดันมาตรงกัน มันจึงทำให้คนทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา
“แต่เฮียอยากจะเอาเราตอนนี้เลยนี่หว่า”
ว่าแล้วก็ทำท่าจะมุดเข้าไปหาคนที่อยู่ด้านใน แต่ถูกอีกฝ่ายดันอกกว้างให้ถอยห่างจากประตู ก่อนพาตัวเองออกมายืนอยู่ด้านนอก จากนั้นจึงรีบบอกออกไปว่า
“มันมีกล้องติดอยู่ตรงนั้นเฮียเห็นมั้ยคะ?”
ข้าวปุ้นชี้ไปที่กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนฝ้า และหน้ากล้องของมันก็ดันพุ่งตรงมาที่รถของพวกเธอพอดี
“ ก็เพราะหนูรู้นะสิคะว่าเฮียไม่ได้กินหนูลงท้องมาหลายวัน เพราะงั้นหนูถึงได้กลัวว่าเฮียอาจจะหนักมือกับหนู จนทำให้รถของเราโยกไปทั้งคัน แล้วยามที่นั่งเฝ้าหน้าจอมอนิเตอร์นั่น ก็ต้องรู้ว่าเรากำลัง Featuring กันอยู่”
เจ้าตัวพูดออกไปเพราะรู้ใจสามีดีทุกอย่าง กระทั่งเรื่องบนเตียง และไม่เคยบ่ายเบี่ยงหรืองอแง ถึงแม้จะถูกอีกฝ่ายเอาแต่ใจกับร่างกายของเธอมากแค่ไหน เธอก็จะพร้อมจะยอมตามใจเขาไปเสียทุกที
“ดูท่าทางเฮียหื่นหนักขนาดนี้หนูว่าต้องมีเบิ้ลแน่...”
เธอว่าพร้อมกับหรี่ตามองเจ้าของร่างใหญ่เชิงรู้ทันกัน แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ตอบเธอกลับมาว่า
“มากกว่าดับเบิ้ล แล้วเราก็ต้องผลัดกันทำด้วยนะ”
หญิงสาวยิ้มหวานรับ...ก่อนจะย้อนกลับไปด้วยเงื่อนไขที่ว่า...
“งั้นเฮียก็ให้หนูขี่หลังขึ้นไปได้มั้ยคะ?...หนูเมื่อยขา”
พรึบ!
“ไม่ต้องขี่หลัง...แต่อุ้มคาบเอวเลยนี่แหละ แล้วเราก็เอาหน้าซบกับบ่าของเฮียไว้ จะได้ไม่มีใครเห็น”
ใต้ฝุ่นว่า...ในขณะที่ยกก้นของคนตัวเล็กกว่าขึ้นมาคาบไว้ที่เอวด้านหน้า จากนั้นจึงพาหญิงสาวที่ตัวเองกระเตงอุ้มไว้ ขึ้นไปบนห้องของเธอด้วยกัน
เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น...ไม่ต้องถามนะ!...
เพราะว่า....
กำลังจะพาไปดูกันอยู่นี่ไง!....