::
::
เที่ยวบินจากสหรัฐอเมริกาแลนดิ้งถึงประเทศไทยช่วงประมาณสามโมงเย็น ก้องการุญกลับมาพร้อมกับปริญเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ได้ทุนไปเรียนถึงสหรัฐอเมริกากับเขาและยังมีเพื่อนสาวในกลุ่มอีกคนหนึ่งกลับมาด้วยกัน
พวกเขาทั้งสามคนทำงานให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในอเมริกาในขณะที่เรียนควบต่อโทไปด้วย จนปัจจุบันนี้พวกเขาเรียนจบปริญญาเอกแล้วพร้อมกับใช้ทุนคืนบริษัทนั้นตามกำหนดเวลาสี่ปี
ก้องการุญและเพื่อนๆ ถือว่าเป็นบุคลากรคนสำคัญของบริษัทซอฟต์แวร์แห่งนี้ พวกเขาทะเยอทะยานบากบั่นจนกลายเป็นส่วนสำคัญที่บริษัทขาดไม่ได้
พวกเขาเริ่มมีสิทธิ์มีเสียงในการออกความเห็นซึ่งมันช่างประจวบเหมาะกับที่บริษัทซอฟต์แวร์ต้องการขยายตลาดทางทวีปเอเชียพอดี ทำให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดมุ่งความสนใจมาที่ประเทศไทยตามแผนนำเสนอของก้องการุญและเพื่อนๆ ที่ขายงานได้สำเร็จ
พวกเขาแนะนำให้เปิดสาขาเอเชียที่ประเทศไทยอีกทั้งยังรับปากพวกผู้บริหารระดับสูงด้วยว่าจะดูแลสาขาที่นี่ด้วยตัวเองเพราะอย่างนั้นเขากับเพื่อนๆ จึงสบโอกาสได้กลับมาประเทศไทยพร้อมกับยังมีงานทำอยู่
เงินเดือนของพวกเขาแต่ละเดือนเมื่อตีเป็นเงินไทยแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลัก เพราะอย่างนั้นที่ผ่านมาเขาจึงมีเงินส่งกลับให้กับครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละหกหลัก
ซึ่งมันมากพอที่จะทำให้ภูผา สุวดีและลูกหมีใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่ถึงอย่างนั้นสองสามีภรรยาก็ไม่เคยหยุดทำงานเลย
ปัจจุบันภูผายังคงเป็นตำรวจอยู่ แม้จะไม่ได้ยศสูงอะไรทว่าก็ไม่ได้ทำงานโลดโผนแล้วด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้น ส่วนสุวดีนั้นก็ยังคงเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่อยู่ เพียงแต่ขยับขยายร้านมากกว่าเดิมจนตอนนี้กลายเป็นร้านดังที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะกิน
แต่ถึงจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใหญ่ขึ้น ทว่าเธอก็ไม่ได้ลงแรงทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้วและที่สำคัญ...ร้านก๋วยเตี๋ยวเธอมีแฟรนไชส์แล้วด้วย
มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่ซื้อแฟรนไชส์จากเธอไปและนับวันก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสูตรก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเอกลักษณ์และอร่อยจนต้องบอกต่อ
"ไม่คิดเลยว่ากูจะได้กลับมาบ้านเกิดตอนที่ตัวเองอายุสามสิบสอง ตอนแรกกูคิดว่าจะแก่ตายที่เมกาซะแล้ว"
ปริญลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องออกมาจากสนามบินพร้อมกับก้องการุญที่มีกระเป๋าเดินทางเช่นกัน แต่ด้วยรูปร่างกำยำและสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันของพวกเขาทำให้กลายเป็นจุดเด่นของสายตาสาวๆ หลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
มองผ่านๆ นึกว่านายแบบมาเดินแค็ตวอล์กที่สนามบิน ออร่าความหล่อเหลาพลุ่งพล่านจนใครๆ เป็นต้องเหลียวมองแต่ถึงอย่างนั้นสองหนุ่มหล่อในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กสีเข้มคล้ายๆ กันก็ไม่ได้คิดจะสนใจหรือมองใครเป็นพิเศษ
จนกระทั่ง...หญิงสาวรูปร่างระหงหุ่นนางแบบในชุดสไตล์การแต่งตัว 'เวิร์คกิ้งวูแมน' สีครีมและรองเท้าส้นเข็มเดินลากกระเป๋าเดินทางมาเคียงข้าง พวกเขาถึงได้หันไปมองก่อนจะกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง
"ทำไมช้า เมื่อกี้รอนานเกือบห้านาที"
ปริญถามเพื่อนสาวผู้ร่วมอุดมการณ์ในการก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์สาขาเอเชียในครั้งนี้
'ปลายฝน' เดินสับราวกับนางแบบ เธอสะบัดผมยาวๆ สีบอร์นที่ผ่านการย้อมด้วยความรำคาญเมื่อมันทำให้เธอรู้สึกร้อน
"ฉันเป็นผู้หญิงก็ต้องเข้าห้องน้ำนานหน่อยไหมล่ะ? รอแค่นี้ทำเป็นบ่นไปได้"
ปลายฝนเบ้ปากใส่ปริญที่หัวเราะขำออกมากับความต่อปากต่อคำของเพื่อนสาว ในขณะที่ก้องการุญเพียงแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้นเพราะนึกเอือมระอาที่ทั้งสองพูดจาจิกกัดกันเป็นประจำ
"กูขอตัวก่อน เอาไว้ยังไงจะติดต่อไป"
ก้องการุญบอกกับปริญที่พยักหน้ารับเมื่อพวกเขาต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนปลายฝนนั้นกลับทางเดียวกับปริญจึงนั่งแท็กซี่กลับไปพร้อมกับอีกฝ่าย ในขณะที่ก้องการุญเลือกนั่งแท็กซี่ไปยังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
หัวใจดวงโตกำลังเต้นแรงไม่เป็นส่ำเมื่ออีกไม่นานจะได้เจอกับลูกหมี การกลับมาครั้งแรกในรอบสิบปีนับตั้งแต่อยู่อเมริกาทำให้เขาเลือกที่จะไม่บอกใครทั้งนั้นแม้กระทั่งสุวดีและภูผาก็ไม่รู้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ก้องการุญรู้มาจากภูผาว่าช่วงนี้ลูกหมีกำลังอยู่ในช่วงไฟนอลและวันนี้ก็เป็นสอบวันสุดท้ายแล้วเขาจึงไม่ลังเลที่จะมาหาเธอถึงคณะแทนที่จะมุ่งตรงกลับบ้าน
เขารอไม่ไหวแล้ว คนแรกที่เขาอยากเจอเมื่อกลับมาถึงไทยคือลูกหมีและตอนนี้เขาก็ยืนอยู่หน้าคณะศิลปศาสตร์พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเขื่องหนึ่งใบ
ก้องการุญยังไม่ทันจะเยื้องย่างถามคนแถวนั้นว่ารู้จักลูหมีไหม รอบกายก็เกิดเสียงซุบซิบพูดคุยของเหล่าบรรดานักศึกษาหญิงและเพศทางเลือกที่มองมา
ก้องการุญไม่ใช่คนที่หลงในรูปลักษณ์ตัวเองอยู่แล้วเพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่มีท่าทีวางมาดแต่อย่างใดและไม่ลังเลที่จะเรียกเอ่ยนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เพื่อสอบถามอะไรบางอย่างเธอ
"น้องครับ พี่ขอถามหน่อยว่ารู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม?"
ก้องการุญยื่นโทรศัพท์ที่มีรูปของคนคนหนึ่งให้นักศึกษาสาวคนนั้นดูก่อนจะเห็นว่าใบหน้าเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ถึงเขาจะไม่ใช่คนที่หลงตัวเองแต่เขาก็ดูออกว่าหญิงสาวคนนี้กำลังขัดเขินเขาอยู่ ทว่าก้องการุญก็เลือกที่จะมองข้ามอาการของเธอและรอฟังคำตอบอย่างใจเย็น
นักศึกษาสาวคนนั้นเหมือนจะได้สติขึ้นมาก่อนจะกวาดมองรอบๆ ตึกคณะและชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของตึกที่ค่อนข้างลับตาคน ในตอนนั้นเองที่ประกายตาสีนิลของก้องการุญดูลุ่มลึกเมื่อเห็นแผ่นหลังบางของใครบางคนที่เขาจดจำได้ทันทีว่านั่นคือใคร ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ใครคนนั้นหันหน้ามามองเขาพอดีก่อนจะชะงักนิ่งงันไป
ไม่ใช่แค่เธอที่นิ่งไปเพราะเขาก็นิ่งค้างไปเช่นกันเมื่อเห็นว่าคนที่ไม่ได้เจอกันนานถึงสิบปีเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน...
จากเด็กที่เคยตัวอวบอ้วนจ้ำม่ำมาบัดนี้กลับผอมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน เค้าโครงหน้าก็เรียวเล็กลงแต่ก็ยังมีแก้มที่เขาชื่นชอบและที่ทำเอาเขาถึงกับใจสั่นเห็นทีจะเป็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่ขนาดมองไกลๆ ยังน่ารักสะท้านใจถึงเพียงนี้
ในรูปว่าน่ารักแล้ว...แต่ตัวจริงของลูกหมีน่ารักกว่าในรูปจนเทียบไม่ติดเลย!
ทำไมลูกหมีของเขาถึงได้โตมาอย่างมีคุณภาพถึงเพียงนี้นะ!!!
==========================
เอาแล้วววววว ยัยน้องโตมาสวยล่ะซี้!!! หัวใจเต้นแรงเลยปร้ะะะะ