::
::
"ก้อง! มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงไม่บอกก่อนว่าจะมา น้าจะได้ไปรับที่สนามบิน"
สุวดีที่กำลังนั่งนับเงินถึงกับลุกขึ้นพรวดเมื่อเห็นว่าใครลงมาจากรถลูกหมี เธอรีบเดินเข้าไปสำรวจและจับแขนของก้องการุญตัวเป็นๆ ด้วยความดีอกดีใจยกใหญ่
"ถึงตอนบ่ายสามครับน้าสุ ที่ไม่ได้บอกก่อนเพราะกะจะมาเซอร์ไพรส์น่ะครับ"
ก้องการุญพูดยิ้มๆ มองดูสุวดีที่ยังคงมองสำรวจเขาด้วยสายตาภาคภูมิใจและในตอนนั้นเองที่เธอหันกลับเข้าไปในบ้านพร้อมตะโกนเรียกสามีเสียงดัง
"พ่อ! ออกมาเร้วววว! มาดูว่าใครมา!"
เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นคนที่ถูกตะโกนเรียกก็เดินออกมาจากบ้านทั้งที่ในมือยังถือตะหลิวอยู่ เรียวคิ้วขมวดแน่น สายตาที่ยาวตามอายุกำลังเพ่งเล็งมายังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนข้างภรรยาและเมื่อเห็นชัดๆ ว่าเป็นใครตะหลิวในมือก็หลุดร่วงลงพื้นก่อนจะรีบสาวเท้าเข้ามาหาก้องการุญด้วยความดีใจ
"ไอ้ก้อง!!! นั่นแกเองเรอะ! แกจริงๆ เรอะ!!!"
ภูผาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือก้องการุญจริงๆ ไอ้เด็กนี่ไม่บอกไม่กล่าวเขาสักคำว่าจะกลับมาทั้งที่เมื่อหลายวันก่อนเพิ่งคุยโทรศัพท์กันอยู่เลย
"ผมเองครับน้าภู"
"โอ้โห ตัวจริงมันหล่อกว่าในกล้องที่เห็นอีกวุ้ย!!!"
ก้องการุญเกิดขัดเขินเล็กน้อยกับคำชมของภูผา เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อและในตอนนั้นเองที่สุวดีและภูผาต่างก็โผกอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยความคิดถึง
ตั้งสิบปีเชียวนะที่ก้องการุญไปอยู่ต่างประเทศและไม่เคยกลับมาเลย จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดถึงก้องการุญพร้อมกับตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ ที่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะก้อง"
สุวดีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเอื้อเอ็นดู แม้ก้องการุญจะรู้สึกประดักประเดิดที่ถูกกอดแต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะสวมกอดพวกเขากลับเช่นกัน
ความรู้สึกอุ่นใจยามที่ได้กลับบ้านแผ่ซ่านไปทั้งใจ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีสุวดีและภูผายังคงอบอุ่นเสมอสำหรับก้องการุญ
"ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะลูกหมี? มานี่สิ มากอดพี่เขาเร็วๆ"
เสียงของสุวดีที่เอ่ยเรียกทำให้ลูกหมีอดกลอกตามองบนไม่ได้ก่อนจะเดินปั้นปึ่งเข้าไปสวมกอดก้องการุญอีกคน
ภาพของทั้งสี่คนที่กอดกันกลมดิกไม่ใช่ภาพที่หาดูง่ายๆ แม้ลูกหมีดูเหมือนจะไม่พอใจที่ถูกบังคับให้กอดก้องการุญแต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ แล้วเธอก็แอบดีใจที่ ‘พี่จ๋า’ ของเธอกลับมาแม้จะไม่รู้ว่าครั้งนี้กลับมาเพียงชั่วคราวหรือถาวรก็ตาม
"แล้วไปไงมาไงถึงมากับลูกหมีได้ล่ะ?"
สุวดีที่เพิ่งนึกขึ้นได้จึงผละตัวออกห่างจากก้องการุญที่ยังคงมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าก่อนจะหันไปมองลูกหมีที่ขยับตัวถอยห่างจากทุกคนเล็กน้อย
"ผมแค่อยากเซอร์ไพรส์ลูกหมีคนแรกน่ะครับ ก็เลยไปหาถึงมหาลัย"
รอยยิ้มยังคงเปื้อนใบหน้าก้องการุญที่เหลือบตามองลูกหมี แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาคือการเลิกคิ้วมองอย่างกวนประสาท ทว่าเขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่านท่าทางนั้นของเธอก่อนจะหันกลับมามองคนถามอย่างสุวดีอีกครั้ง
"แล้วเป็นไง? เซอร์ไพรส์ไหม?"
คราวนี้ภูผาหันมาลูกหมีที่ตอบกลับอย่างประชดประชันพร้อมกับดวงตาที่กลิ้งกลอกมองบน
"ค่ะ เซอร์ไพรส์มากกกก"
ถึงจะพูดประชดประชันแต่เขาก็ทำเธอเซอร์ไพรส์จริงๆ นั่นแหละ ไม่คิดว่าเขาจะโผล่มาหาถึงตึกคณะด้วยซ้ำ ต้องใจกล้ามากแค่ไหนถึงกล้ามาหาเธอพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถึงเพียงนี้
ป่านนี้ไม่รู้ว่าคนที่คณะจะพูดถึงเธออย่างไรบ้างที่มีหนุ่มหล่อมาหาถึงที่แล้วไหนจะต้องมาคอยอธิบายกับเพื่อนสนิทในภายหลังว่าหนุ่มหล่อคนนั้นคือใคร
เห้อ...การมาของเขาทำให้ชีวิตเธอวุ่นวายจริงๆ เลย
"ลูกหมีทำหน้าเบื่ออย่างนั้นคืออะไร? ลูกไม่ดีใจเหรอที่พี่จ๋าของลูกกลับมาน่ะ"
สุวดีเน้นย้ำคำว่า 'พี่จ๋า' และพูดจาสัพยอกลูกสาวที่แสดงท่าทีไม่น่ารักออกมา ทั้งที่ปกติแล้วเธอไม่เคยแสดงกิริยาอย่างนี้มาก่อนเลย แล้วอีกอย่างถึงลูกหมีจะทำเป็นเหมือนไม่มีอาการดีใจอะไรแต่เธอรู้ดีว่าในใจของลูกสาวลึกๆ แล้วก็คงดีใจไม่ต่างกัน เพียงแต่ปากแข็งและยังงอนพี่ชายไม่หายก็เท่านั้นเอง
ผ่านมานานถึงสิบปีแล้ว ไม่รู้จะยังงอนอะไรนักหนา เห้อ...ไม่เข้าใจวัยรุ่นสมัยนี้เลย!
ในขณะที่สุวดีได้แต่เอือมระอากับลูกสาวตัวเองอยู่นั้นภูผาก็เหมือนจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะบอกกับก้องการุญอย่างเร่งรีบ
"พอดีเลย! ฉันกำลังจะทำมื้อเย็น หิวข้าวหรือยัง? รอแป๊บนึงก็แล้วกันนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว"
ไม่รอให้ก้องการุญได้พูดอะไรภูผาที่ทำตะหลิวหลุดมือก็เดินไปเก็บก่อนจะหายเข้าไปในครัวเพื่อทำมื้อเย็นต่ออย่างกระตือรือร้น ส่วนสุวดีที่เห็นว่าลูกสาวกำลังจะขึ้นห้องไปเฉยๆ ก็ร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน
"พาพี่ก้องไปที่ห้องนอนเขาด้วยสิลูกหมี"
ลูกหมีลอบถอนหายใจสุดปอดอย่างนึกหงุดหงิดแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ แม้จะนึกรำคาญก้องการุญแต่ก็ยอมรอเขาที่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตามเธอที่ก้าวขึ้นบันไดนำเขาไปก่อน
บ้านหลังนี้เป็นบ้านใหม่ที่ก้องการุญบอกให้สุวดีกับภูผาทำเรื่องซื้อเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน
ในคราแรกทุกคนยังลังเลเพราะบ้านมีราคาหลายล้านบาทและกลัวจะผ่อนไม่ไหว แต่ก้องการุญก็รับปากว่าเขาจะส่งเงินผ่อนบ้านให้ทุกๆ เดือนและเขาก็ทำตามที่พูดเอาไว้ได้โดยไม่ผิดชำระแม้แต่เดือนเดียว แต่เหนือที่ทุกคนคาดคิดเอาไว้ ใครจะไปรู้ล่ะว่าวันหนึ่งก้องการุญจะปิดยอดหนี้ราคาหลายล้านหมดภายในไม่กี่ปีเท่านั้น มิหนำซ้ำยังยินยอมให้บ้านหลังนี้เป็นชื่อของสามีภรรยาอย่างภูผาและสุวดีอีกด้วย
ก้องการุญทำให้พวกเขาเห็นแล้วว่าในวันที่เขาได้ดี...เขาไม่เคยลืมตอบแทนบุญคุณพวกเขาเลย ทั้งที่ความจริงแล้วสุวดีและภูผาไม่ได้คาดหวังว่าก้องการุญจะตอบแทนพวกเธอแบบนี้ด้วยซ้ำ มีแต่ยินดีที่ก้องการุญมีอนาคตที่ดี
"นี่ค่ะห้องพี่"
ลูกหมีเลี่ยงที่จะใช้สรรพนามคำว่า 'พี่จ๋า' เหมือนเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็กเพราะตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กๆ แล้วที่จะเรียกเขาอย่างนั้น ทว่าก้องการุญที่ได้ยินกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
ประกายตาสีนิลซ่อนแววตาลุ่มลึกเอาไว้ ทว่าในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินเลี่ยง เขากลับดันกระเป๋าเดินทางไปยังเธอเป็นการบังคับกลายๆ จนลูกหมีถอยหลังเข้าไปในห้องนอนของเขาที่รีบปิดประตูและล็อกด้วยความรวดเร็ว
การกระทำนั้นสร้างความตกใจให้กับลูกหมีไม่น้อยก่อนจะเดินตรงมาหาเขาที่ยืนขวางประตูเอาไว้
"พี่ก้องจะทำอะไร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!"
ลูกหมีมีส่วนสูงที่เตี้ยกว่าเขามาก ขนาดเธอยืนเต็มความสูงแล้วยังไม่ถึงหัวไหล่ของเขาด้วยซ้ำทำให้เธอต้องแหงนเงยคอขึ้นเพื่อมองเขา
แต่คิดหรือว่าใบหน้างอง้ำที่เหมือนแมวขู่ของเธอจะทำให้ก้องการุญกลัวได้ มิหนำซ้ำยังเป็นเขาที่เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"พี่จ๋า"
"อะไร?"
ลูกหมีไม่เข้าใจว่าจู่ๆ เขาจะพูดประโยคนั้นขึ้นมาทำไม กระทั่งตัวเธอถูกท่อนแขนหนาโอบกอดเอวเอาไว้พร้อมกับแรงเหวี่ยงที่ทำให้เธอเป็นฝ่ายพิงหลังกับบานประตูห้อง
แต่ที่ทำให้ลูกหมีตกใจจนดวงตาเบิกกว้างนั้นกลับเป็นใบหน้าคมเข้มทว่าเกลี้ยงเกลาของก้องการุญต่างหากที่ขยับเข้ามาจนปลายจมูกชนกัน!
"เรียกพี่ว่าพี่จ๋าเดี๋ยวนี้ลูกหมี"
นะ นี่มันอะไรกัน! เขากำลังข่มขู่เธอให้ร้องเรียกเขาด้วยสรรพนามวัยเด็กที่เธอเคยเรียกอย่างนั้นหรือ!
เขาโตจนอายุสามสิบสองแล้วนะยังจะให้เธอเรียกว่าพี่จ๋าอยู่อย่างนั้นหรือ! ไม่เอาหรอก! น่าอายจะตายไป!
"ไม่เรียก! ลูกหมีโตแล้ว ทำไมต้องเรียกพี่ว่าพี่จ๋าด้วย!"
ลูกหมียังดื้อรั้นไม่เลิก ต่อให้เธอจะยกมือขึ้นดันแผงอกก้องการุญไม่ให้เข้ามาใกล้ แต่เธอก็สู้แรงเขาไม่ได้จริงๆ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีเมื่อปลายจมูกของเขาขยับเข้าใกล้เธออีกนิดแต่นั่นกลับทำให้จมูกโด่งๆ ของเขาแตะลงบนแก้มเธอเต็มๆ! พร้อมกับเสียงหายใจเข้าที่สูดเข้าเต็มปอด!
ฟอด!
"พี่ก้อง!!!"
ลูกหมีตัวแข็งค้างเมื่อถูกเขาขโมยหอมแก้มอย่างหน้าด้านๆ แต่น่าแปลกที่จู่ๆ หัวใจดวงน้อยก็พลันเต้นแรงไม่เป็นส่ำขึ้นมา!
ยิ่งเขาเบียดกายเข้าหาเธอมากเท่าไหร่หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น!
เขากำลังแกล้งเธอ! เขาแกล้งเธอแน่ๆ!
"ถ้าไม่เรียกพี่จ๋า พี่จะทำมากกว่าเมื่อกี้อีกนะ"
ประกายตาวาววับราวกับสนุกที่ได้แกล้งกันทำให้ลูกหมีโกรธแทบเลือดขึ้นหน้า เธอกำลังจะปฏิเสธข้อบังคับของเขาแต่ก็จำต้องกลืนคำนั้นลงคอเมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้อีกครั้งและครั้งนี้เหมือนเขาจะเล็งที่ริมฝีปากของเธอ!
ลูกหมีย่นคอสุดฤทธิ์ เธอหลับตาปี๋ก่อนจะกลั้นใจเรียกสรรพนามที่เขาอยากได้ยินออกมาอย่างจำใจ
"พี่จ๋า!!! ไม่เอานะอย่าทำนี้กับลูกหมี!!!"
"...!"
คราวนี้คนที่ชะงักกลับเป็นก้องการุญเสียเอง แววตาที่เคยดูสนุกขบขันกลับวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปเมื่อลูกหมีลืมตาขึ้นอีกครั้งและเผลอเรียกเขาด้วยสรรพนามเดิมอย่างลืมตัว
ไม่ใช่แค่หัวใจของลูกหมีหรอกที่กำลังเต้นแรงเพราะหัวใจของเขาก็เต้นแรงไม่ต่างกันและก่อนที่เขาจะเผลอทำอะไรเธอมากไปกว่าหอมแก้มเขาก็ยอมปล่อยตัวเธอแต่โดยดี
"ก็แค่นี้แหละ ค่อยน่ารักขึ้นมาหน่อย"
ลูกหมีถลึงตาใส่ก้องการุญที่มองว่าเธอไม่ต่างจากลูกแมวที่ขู่ฟ่อๆ และเมื่อขู่เสร็จแล้วเธอก็รีบหมุนตัวและเปิดประตูออกไปทันทีด้วยความเร่งรีบ ทิ้งให้ก้องการุญได้แต่นึกหัวเราะเยาะให้กับความอ่อนหัดของตัวเองที่เกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้เพียงเพราะได้กลิ่นกายหอมๆ จากตัวลูกหมี!
โชคดีแค่ไหนแล้วที่ลูกหมีไม่ทันสังเกตเห็นว่าภายใต้กางเกงสแล็กเนื้อดีมีแท่งอะไรบางอย่างกำลังพองตัวดุนดันเป้ากางเกงจนพาดผ่านหน้าขาเห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน
ถ้าหากเธอรู้ว่าเขากำลังมีอารมณ์กับเธอเพียงแค่ชิดใกล้กันเท่านั้น มีหวังเธอต้องหาว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตแน่ๆ!
เห็นทีคงต้องควบคุมอารมณ์และอาการเสียหน่อยแล้ว! ไม่อย่างนั้นมีหวังลูกหมีน้อยคงตื่นตระหนกจนเตลิดกันพอดี!
==========================
อั้ยคนผีตะเล้~ มาฉวยโอกาสหอมแจ้มน้องยูกหมีได้ยังไง!