สุวดีเพิ่งล้างหม้อก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เธอเดินออกมาจากหลังบ้านพร้อมกับเช็ดมือลงบนผ้ากันเปื้อนที่เธอสวมใส่ก่อนจะกวาดสายตามองหาเด็กหนุ่มคนนั้นที่ควรจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ แต่ในตอนนี้กลับไม่เห็นเขานั่งอยู่ที่เดิมเสียแล้ว
"ไปไหนแล้วล่ะ?"
ที่ตรงนั้นมีเพียงลูกสาวเธอนั่งคนเดียว ลูกหมูก้มหน้าลงและมองอะไรบางอย่างอยู่จนสุวดีต้องเดินเข้ามาดูก่อนจะเห็นว่ามันคือแบงก์ยี่สิบ...ที่มีถึงสองใบ
"ลูกหมีมีเงินได้ยังไงคะเนี่ย? หรือแม่ทำตกเหรอคะ?"
ลูกหมีกะพริบตาปริบๆ และส่ายหัวไปมาก่อนจะชี้นิ้วไปยังชามก๋วยเตี๋ยวที่ตอนนี้ว่างเปล่าไม่หลงเหลือแม้แต่น้ำซุปสักหยด
สงสัยจะหิวมากจริงๆ ถึงได้กินทุกอย่างไม่มีเหลืออย่างนี้
"พี่จ๋าให้เงิงยูกหมีค่ะคูมแม่ บอกว่าเป็งค่าโก๋ยเตี๋ยว"
"..."
สุวดีมองเงินสี่สิบบาทในมือลูกสาวด้วยความรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ ความจริงแล้วเธอก็แค่อยากช่วยเหลือเด็กคนนั้นเท่านั้นและไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่ใครจะคิดล่ะว่าเขากลับจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวให้เธอ
"ถ้าพี่เขาให้ลูกหมี อย่างนั้นลูกหมีก็เก็บเงินไว้เถอะค่ะ"
"ค่า~ ยูกหมีจะเก็บเงิงไว้ให้ดีค่า~"
ลูกหมีในวัยสามขวบไม่รู้หรอกว่าเงินที่เธอได้รับนั้นมันมีมูลค่าเท่าไหร่ เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าถ้าเป็น 'เงิน' ก็ต้องเก็บใส่กระเป๋าให้ดี
ลูกหมีเปิดกระเป๋าสะพายใบสีชมพูของตัวเองออกและยัดเงินสี่บาทนั้นเข้ากระเป๋าก่อนจะรูดซิปปิดอย่างดี
"เก็บเสร็จแย้ววว~"
"เก่งมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราไปเล่นขายของด้วยกันดีไหมคะ? "
"เย้! ไปเย่นขายของด้วยกังค่า~"
ลูกหมีชูไม้ชูมือกระโดดหย็องแหย็งดีใจเมื่อคุณแม่มีเวลาเล่นขายของกับเธอแล้ว สองสาวต่างวัยจับจูงมือกันเดินไปยังหลังบ้านและภาพนั้นของพวกเธอก็ตกอยู่ในสายตาก้องการุญที่แอบมองอยู่หลังต้นไม้ข้างร้าน
ริมฝีปากได้รูปหยัดยิ้มบางเบา เขารู้สึกขอบคุณสุวดีมากที่วันนี้ช่วยเหลือและยังให้เขากินก๋วยเตี๋ยวชามโต ส่วนลูกหมีนั้นก็คอยอยู่เป็นเพื่อนเขาไม่ห่างในตอนที่สุวดีขอตัวไปล้างอุปกรณ์ทำมาหากินที่ครัวหลังบ้าน
เขาที่กินเสร็จแล้วไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจของสุวดีอย่างไรดีก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเงินติดตัวอยู่สี่สิบบาทตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว สุดท้ายก็ให้เงินจำนวนนั้นกับลูกหมีที่รับไว้อย่างงงๆ
ก้องการุญเห็นว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ตรงนี้อีกแล้วจึงเดินห่างออกจากบ้านสุวดีอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง
ตอนนี้เขาไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว แต่เมื่อนึกถึงหน้าแม่ขึ้นมาเขาก็เกิดความลังเลเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้แม่ของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง
ไม่รู้ว่าไอ้ผันมันจะเอาแม่เขาไป 'ขาย' ให้ใครในระหว่างที่เขาหนีเอาตัวรอดออกมาเพียงคนเดียว
"เห้ย ไอ้ก้อง!"
เสียงเรียกนั้นทำให้ก้องการุญหันกลับไปมองก่อนจะเห็นว่าคนที่เรียกคือเพื่อนในสลัมเดียวกัน แต่ถึงจะอยู่ในสลัมเหมือนกันทว่าชีวิตมันกลับดีกว่าเขาหน่อยตรงที่มันได้เรียนหนังสือในขณะที่เขาไม่ได้เรียนเพราะไม่มีใครส่งเสียค่าเทอมให้
"มีอะไร?"
ก้องการุญถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าเคร่งเครียดมากแค่ไหน
"มึงกลับไปดูแม่มึงตอนนี้เลย เมื่อกี้กูได้ยินเสียงเอะอะมาจากบ้านมึง ไม่รู้ว่าลุงผันมันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้เอาแต่ตีแม่มึงไม่หยุด"
เพียงเท่านั้นก้องการุญก็วิ่งกลับบ้านตัวเองทันที เขาพอจะรู้เหตุผลแล้วว่าเพราะอะไรไอ้ผันมันถึงได้คลุ้มคลั่งตีแม่เขา สาเหตุมันเป็นเพราะเขาเอง...เพราะเขาหนีมันออกจากบ้าน! มันถึงได้โมโหและเมื่อไม่มีที่ลงมันก็เลยไปลงกับแม่เขา!
ไอ้เหี้ยเอ้ย!!!
ก้องการุญนึกโทษตัวเองอยู่ไม่น้อยที่เขากลายเป็นต้นเหตุทำให้แม่ถูกทำร้ายร่างกาย ตอนที่เขาวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้นแม่เขายังไม่กลับมาจาก 'รับแขก' และเมื่อเธอกลับมาถึงบ้านแล้วคงเป็นจังหวะที่ไอ้ผันมันตื่นพอดีและมันคงรู้ว่าเขาหนีออกมาจากบ้านแล้ว
จากบ้านสุวดีมายังสลัมที่ก้องการุญอาศัยอยู่นั้นมีระยะทางราวๆ หนึ่งกิโลกว่าเท่านั้น เขาวิ่งกลับบ้านแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงบ้านและไม่สนใจอาการเหนื่อยหอบของตัวเองด้วยเมื่อได้ยินเสียงเอะอะและเสียงกรี๊ดมาจากบ้านตัวเอง
เพื่อนบ้านในละแวกนั้นไม่มีใครคิดจะยุ่งเรื่องของไอ้ผันกับเมียมันเพราะรู้ว่าไอ้ผันมันเป็นคนโมโหร้ายมากแค่ไหนและด้วยรูปร่างใหญ่โตรวมถึงอาชีพผิดกฎหมายที่มันทำจึงทำให้ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับมันสักคน
"อย่าทำแม่กูนะ! ปล่อยแม่กูเดี๋ยวนี้!!!"
ก้องการุญเปิดประตูบ้านเข้ามาเห็นภาพไอ้ผันง้างมือขึ้นจะตบแม่พอดี สภาพของ ‘ลำดวน’ นั้นเรียกว่าบอบช้ำไม่น้อยเลย บนใบหน้ามีรอยแดงหลายแห่งซึ่งบ่งบอกว่าก่อนหน้านี้ถูกไอ้ผันทำร้ายร่างกายมาแล้วอย่างแน่นอน
ก้องการุญที่เห็นว่าแม่ถูกทำร้ายถึงกับเลือดขึ้นหน้า เขาไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวเข้าใส่ไอ้ผันหวังจะผลักให้มันล้มแต่กลับเป็นว่าเขาถูกไอ้ผันจับตัวเอาไว้เสียเอง
"ก็ใครใช้ให้มึงหนีกูไปล่ะ! กูบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้ามึงหนีไปกูจะซ้อมแม่มึง!"
ก้องการุญสู้ไอ้ผันไม่ได้เลย ด้วยสภาพร่างกายที่ต่างกันทำให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบพ่อเลี้ยงก่อนจะถูกมันคว้าเสื้อและใช้กำลังทั้งเตะทั้งต่อยจนเขารู้สึกปวดร้าวไปทั้งกาย
"มึงนี่มันไร้ประโยชน์สิ้นดี! เลี้ยงเปลืองข้าวฉิบหาย! เด็กไร้ประโยชน์อย่างมึงไปอยู่กับใครก็ไม่มีใครต้องการหรอก! ไอ้คนไร้ประโยชน์!"
ไอ้ผันมันด่าทอเขามากมายด้วยคำพูดหยาบคายในขณะที่มือเท้ามันก็ตบตีเขาไม่พัก ก้องการุญไม่ร้องออกมาสักเอะแม้ว่าจะต้องทนเจ็บปวดเป็นที่รองมือรองตีนไอ้ผัน แต่ในใจเขากลับหวังจะได้เห็นว่าแม่เข้ามาห้ามปรามไอ้ผันหรือช่วยเหลือเขาบ้าง ทว่านั่นมันก็เป็นความคิดล้มๆ แล้งๆ เท่านั้นเพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างลำดวนนั้นไม่เคยคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลย
มิหนำซ้ำผู้เป็นแม่แท้ๆ ยังมองเขาด้วยแววตาเฉยชาและเดินออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจว่าเขาจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจะเป็นจะตายอย่างไร
ก้องการุญนึกสมเพชตัวเองอยู่ในใจที่คาดหวังว่าแม่จะช่วยเหลือเขาเหมือนอย่างที่เขาช่วยเหลือเธอโดยไม่คิดลังเลเลยแม้แต่น้อยและก่อนที่เขาจะหมดสติไป วูบหนึ่งในใจเขามันดันเกิดการเปรียบเทียบระหว่างแม่ตัวเองกับแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวที่เขาเพิ่งพบเจอมาหมาดๆ
การเลี้ยงดูของแม่เขาที่ปฏิบัติต่อเขากับการเลี้ยงดูของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวที่ปฏิบัติต่อลูกสาวของเธอนั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทำไมเขาถึงไม่เคยได้รับการเลี้ยงดูดีๆ เช่นเด็กคนนั้นบ้างและน่าแปลกที่ตอนนี้ใบหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ ของเด็กสามขวบคนนั้นเกิดเด่นชัดขึ้นมาโสตประสาทโดยไม่ดูสถานการณ์เลยว่าเขากำลังถูกซ้อมอยู่แท้ๆ แต่เธอก็ดันผุดขึ้นมาไม่รู้เวลาเอาเสียเลย…
==========================
*อดทนหน่อยนะพี่ก้องงงง เดี๋ยวยัยหนูก็จะมาเป็นยาใจให้แล้วค่าาา
*มีใครรอ *****คบ้างค่าาาาา
ถ้าหากยอดเซฟ ยอดอ่านเป็นที่น่าพอใจ จี๊ดจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเรื่องเลยค่า
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกจี๊ดดีวันดีคืนด้วยนะคะพี่ๆ