::
::
ก้องการุญหอบร่างบอบช้ำของตัวเองออกมาจากบ้านตอนสามทุ่ม เขาอาศัยช่วงเวลาที่ไอ้ผันนอนหลับหนีออกมาอีกครั้งก่อนจะเดินอย่างไร้จุดหมายด้วยความรู้สึกที่พังเละเทะไม่มีชิ้นดี
ก้องการุญไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเดินมาหยุดที่หน้าบ้านสุวดีกับลูกหมี สัญชาตญาณนำพาเขาให้เดินมาที่นี่โดยไม่รู้ตัว
ร่างผอมบางทรุดตัวลงนั่งข้างถังขยะอย่างไร้เรี่ยวแรง แม้ที่ตรงนี้จะเหม็นเน่าเพราะขยะแต่เขากลับรู้สึกว่าอยู่ตรงนี้ยังดีกว่ากลับไปอยู่ที่บ้านเป็นไหนๆ
ตอนนี้ก้องการุญไม่มีที่ให้ไปและเขาไม่สามารถขอความช่วยเหลือใครได้เลย แม้จะเกิดและเติบโตในสลัมแต่เขารู้ว่าผู้คนเหล่านั้นก็มีชีวิตที่อัตคัดไม่ต่างกัน
หลายครั้งที่เขาถูกทำร้ายร่างกายและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนในบริเวณนั้น แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลยสักคน ทุกคนทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเข้ามายุ่งจึงพากันเมินเฉยและกลายเป็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องปกติธรรมดาในสลัมแออัดแห่งนี้
"เจ็บจัง..."
ก้องการุญถอนหายใจอย่างอ่อนล้า อาการปวดร้าวระบมแล่นพล่านไปทุกส่วนของร่างกายจนต้องล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจว่าที่ตรงนั้นคือพื้นที่ทิ้งขยะ
ร่างกายที่ฝืนความอ่อนล้ามาหลายวันเหมือนกับถูกปิดสวิตช์ทันทีที่เขาหลับตาและในวินาทีนั้นโลกทั้งใบก็มืดมิด...
::
::
เช้าวันต่อมา...
"คูมพ่อตั้งใจทำงานน้า~ ยูกหมีเป็นกำยังใจให้น้าค้า~"
ลูกหมีในชุดกระโปรงบานฟูฟ่องสีฟ้าโบกมือส่งพ่อเมื่อถึงเวลาที่ต้องไปทำงาน
บ้านภูผาอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจแค่ไม่กี่กิโลเท่านั้นเพราะอย่างนั้นเขาจึงเลือกใช้มอเตอร์ไซค์เวฟร้อยยี่สิบห้าเป็นยานพาหนะไปยังที่ทำงาน
"วันนี้เป็นเด็กดีอยู่บ้านนะคะ"
ภูผาบอกกับลูกสาวที่ยกมือป้อมๆ ขึ้นตะเบ๊ะเลียนแบบผู้เป็นพ่อที่มักจะเล่นอย่างนี้กับเธออยู่หลายครั้ง จึงทำให้เธอจดจำและนำมาใช้กับเขา
"เข้าใจแย้วค่า!"
"ขับรถดีๆ นะพ่อ"
สุวดีบอกสามีที่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เขาสวมใส่หมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นจึงขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกจากบ้านด้วยอัตราความเร็วที่เรียกว่าเต่ายังเดินแซง
"ขับช้าขนาดนั้นเดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอกค่ะ!"
"เด่วก็ตำงานสายหยอกค่ะ!"
เสียงของภรรยาและลูกสาวที่ตะโกนไล่หลังมานั้นทำให้ภูผาเร่งความเร็วขึ้นอีกนิดพร้อมกับเสียงหัวเราะที่หลุดขำออกมาอย่างตลกขบขัน
ความจริงแล้วเขาก็เป็นคนที่ขับรถด้วยความเร็วปกติธรรมดาทั่วไปที่ไม่เกินห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่ขับช้าเป็นเต่าคลานนั้นเพราะจงใจอยากแกล้งภรรยาเท่านั้นและมันก็ได้ผลเมื่อเธอตะโกนไล่หลังตามมา
"จริงๆ เล้ยยยย มีลูกแล้วยังทำตัวเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้"
สุวดีทอดถอนใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจแต่ถึงอย่างนั้นกลับยิ้มออกมาให้กับความขี้เล่นแปลกๆ ของสามี
"เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะคูมแม่ ยูกหมีหิวข้าวแย้ว~"
วันนี้ลูกหมีไม่ได้ทานข้าวเช้าพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่เพราะเธอยังไม่หิวสักเท่าไหร่ จึงเลือกที่จะทานภายหลังแต่ตอนนี้หิวข้าวแล้วจึงชวนแม่เข้าบ้าน แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่ของเธอจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้จึงหันมาพูดกับเธอ
"ช่วยกันเอาขยะออกไปทิ้งก่อนค่ะ เมื่อคืนแม่ก็ลืมเอาไปทิ้ง"
"ถ้าอย่างนั้นยูกหมีช่วยคูมแม่เอาถุงนี้ไปทิ้งนะคะ"
ไม่รอให้สุวดีพูดอะไรเธอก็วิ่งลิ่วไปยังถุงขยะใบหนึ่งที่ไม่ใหญ่จนเกินไปสำหรับเด็กสามขวบ แต่ก็ต้องออกแรงในระดับหนึ่งในการลากมันไปทิ้งนอกบ้าน
และในตอนที่สุวดีกำลังรวบรวมถุงขยะอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงเรียกตื่นตระหนกของลูกสาวที่อยู่ตรงหน้าบ้านขึ้นมา
"คูมแม่! คูมแม่ขา!"
"เกิดอะไรขึ้นคะ!"
สุวดีละมือทุกอย่างจากสิ่งที่ทำก่อนจะวิ่งหน้าตั้งออกไปหน้าบ้านและเห็นว่าลูกสาวกำลังยืนกระทืบพื้นเร่าๆ พร้อมกับชี้นิ้วไปยังถังขยะด้วยสีหน้าซีดเผือด
ในคราแรกเธอคิดว่าลูกอาจจะเจอสัตว์อันตรายแต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ลูกหมีและเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังชี้อะไรอยู่ดวงตาก็พลันเบิกกว้างด้วยความตกใจทันที
"นี่มัน...เด็กคนเมื่อวานไม่ใช่เหรอ!"
สุวดีจำได้เพราะเพิ่งเจอเด็กคนนี้เมื่อวาน เธอคิดว่าเขากลับบ้านไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ทำไมวันนี้ถึงได้มานอนข้างถังขยะล่ะ! แล้วไหนจะร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายที่มากกว่าเมื่อวานนี้อีก!
มันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้! แล้วใครช่างกล้าทำร้ายเขาได้ถึงเพียงนี้นะ! โหดร้ายเสียจริง!
แม้ในใจสุวดีจะนึกโกรธเคืองแทนเด็กคนนี้แต่เธอในตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่เธอตระหนักคือจะช่วยเหลือเด็กคนนี้อย่างไรก่อนจะตัดสินใจโทรหารถพยาบาลและโทรบอกสามีในภายหลัง
ช่วงเที่ยงวัน...
ภูผาอาศัยช่วงเวลาพักกลางวันมาหาภรรยาที่โรงพยาบาลก่อนจะรู้จากปากเธอว่าเด็กที่เธอช่วยเหลือนั้นถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก
กระบอกตาบวมปูดเขียวช้ำจากการถูกตบตี ริมฝีปากแตก แล้วไหนจะกระดูกซี่โครงที่ร้าวนั่นอีก โดยรวมแล้วสภาพร่างกายของเด็กคนนี้นับว่าบอบช้ำมากแต่เมื่อได้รับการรักษาแล้วจึงพ้นขีดอันตรายและหมอก็ให้นอนโรงพยาบาลรอดูอาการอีกสักสองสามวัน
"เราจะทำยังไงกับเด็กคนนี้ดีคะ?"
สุวดีถามสามีอย่างขอความคิดเห็น ตอนนี้เธอรู้สึกเป็นห่วงเด็กคนนี้มาก แล้วก็รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยที่เห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำถึงเพียงนี้
ภูผาเองก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ได้อย่างไร เขาเองก็นึกเห็นใจเด็กหนุ่มคนนี้ไม่น้อยเช่นกัน แต่ก่อนจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ได้นั้นเขาต้องรู้ข้อมูลส่วนตัวเสียก่อน แล้วอีกอย่างเด็กคนนี้ก็ยังไม่ได้สติจึงทำให้ตอนนี้เขายังไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก
"ตอนนี้เราทำได้แค่รอให้เขาฟื้นก่อนเท่านั้น ส่วนแม่ก็ทำดีแล้วล่ะ"
ภูผารับรู้ได้ว่าภรรยารู้สึกอย่างไร เธอเป็นห่วงเด็กคนนี้จากใจจริงและเขาก็ชื่นชมภรรยาเช่นกันที่เธอนำตัวเด็กคนนี้มาส่งโรงพยาบาลโดยไม่ลังเล
"อ๊ะ คูมแม่คูมพ่อขา! พี่จ๋าตื่นแย้วค่ะ! "
เสียงของลูกหมีที่นั่งเฝ้าก้องการุญอยู่ข้างเตียงไม่ห่างร้องเรียกความสนใจจากสุวดีและภูผาให้หันไปมองก่อนจะเห็นว่าคนที่เคยนอนหลับไม่ได้สติค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและเขาก็ดูมึนงงไม่น้อยว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน
==========================
*ยัยหนูของมัมหมีเก่งมากลูกกกก
*มีใครรอ *****คบ้างค่าาาาา
ถ้าหากยอดเซฟ ยอดอ่านเป็นที่น่าพอใจ จี๊ดจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเรื่องเลยค่า
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกจี๊ดดีวันดีคืนด้วยนะคะพี่ๆ