สามวันต่อมา...
วันนี้หมออนุญาตให้ก้องการุญกลับได้แล้วหลังตรวจร่างกายแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีแค่ต้องรักษาอาการซี่โครงร้าวและหมั่นทายาแก้ฟกช้ำตามร่างกายเท่านั้น
ภูผาที่วันนี้ไม่ต้องเข้าเวรจึงมาโรงพยาบาลในช่วงเช้า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขายังไม่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมก้องการุญสักครั้ง กว่าจะออกเวรก็ดึกแล้วจึงไม่คิดจะมารบกวนคนป่วย แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาก็ได้ยินเรื่องของก้องการุญผ่านภรรยาอยู่บ้างที่โทรมาเล่าให้เขาฟัง
วันนี้เขามีเวลาว่างแล้วและเป็นช่วงที่ก้องการุญออกจากโรงพยาบาลพอดีเขาจึงมารับภรรยาและลูกสาวที่นอนเฝ้าก้องการุญอยู่ที่โรงพยาบาลรวมถึงมารับตัวคนเพิ่งหายป่วยกลับพร้อมกันด้วย แต่ก่อนจะกลับนั้นก็จำต้องเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลก้องการุญเสียก่อน
"ทั้งหมดห้าพันห้าร้อยสามสิบบาทค่ะ"
ก้องการุญที่ได้ยินค่ารักษาพยาบาลของตัวเองแล้วถึงกับยืนตัวแข็งนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก แต่ภูผากลับไม่ลังเลที่จะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลนั้นให้กับเขาเลย อีกทั้งยังหันมากวักมือเรียกเขาที่เอาแต่ยื่นทื่อให้เดินออกจากโรงพยาบาลพร้อมกัน
"มาสิ จะกลับแล้ว"
"มาเยวๆ น้องจากลับแย้ว~ น้องหิวข้าว~"
ลูกหมีถึงกับวิ่งมาคว้ามือเขาเอาไว้ทั้งที่ยังอยู่ในอาการอึ้งไม่หาย
เดี๋ยวนะ ค่ารักษาเขาในครั้งนี้ราคาห้าพันกว่าเชียวหรือ! เขาไม่คิดว่าค่ารักษาจะแพงถึงเพียงนี้ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลรัฐนะ!
"ดะ เดี๋ยวก่อนครับ คือว่าเรื่องค่ารักษาพยาบาล..."
"เอาไว้ค่อยคุยน่า ตอนนี้ต้องกลับไปเปิดร้านแล้ว"
เป็นภูผาที่บอกปัดก้องการุญที่ได้แต่อ้ำอึ้งเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไรกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เขารู้สึกเพียงแค่ว่าตัวเองไม่อาจนิ่งเฉยกับค่ารักษาพยาบาลที่ภูผาเป็นคนออกให้
เกรงใจมาก...เขาควรทำอย่างไรดี...
ก้องการุญอยู่ในอาการคิดไม่ตก แต่ก็ต้องหยุดคิดอย่างกะทันหันเมื่อถูกลูกหมีจับจูงให้เดินตามหลังสุวดีและภูผาไปยังรถพิกอัปสีดำที่จอดไว้ตรงลานจอดรถ
ลูกหมีดันก้องการุญขึ้นรถตอนหลัง ส่วนเธอก็ถูกภูผาอุ้มขึ้นนั่งบนคาร์ซีตและคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย
ตอนนี้ก้องการุญสับสนมึนงงไปหมด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับความช่วยเหลือและใส่ใจจากครอบครัวสุวดีเลย
ก้องการุญนั่งเงียบสงบเสงี่ยมเจียมตัวภายในรถที่มีแต่เสียงคุยเจื้อยแจ้วของลูกหมีและสุวดีที่ตอบคำถามนั่นนี่ของเด็กขี้สงสัย ทั้งที่ลูกหมีคุยตลอดทางกลับบ้านแต่ก้องการุญกลับไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อยและทุกครั้งที่เธอหันมาถามเขาก็ตอบกลับไปเท่าที่เขารู้เช่นกัน
"กินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับ"
ภูผาบอกกับก้องการุญเมื่อรถจอดนิ่งสนิทตรงบริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งริมข้างทางในขณะที่ก้องการุญได้แต่ยืนนิ่งอย่างมึนงง
ไหนบอกว่าต้องรีบเปิดร้านแต่ทำไมทุกคนยังทำตัวเรื่อยเปื่อยเหมือนคนที่ไม่ได้เร่งรีบอะไร แล้วไหนจะยังแวะกินมื้อเช้าข้างทางนี่อีก
แม้จะมึนงงไม่เข้าใจในความเร่งรีบทว่ากลับใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยของครอบครัวนี้แต่เขาก็เดินตามหลังทุกคนเข้าร้านอาหารก่อนจะสั่งข้าวกะเพราเป็นคนสุดท้ายเมื่อทุกคนในโต๊ะสั่งอาหารเสร็จแล้ว
"ขอข้าวเพิ่มพิเศษจานนึง แล้วก็เพิ่มไข่ดาวด้วยครับ จะเอาสุกหรือไม่สุก?"
ท้ายประโยคภูผาหันมาถามก้องการุญที่ยังมึนงงแต่ก็ตอบกลับไป
"ไม่สุกครับ"
"ตามที่เขาสั่งเลยครับ"
พนักงานรับออร์เดอร์เสร็จก็เดินหายเข้าไปในครัวและไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ ทว่าก้องการุญที่เห็นจานข้าวกะเพราพูนจานตัวเองแล้วถึงกับนิ่งงันไปหลายวินาที
"กินให้หมด ถ้ากินไม่หมดก็อยู่กินจนกว่าจะหมด"
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าเสียงของภูผาเข้มขึ้น สายตาที่มองก็ดูดุๆ เช่นกันจนเขาต้องรีบก้มหน้าลงและตักข้าวเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ๋ย
สุวดีที่เห็นว่าสามีแกล้งทำเป็นเข้มกับก้องการุญก็แอบกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ปกติแล้วสามีเธอเป็นคนดุเสียที่ไหนโดยเฉพาะตอนอยู่กับลูกกับเมียขี้อ้อนจะตาย
ภูผาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเมียหัวเราะขำเพราะมัวแต่มองดูก้องการุญที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยความพึงพอใจ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ผอมไปหน่อย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าไม่เคยได้กินอาหารดีๆ หรือครบห้าหมู่เลยจึงทำให้ก้องการุญมีรูปร่างที่ผอมกว่าเกณฑ์มาก
เห็นทีคงต้องขุนเสียหน่อยแล้ว จะได้มีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้าง
::
::
กว่าก้องการุญจะกินข้าวหมดจานก็ปาไปชั่วโมงกว่าแล้ว แต่ถึงเขาจะกินข้าวเสร็จเป็นคนสุดท้ายเพราะถูกภูผาบังคับแต่กลับไม่มีใครต่อว่าเลยแม้แต่นิดเดียว
การกระทำของทุกคนในครอบครัวสุวดีทำให้เขานึกเปรียบเทียบกับครอบครัวตัวเองไม่ได้จริงๆ เพราะนอกจากเขาจะกินมื้ออดมื้อแล้วเขายังไม่เคยได้กินข้าวอย่างสุขใจเลยสักครั้งเพราะพ่อเลี้ยงอย่างไอ้ผันมักจะเร่งเขาให้ไปส่งยาเสพติดเสียก่อน
เงินทุกบาทที่ได้จากการขายยาก็เป็นของไอ้ผันที่มันเอาไปทำทุนต่อและกำไรที่ได้ก็เอาไปลงกับอบายมุขต่างๆ ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือการพนันและเขาก็ไม่เห็นว่าไอ้ผันมันจะได้อะไรกลับมาจากการเล่นพนันสักครั้ง มิหนำซ้ำวันไหนเล่นเสียก็ดันมาเอาเงินจากลำดวนอย่างหน้าด้านๆ เพราะอย่างนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในบ้านถึงไม่เคยดีขึ้นมาเลย
"กินเสร็จก็กลับไปขายของกัน"
ภูผาพูดกับทุกคนที่ลุกขึ้นจากโต๊ะ ก้องการุญก็ได้ยินประโยคนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเข้าใจว่าสุวดีต้องกลับไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนเที่ยงวัน
กระทั่งเมื่อถึงบ้าน...ร้านที่ควรจะพร้อมเปิดทันทีที่สุวดีมาถึงกลับยังไม่ถูกตระเตรียมอะไรเลยสักอย่างและคนที่สุวดีขอให้ช่วยจัดเตรียมวัตถุดิบขายของอย่างลูกจ้างสาวชาวเมียนมาร์คนนั้นก็ดันไม่อยู่บ้านเสียด้วย
"นิ่มมันไปไหนของมัน"
สุวดีพูดงึมงำเพียงคนเดียวเมื่อไม่เห็นลูกจ้างอยู่บ้านก่อนจะโทรหาอีกฝ่ายและได้คำตอบว่าเธอคนนั้นรีบกลับอย่างกะทันหันเพราะสามีป่วย จึงทำให้ต้องทิ้งร้านก๋วยเตี๋ยวเอาไว้ ทำเอาสุวดีที่ได้ฟังแล้วถึงกับกุมขมับด้วยความหนักอกหนักใจ
ความจริงแล้วถ้าหากลูกจ้างชาวเมียนมาร์คนนี้โทรบอกเธอสักนิดนึงเธอคงจะไม่หัวเสียขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายก็กลับไปเสียดื้อๆ แล้วไหนจะทิ้งวัตถุเอาไว้ไม่เก็บเข้าตู้แช่อีกต่างหาก
มันน่าหงุดหงิดจริงๆ เลย
แต่ด้วยนิสัยไม่ใช่คนโมโหร้ายและคิดเล็กคิดน้อยอะไรท้ายที่สุดสุวดีก็คิดว่าเธอคงต้องเตรียมเปิดร้านคนเดียวเพราะสามีก็ถูกเรียกตัวให้เข้าสถานีตำรวจอย่างกะทันหันเขาจึงออกจากบ้านทันทีที่ส่งพวกเธอถึงบ้านแล้ว
"เห้อ~"
เสียงถอนหายใจของสุวดีทำให้ก้องการุญที่ยืนเงียบอยู่นานค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจเมื่อเขาเสนอตัวอยากจะช่วยสุวดี
"คือว่า...ตอนนี้ผมสามารถช่วยอะไรน้าสุได้บ้างไหมครับ?"
ก้องการุญไม่รู้ว่าการที่เขาเสนอตัวช่วยสุวดีจะเป็นการล้ำเส้นหรือเปล่า แต่เขาก็อยากจะช่วยเธอถ้าหากเขาพอจะมีประโยชน์บ้างและใครจะรู้ล่ะว่าการที่เขาเสนอตัวออกไปนั้นจะทำให้สุวดีหันมามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายทั้งยังกอบกุมมือเขาเอาไว้ราวกับขอบคุณกัน
"ดีเลย! น้ากำลังขาดลูกมืออยู่พอดี! น้าเชื่อว่าก้องต้องช่วยน้าได้เยอะแน่ๆ!"
==========================
เขาเริ่มจะมีความข้องเกี่ยวกันแล้วน้าาาาา คิคิ
*มีใครรอ *****คบ้างค่าาาาา
ถ้าหากยอดเซฟ ยอดอ่านเป็นที่น่าพอใจ จี๊ดจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเรื่องเลยค่า
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกจี๊ดดีวันดีคืนด้วยนะคะพี่ๆ