บทที่ 5 - ลูกจ้างคนใหม่ [2/2]

1410 Words
:: :: สุวดีไม่ได้คาดหวังว่าก้องการุญจะช่วยงานเธอได้ทุกอย่าง แต่เขาก็แสดงให้เธอเห็นว่าเขาพยายามช่วยอย่างเต็มที่เท่าที่จะช่วยได้ ในที่สุดวัตถุดิบสำหรับขายก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ก็จัดเตรียมเสร็จก่อนเที่ยงซึ่งพอดีกับที่ลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว เป็นโชคดีของสุวดีที่เมื่อไม่กี่วันก่อนมีอินฟูลเอนเซอร์รีวิวอาหารมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านและขออนุญาตลงเพจและอีกหลายๆ ช่องทางทำให้ตอนนี้ร้านของสุวดีเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากปกติมีลูกจ้างคอยช่วยเสิร์ฟก็แทบจะไม่ทันอยู่แล้ว ยิ่งระยะหลังๆ มานี้ลูกจ้างคนนี้มีปัญหาชีวิตเยอะเหลือเกินจึงมาๆ หายๆ อยู่หลายครั้งและทำให้เธอประสบกับปัญหาที่ต้องทั้งขายและเสิร์ฟเองและวันนั้นเธอจะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด แต่วันนี้ยังดีหน่อยที่ก้องการุญมาช่วยงานอีกทั้งเขายังหัวไวมากอีกด้วยจึงสามารถตระเตรียมข้าวมันไก่และตักน้ำซุปให้ลูกค้าได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แรกๆ ก็ยังทำไม่ค่อยคล่องหรอกแต่พอทุกอย่างเข้ามือแล้วก็สามารถหยิบจับทุกอย่างได้ไม่ติดขัด ทั้งยังเสิร์ฟเองและคิดเงินลูกค้าไม่มีตกหล่นแม้แต่บาทเดียว ในสายตาสุวดีมองว่าก้องการุญเป็นลูกมือที่ดีมากเลยทีเดียว ตอนที่อยู่โรงพยาบาลเธอกับเขาคุยกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่องที่เขาเคยบอกกับเธอว่าไม่เคยเรียนหนังสือ แต่เมื่อหลายปีก่อนหลวงพ่อในวัดละแวกนี้เคยสอนเขาอ่านหนังสือจึงทำให้เขาอ่านออกเขียนได้และสามารถคิดเลขได้ ทว่าก็เป็นเพียงการบวกลบคูณหารธรรมดาทั่วไปเท่านั้น สุวดีที่รู้อย่างนั้นทั้งทึ่งและทั้งสะเทือนใจไม่น้อยเลย เธอยอมรับว่ายิ่งรู้ชีวิตของก้องการุญมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งสงสารเขามากขึ้นเท่านั้น แม้ก้องการุญจะไม่ได้เล่าชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดราวกับมีเรื่องที่ยังไม่อยากบอกแต่เธอก็พอจะคาดเดาได้ว่าชีวิตของเด็กคนนี้กว่าจะเติบโตมาคงไม่ง่ายเลย "วันนี้ทำได้ดีมากเลย" สุวดีเอ่ยชมก้องการุญเมื่อเขาอยู่ช่วยเธอจนร้านปิดและยังช่วยล้างอุปกรณ์ต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อย แม้วันนี้จะเปิดร้านตอนเที่ยงวันแต่ช่วงห้าโมงเย็นทุกอย่างก็ถูกขายหมดแล้ว สุวดีเห็นว่าก้องการุญตั้งใจช่วยเธอทำงานมากจึงล้วงเงินในกล่องเก็บแบงก์เป็นเงินจำนวนสี่ร้อยบาทให้กับก้องการุญที่รีบเก็บมือไพล่หลังในทันที "รับไปสิ นี่เป็นเงินค่าแรงของก้อง" ก้องการุญส่ายหน้าหวือ เขาไม่กล้ารับเงินจากสุวดีเพราะที่ผ่านมาเขาก็รับมามากพอแล้ว บุญคุณของเธอเขาจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน "ผมไม่เอาเงินครับ" "ไม่ได้ ก้องช่วยงานน้า น้าก็ต้องจ่ายค่าจ้าง" สุวดีไม่คิดเอาเปรียบก้องการุญ แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันว่าจะไม่รับเช่นกัน "น้าสุกับน้าภูช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ผม แค่นั้นผมก็รู้สึกขอบคุณมากแล้วครับ ผมเองก็จะหาเงินมาคืนนะครับ" "ไม่ต้องหรอก น้าไม่คิดเก็บเงินจากก้อง" เธอเองก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไรหรอก เงินที่หามาได้นั้นก็เป็นเพียงเงินราชการอาชีพตำรวจของสามีและเงินที่เธอเปิดร้านค้าขายเท่านั้น แต่ที่เธอกับสามีไม่คิดเก็บเงินค่ารักษาจากก้องการุญนั้นเป็นเพราะเธอเห็นใจและสงสารเด็กอย่างเขาก็เท่านั้นเอง "ไม่ได้ครับ ผมต้องคืนเงินให้น้าสุครับ" ทว่าเจ้าเด็กนี่ก็ดื้อรั้นเสียเหลือเกินจนเธอเผลอถอนหายใจอย่างอ่อนใจ พอถึงคราวจะดื้อก็ดื้อไม่ยอมเสียด้วย สุวดีกลับมาครุ่นคิดอีกครั้งก่อนจะหาข้อตกลงร่วมกับก้องการุญ "ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน" "..." "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ก้องมาช่วยน้าขายข้าวมันไก่ที่ร้าน น้าจะหักค่าแรงวันละสี่ร้อยจนกว่าจะครบค่ารักษาพยาบาล โอเคไหม?" ก้องการุญคิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วและเมื่อเขารู้ว่าจะได้ทำงานที่นี่เพียงแค่สิบกว่าวันเท่านั้นก็นึกร้อนใจขึ้นมา ถ้าเขาถูกหักค่าแรงจนครบจำนวนค่ารักษาแล้ว เขาก็จะไม่ได้ทำงานกับสุวดีแล้วและที่แย่กว่านั้นคือเขาจะไม่ได้เจอลูกหมีอีกใช่ไหม! "ถ้าผมจ่ายค่ารักษาพยาบาลหมดแล้ว หลังจากนั้นผมก็จะไม่ได้ทำงานกับน้าสุแล้วเหรอครับ?" ก้องการุญหน้าซึมสลดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รู้ตัวและหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องรู้สึกหดหู่ถึงเพียงนี้เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวนี้อีกแล้วหลังจากที่เขาจ่ายค่ารักษาตัวเองจนหมด "น้าสุหักเงินค่าแรงผมวันละห้าสิบบาทได้ไหม ไม่เอาๆๆ หักวันละยี่สิบก็ได้" "น้าจะทำอย่างนั้นได้ยังไง นั่นมันเอาเปรียบก้องเกินไป" เข้าข่ายกดขี่แรงงานเลยนะนั่น เธอเองก็เป็นเมียตำรวจเพราะอย่างนั้นไม่มีทางทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างแน่นอน "ไม่เอาเปรียบหรอกครับ น้าสุหักผมวันละยี่สิบบาทนะ" สุวดีขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจความคิดของเด็กคนนี้เอาเสียเลย "หักวันละยี่สิบบาทแล้วเมื่อไหร่จะจ่ายค่ารักษาหมดล่ะ ก้องไม่อยากจ่ายหมดไวๆ เหรอ?" "ไม่อยาก" "ทำไมล่ะ?" สุวดีเริ่มนึกสงสัยว่าเพราะอะไรก้องการุญถึงมีท่าทีที่ไม่ยอมให้หักเงิน ทั้งที่เขาควรจะดีใจที่จะได้จ่ายค่ารักษาหมดไวแท้ๆ "ถะ ถ้าผมจ่ายหมดไว ผมก็จะไม่ได้เจอครอบครัวน้าอีกแล้วใช่ไหม?" "..." คราวนี้คนที่พูดไม่ออกกลับเป็นสุวดี เธอรู้สึกจุกในอกขึ้นมาเมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงของก้องการุญว่าทำไมเขาถึงไม่อยากถูกหักค่าแรงเยอะนั่นเป็นเพราะว่าเขาต้องการประวิงเวลาเพียงเพราะอยากเจอครอบครัวเธอให้นานๆ ก็เท่านั้นเอง "ขอโทษนะก้อง แต่น้าต้องหักวันละสี่ร้อยจริงๆ" สุวดีเอ่ยเสียงเครียด แต่นั่นทำให้ก้องการุญกลับเข้าใจอะไรผิดไป "ครับ ผมเข้าใจครับ" เขาก้มหน้างุดและแอบเสียใจเมื่อคิดว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วถ้าหากเขาจ่ายค่ารักษาตัวเองจนครบ แต่ในขณะที่ก้องการุญกำลังหดหู่อยู่นั้นสุวดีก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง "ถึงจะหักค่ารักษาหมดแล้วแต่ก้องก็ยังทำงานที่ร้านน้าได้ต่อนะ น้าก็แค่เปลี่ยนจากหักเงินเป็นจ่ายค่าแรงด้วยเงินสดให้ก้องก็เท่านั้น" เพียงเท่านั้นคนที่ก้มหน้าก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าก้องการุญฉายชัดถึงความดีใจแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สุวดีพูดอยู่ดี "จะ จริงเหรอครับ! ผมสามารถทำงานที่ร้านน้าสุต่อได้จริงๆ เหรอ!" "ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ไหนๆ ก็เป็นงานแล้วก็มาช่วยงานที่ร้านน้าหน่อยนะ" สุวดีกำลังอยากรับลูกมือเพิ่มอยู่พอดีและเธอก็ถูกใจในการทำงานของก้องการุญด้วยเพราะเขาขยันและหัวไวมาก "ขอบคุณครับน้าสุ!" ก้องการุญยิ้มจนตาหยี เขายกมือไหว้ขอบคุณสุวดีที่มองมาด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดู เด็กอะไรยอมถูกกดขี่เพียงเพราะต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเธอให้นานๆ แปลกคนเสียจริง! ========================== ต้องอยากอยู่กับน้องมากแค่ไหน ถึงยอมเอาค่าจ้างวันละ 20 บาท โธ่ เอ็นดูเอ็นใจจจจจ ถ้าหากยอดเซฟ ยอดอ่านเป็นที่น่าพอใจ จี๊ดจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเรื่องเลยค่า คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกจี๊ดดีวันดีคืนด้วยนะคะพี่ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD