::
::
สุวดีไม่ได้คาดหวังว่าก้องการุญจะช่วยงานเธอได้ทุกอย่าง แต่เขาก็แสดงให้เธอเห็นว่าเขาพยายามช่วยอย่างเต็มที่เท่าที่จะช่วยได้
ในที่สุดวัตถุดิบสำหรับขายก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ก็จัดเตรียมเสร็จก่อนเที่ยงซึ่งพอดีกับที่ลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว
เป็นโชคดีของสุวดีที่เมื่อไม่กี่วันก่อนมีอินฟูลเอนเซอร์รีวิวอาหารมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านและขออนุญาตลงเพจและอีกหลายๆ ช่องทางทำให้ตอนนี้ร้านของสุวดีเป็นที่รู้จักมากขึ้น
จากปกติมีลูกจ้างคอยช่วยเสิร์ฟก็แทบจะไม่ทันอยู่แล้ว ยิ่งระยะหลังๆ มานี้ลูกจ้างคนนี้มีปัญหาชีวิตเยอะเหลือเกินจึงมาๆ หายๆ อยู่หลายครั้งและทำให้เธอประสบกับปัญหาที่ต้องทั้งขายและเสิร์ฟเองและวันนั้นเธอจะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด
แต่วันนี้ยังดีหน่อยที่ก้องการุญมาช่วยงานอีกทั้งเขายังหัวไวมากอีกด้วยจึงสามารถตระเตรียมข้าวมันไก่และตักน้ำซุปให้ลูกค้าได้โดยไม่มีปัญหาอะไร
แรกๆ ก็ยังทำไม่ค่อยคล่องหรอกแต่พอทุกอย่างเข้ามือแล้วก็สามารถหยิบจับทุกอย่างได้ไม่ติดขัด ทั้งยังเสิร์ฟเองและคิดเงินลูกค้าไม่มีตกหล่นแม้แต่บาทเดียว
ในสายตาสุวดีมองว่าก้องการุญเป็นลูกมือที่ดีมากเลยทีเดียว ตอนที่อยู่โรงพยาบาลเธอกับเขาคุยกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่องที่เขาเคยบอกกับเธอว่าไม่เคยเรียนหนังสือ แต่เมื่อหลายปีก่อนหลวงพ่อในวัดละแวกนี้เคยสอนเขาอ่านหนังสือจึงทำให้เขาอ่านออกเขียนได้และสามารถคิดเลขได้ ทว่าก็เป็นเพียงการบวกลบคูณหารธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
สุวดีที่รู้อย่างนั้นทั้งทึ่งและทั้งสะเทือนใจไม่น้อยเลย เธอยอมรับว่ายิ่งรู้ชีวิตของก้องการุญมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งสงสารเขามากขึ้นเท่านั้น
แม้ก้องการุญจะไม่ได้เล่าชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดราวกับมีเรื่องที่ยังไม่อยากบอกแต่เธอก็พอจะคาดเดาได้ว่าชีวิตของเด็กคนนี้กว่าจะเติบโตมาคงไม่ง่ายเลย
"วันนี้ทำได้ดีมากเลย"
สุวดีเอ่ยชมก้องการุญเมื่อเขาอยู่ช่วยเธอจนร้านปิดและยังช่วยล้างอุปกรณ์ต่างๆ จนเสร็จเรียบร้อย แม้วันนี้จะเปิดร้านตอนเที่ยงวันแต่ช่วงห้าโมงเย็นทุกอย่างก็ถูกขายหมดแล้ว
สุวดีเห็นว่าก้องการุญตั้งใจช่วยเธอทำงานมากจึงล้วงเงินในกล่องเก็บแบงก์เป็นเงินจำนวนสี่ร้อยบาทให้กับก้องการุญที่รีบเก็บมือไพล่หลังในทันที
"รับไปสิ นี่เป็นเงินค่าแรงของก้อง"
ก้องการุญส่ายหน้าหวือ เขาไม่กล้ารับเงินจากสุวดีเพราะที่ผ่านมาเขาก็รับมามากพอแล้ว บุญคุณของเธอเขาจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน
"ผมไม่เอาเงินครับ"
"ไม่ได้ ก้องช่วยงานน้า น้าก็ต้องจ่ายค่าจ้าง"
สุวดีไม่คิดเอาเปรียบก้องการุญ แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันว่าจะไม่รับเช่นกัน
"น้าสุกับน้าภูช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ผม แค่นั้นผมก็รู้สึกขอบคุณมากแล้วครับ ผมเองก็จะหาเงินมาคืนนะครับ"
"ไม่ต้องหรอก น้าไม่คิดเก็บเงินจากก้อง"
เธอเองก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไรหรอก เงินที่หามาได้นั้นก็เป็นเพียงเงินราชการอาชีพตำรวจของสามีและเงินที่เธอเปิดร้านค้าขายเท่านั้น แต่ที่เธอกับสามีไม่คิดเก็บเงินค่ารักษาจากก้องการุญนั้นเป็นเพราะเธอเห็นใจและสงสารเด็กอย่างเขาก็เท่านั้นเอง
"ไม่ได้ครับ ผมต้องคืนเงินให้น้าสุครับ"
ทว่าเจ้าเด็กนี่ก็ดื้อรั้นเสียเหลือเกินจนเธอเผลอถอนหายใจอย่างอ่อนใจ พอถึงคราวจะดื้อก็ดื้อไม่ยอมเสียด้วย
สุวดีกลับมาครุ่นคิดอีกครั้งก่อนจะหาข้อตกลงร่วมกับก้องการุญ
"ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน"
"..."
"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ก้องมาช่วยน้าขายข้าวมันไก่ที่ร้าน น้าจะหักค่าแรงวันละสี่ร้อยจนกว่าจะครบค่ารักษาพยาบาล โอเคไหม?"
ก้องการุญคิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วและเมื่อเขารู้ว่าจะได้ทำงานที่นี่เพียงแค่สิบกว่าวันเท่านั้นก็นึกร้อนใจขึ้นมา
ถ้าเขาถูกหักค่าแรงจนครบจำนวนค่ารักษาแล้ว เขาก็จะไม่ได้ทำงานกับสุวดีแล้วและที่แย่กว่านั้นคือเขาจะไม่ได้เจอลูกหมีอีกใช่ไหม!
"ถ้าผมจ่ายค่ารักษาพยาบาลหมดแล้ว หลังจากนั้นผมก็จะไม่ได้ทำงานกับน้าสุแล้วเหรอครับ?"
ก้องการุญหน้าซึมสลดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รู้ตัวและหาเหตุผลให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องรู้สึกหดหู่ถึงเพียงนี้เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวนี้อีกแล้วหลังจากที่เขาจ่ายค่ารักษาตัวเองจนหมด
"น้าสุหักเงินค่าแรงผมวันละห้าสิบบาทได้ไหม ไม่เอาๆๆ หักวันละยี่สิบก็ได้"
"น้าจะทำอย่างนั้นได้ยังไง นั่นมันเอาเปรียบก้องเกินไป"
เข้าข่ายกดขี่แรงงานเลยนะนั่น เธอเองก็เป็นเมียตำรวจเพราะอย่างนั้นไม่มีทางทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
"ไม่เอาเปรียบหรอกครับ น้าสุหักผมวันละยี่สิบบาทนะ"
สุวดีขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจความคิดของเด็กคนนี้เอาเสียเลย
"หักวันละยี่สิบบาทแล้วเมื่อไหร่จะจ่ายค่ารักษาหมดล่ะ ก้องไม่อยากจ่ายหมดไวๆ เหรอ?"
"ไม่อยาก"
"ทำไมล่ะ?"
สุวดีเริ่มนึกสงสัยว่าเพราะอะไรก้องการุญถึงมีท่าทีที่ไม่ยอมให้หักเงิน ทั้งที่เขาควรจะดีใจที่จะได้จ่ายค่ารักษาหมดไวแท้ๆ
"ถะ ถ้าผมจ่ายหมดไว ผมก็จะไม่ได้เจอครอบครัวน้าอีกแล้วใช่ไหม?"
"..."
คราวนี้คนที่พูดไม่ออกกลับเป็นสุวดี เธอรู้สึกจุกในอกขึ้นมาเมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงของก้องการุญว่าทำไมเขาถึงไม่อยากถูกหักค่าแรงเยอะนั่นเป็นเพราะว่าเขาต้องการประวิงเวลาเพียงเพราะอยากเจอครอบครัวเธอให้นานๆ ก็เท่านั้นเอง
"ขอโทษนะก้อง แต่น้าต้องหักวันละสี่ร้อยจริงๆ"
สุวดีเอ่ยเสียงเครียด แต่นั่นทำให้ก้องการุญกลับเข้าใจอะไรผิดไป
"ครับ ผมเข้าใจครับ"
เขาก้มหน้างุดและแอบเสียใจเมื่อคิดว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วถ้าหากเขาจ่ายค่ารักษาตัวเองจนครบ แต่ในขณะที่ก้องการุญกำลังหดหู่อยู่นั้นสุวดีก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
"ถึงจะหักค่ารักษาหมดแล้วแต่ก้องก็ยังทำงานที่ร้านน้าได้ต่อนะ น้าก็แค่เปลี่ยนจากหักเงินเป็นจ่ายค่าแรงด้วยเงินสดให้ก้องก็เท่านั้น"
เพียงเท่านั้นคนที่ก้มหน้าก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าก้องการุญฉายชัดถึงความดีใจแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สุวดีพูดอยู่ดี
"จะ จริงเหรอครับ! ผมสามารถทำงานที่ร้านน้าสุต่อได้จริงๆ เหรอ!"
"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ไหนๆ ก็เป็นงานแล้วก็มาช่วยงานที่ร้านน้าหน่อยนะ"
สุวดีกำลังอยากรับลูกมือเพิ่มอยู่พอดีและเธอก็ถูกใจในการทำงานของก้องการุญด้วยเพราะเขาขยันและหัวไวมาก
"ขอบคุณครับน้าสุ!"
ก้องการุญยิ้มจนตาหยี เขายกมือไหว้ขอบคุณสุวดีที่มองมาด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดู
เด็กอะไรยอมถูกกดขี่เพียงเพราะต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเธอให้นานๆ
แปลกคนเสียจริง!
==========================
ต้องอยากอยู่กับน้องมากแค่ไหน ถึงยอมเอาค่าจ้างวันละ 20 บาท
โธ่ เอ็นดูเอ็นใจจจจจ
ถ้าหากยอดเซฟ ยอดอ่านเป็นที่น่าพอใจ จี๊ดจะเปิดให้อ่านฟรีจนจบเรื่องเลยค่า
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกจี๊ดดีวันดีคืนด้วยนะคะพี่ๆ