สองสัปดาห์ต่อมา…
"ขอบคุณครับ"
ก้องการุญยกมือไหว้ขอบคุณสุวดีที่ยื่นเงินค่าแรงให้กับเขาเป็นเงินสดจำนวนสี่ร้อยบาท เป็นเวลากว่าสองวันแล้วที่เขาได้รับเงินสดหลังจากที่สุวดีหักเงินค่ารักษาพยาบาลเขาจนหมดแล้ว แม้ว่าตอนนี้ก้องการุญจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลหมดแต่เขาก็ยังคงทำงานที่ร้านสุวดีต่อไป
ตั้งแต่ทำงานกับสุวดีก้องการุญรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในตัวเองขึ้นมาไม่น้อยเลย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของก้องการุญนั้นเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นคนไร้ค่าและสาเหตุที่เขาคิดอย่างนั้นมันก็เป็นเพราะคำพูดของพ่อเลี้ยงและแม่ที่ไม่เคยพูดจากับเขาดีๆ เลย
พูดจากันทีไรก็มีแต่ปากเสียงกันเพราะอย่างนั้นก้องการุญจึงเลือกที่จะไม่พูดเพื่อตัดปัญหาและนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นคนเงียบขรึมไปโดยปริยาย แต่นับตั้งแต่ที่เขาได้มาช่วยงานสุวดีเขาก็ค้นพบว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็เป็นคนที่มีประโยชน์เช่นกันและเขาก็เริ่มรู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดๆ ที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองและมันก็ไม่ใช่เงินสกปรกอย่างการขายยาเสพติดตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอย่างไอ้ผัน
"เลิกงานแล้วก็กลับไปอาบน้ำพักผ่อนนะ แล้วนี่ก็ข้าวมื้อเย็น เอาไปกินที่บ้านล่ะ"
"ครับ"
สุวดียังคงมีน้ำใจกับเขาเสมอ นอกจากจะมีน้ำใจกับเขาแล้วเธอยังเผื่อก๋วยเตี๋ยวอีกสองถุงให้กับคนที่บ้านเขาด้วยแม้ว่าเขาจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจไปหลายครั้งแล้วก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ"
ก้องการุญกล่าวลาสุวดีที่พยักหน้ารับยิ้มๆ ลูกหมีที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ก็โบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้มตาหยี
"ไว้พรุ่งนี้มาเย่นด้วยกันใหม่น้า~"
"อืม เจอกันพรุ่งนี้นะ"
ก้องการุญยกมือขึ้นวางบนหัวลูกหมีอย่างเบามือก่อนจะเดินออกจากร้านและไม่ลืมที่จะหิ้วถุงก๋วยเตี๋ยวที่สุวดีให้กลับไปด้วย
ก้องการุญเดินมาถึงบ้านในช่วงหกโมงเย็น แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูบ้านก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางของผู้เป็นแม่เสียก่อน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่และไม่ต้องคาดเดาเขาก็รู้อีกว่าไอ้ผันมันคงจะเรียกแขกมาลงแม่เขาอีกตามเคย
เสียงร้องครางนั้นดังออกมาจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ยินแต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครสนใจเลยเพราะผู้คนละแวกนี้ชินชากันไปเสียแล้ว บ้านที่เป็นเพียงสังกะสีก็ปลูกติดๆ กันจึงไม่แปลกหากเสียงเหล่านั้นจะทะลุออกมาให้ได้ยิน
ก้องการุญลอบถอนหายใจอย่างเอือมระอา เขาเลือกที่จะเดินจากมาเงียบๆ แต่ก็ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไหร่ก่อนจะนั่งบนขอบสะพานแม่น้ำอย่างเหม่อลอย เขาก็แค่รอเวลาเท่านั้นอาจจะสักครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงกว่าแขกเหล่านั้นจะเสร็จกิจและเมื่อถึงเวลานั้นก้องการุญก็เดินกลับมาที่บ้านอีกครั้งซึ่งเขากะเวลาได้พอดิบพอดีกับที่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมาจากบ้านเขาพร้อมกับกำลังรูดซิปกางเกง
ชายฉกรรจ์คนนั้นไม่ได้หน้าตาดีเด่อะไร คลับคล้ายคลับคลาว่ามันเป็นลูกน้องของนักเลงคนหนึ่งที่คุมสลัมแห่งนี้ มันหลุบมองตาเขาแวบหนึ่งก่อนจะแค่นยิ้มมุมปากคล้ายกับเย้ยหยันทว่าเขาก็มองกลับด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่หวั่นเกรงใดๆ
"แม่มึงนี่มันลีลาดีจริงๆ ทำกูแตกไปหลายน้ำเลย ฮ่าๆๆ"
เสียงหัวเราะเยาะนั้นดังในโสตประสาทของก้องการุญ เขากำหมัดแน่นอย่างคับแค้นใจแต่ก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่อาจสู้ชายคนนี้ได้เพราะด้วยขนาดตัวและพละกำลังที่ต่างกันจึงทำให้เขาไม่คิดเอาตัวเองเข้าไปแลก แล้วอีกอย่าง…มันมีคนคุ้มกะลาหัวเป็นนักเลงที่คุมสลัมแห่งนี้จึงทำให้เขาไม่กล้ามีเรื่องมีราวด้วย
"มึงกลับมาแล้วก็เข้าบ้านมาสิ"
เสียงของลำดวนที่ดังจากภายในบ้านดึงสติก้องการุญให้กลับมาอีกครั้ง กลิ่นคาวใคร่ของไอ้เวรนั่นยังคละคลุ้งทั่วบ้าน ทั้งที่เขาควรจะชินกับเรื่องพวกนี้ได้แล้วแต่ในความเป็นจริงแล้วเขากลับไม่ชินเอาเสียเลย
"เมื่อไหร่แม่จะเลิกทำงานอย่างนี้สักที"
ก้องการุญวางถุงก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะและเงยหน้าขึ้นมองหน้าลำดวนที่กำลังมัดผ้าถุงรอบเอวคอด ผมเผ้าเธอก็ยังยุ่งเหยิงบ่งบอกว่าเธอเพิ่งเสร็จกิจหมาดๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจก่อนจะเอื้อมมือหยิบซองบุหรี่บนโต๊ะกินข้าวมาเคาะลงบนนิ้วพร้อมๆ กับบุหรี่ตัวหนึ่งที่หลุดพ้นออกมาจากซอง
"ถ้ากูเลิกแล้วกูจะเอาอะไรแดก? "
"ตอนนี้ผมมีงานทำแล้วแม่"
สำหรับก้องการุญแล้วเขามองว่าเงินแค่สี่ร้อยนั้นมันเพียงพอสำหรับค่ากินของเขากับแม่ แต่ลำดวนกลับไม่คิดอย่างนั้น
"เงินวันละสี่ร้อยของมึงมันจะไปพอยาไส้อะไรกูล่ะ? มึงไม่เห็นเหรอว่าทุกวันนี้มันต้องกินต้องใช้อะไรบ้าง"
ลำดวนเป็นคนรักสวยรักงาม เธอมักจะซื้อเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางและครีมประทินโฉมอยู่บ่อยๆ แม้จะมีกำลังซื้อแค่ครีมซองในเซเว่นแต่เธอก็มองว่ายังดีกว่าไม่มีใช้ ลำพังเงินที่ลูกชายไปช่วยร้านขายก๋วยเตี๋ยววันละสี่ร้อยนั้นมันไม่พอใช้สำหรับเธอ
ลำดวนเป็นหญิงวัยสามสิบเอ็ดปี เธอมีก้องการุญตอนอายุสิบห้าปีเท่านั้นเพราะอย่างนั้นจึงทำให้เธอต้องเลิกเรียนหนังสือกลางคัน ผัวคนแรกที่ทำเธอท้องก็ดันมาตายเพราะมีเรื่องมีราวกับคู่อริในงานวัด จึงทำให้เธอกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของลำดวนนั้นเธอไม่มีความรู้หรืออาชีพอะไรติดตัวเลย ทางบ้านก็ยากจนอยู่แล้วและสังคมที่เธอเติบโตมาก็เรียกว่าย่ำแย่มาก หลังจากที่คลอดก้องการุญได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นเธอก็เลือกอาชีพโสเภณีในการหาเงินเพราะเห็นว่าได้เงินง่าย พอตอนอายุยี่สิบก็ดันจับพลัดจับผลูได้แมงดาอย่างไอ้ผันมาเป็นผัวใหม่
ชีวิตของลำดวนอยู่ในสังคมดำมืดมาโดยตลอดและยิ่งชีวิตมีไอ้ผันที่เป็นคนขายยาเข้ามาพัวพันก็ยิ่งทำให้เธอหลุดพ้นจากมันได้ยาก เธอกับมันวนเวียนอยู่ด้วยกันอย่างนี้มานานสิบกว่าปีแล้ว เคยคิดจะหนีจากไอ้ผันอยู่หลายครั้งแต่ก็ถูกมันจับได้ทุกครั้งและทุกครั้งก็จะจบลงตรงที่ถูกไอ้ผันจิกหัวกลับมาตบตีตลอดจนท้ายที่สุดเธอจึงยอมรับชะตากรรมตัวเองและใช้ชีวิตขายตัวไปวันๆ เท่านั้น
"ถ้าผมเก็บเงินได้สักสามหมื่น แม่จะหนีไปกับผมไหม?"
ก้องการุญมองว่าเงินจำนวนนี้มันเพียงพอให้เขากับลำดวนหนีออกจากสายตาของไอ้ผันได้ อย่างน้อยเขากับลำดวนก็แค่หนีไปต่างจังหวัดสักที่หนึ่งและอาจจะเช่าห้องเล็กๆ อยู่ไปก่อน จากนั้นเขาก็จะหางานทำเพื่อเลี้ยงดูแม่ที่ไม่ต้องเป็นโสเภณีอีกต่อไป
แต่ทว่าลำดวนกลับไม่คิดอย่างนั้นเพราะเธอรู้ดีว่าไอ้ผันมันไม่มีทางปล่อยเธอให้คาดสายตาไปไหนง่ายๆ ชีวิตเธอทุกวันนี้ถูกจำกัดบริเวณเอาไว้และมันก็ไม่พ้นสลัมแออัดที่มีแต่สังคมเสื่อมโทรมแห่งนี้
เธอเกิดที่นี่และคิดว่าชีวิตเธอก็น่าจะจบลงที่นี่เช่นกัน…
"เหอะ เด็กเดินยาอย่างมึงน่ะเหรอจะหาเงินเท่านั้นได้ หนังสือก็ไม่ได้เรียนความรู้อะไรก็ไม่มี แล้วชาติไหนล่ะถึงจะได้เงินสักสามหมื่นที่มึงว่า?"
"…"
ก้องการุญนิ่งเงียบ หัวใจเหมือนถูกทิ่มแทงด้วยมีดแหลมคมจากคำพูดของคนเป็นแม่ที่กำลังดูถูกเขาอยู่ ทั้งที่ได้ยินถ้อยคำด่าทอหรือเหยียดหยามมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ทุกครั้งเขาก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดกับมันอยู่ดี
ก็จริงอยู่ที่วันนี้เขายังเก็บเงินสักก้อนที่ว่านั่นยังไม่ได้ แต่เขาก็เชื่อว่าในสักวันหนึ่งเขาต้องมีเงินก้อนนั้นให้ได้ เมื่อถึงเวลานั้นลำดวนยังจะหนีไปพร้อมกับเขาหรือเปล่าต่างหาก
"ก้องต้องถามแม่ต่างหากล่ะว่าถ้าหากก้องมีเงินแล้วแม่จะไปกับก้องหรือเปล่า? "
ลำดวนที่กำลังสูบบุหรี่พ้นควันขาวคลุ้งออกมาแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันแต่ถึงอย่างนั้นก็ตกปากรับคำลูกชายเพื่อตัดรำคาญ
"เออๆๆ ถ้ามึงหาเงินได้ครบสามหมื่นกูจะหนีไปกับมึง แล้วกูจะเลิกเป็นกะหรี่ให้มึงด้วย"
==========================
แรงมากแม่ แต่ก็เป็นกำลังใจให้พี่จ๋านะคะะ