แผนการที่ภูผากับเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนวางร่วมกันมาถูกเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย แม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิดก่อนถึงเวลานัดหมายซื้อขายยาแต่ภูผาก็กำชับก้องการุญว่าควรทำอย่างไร
"ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย"
ภูผาแจ้งเบาะแสของไอ้ผันให้กับตำรวจอีกชุดหนึ่งที่กำลังรุดหน้าไปยังบ้านก้องการุญ ส่วนเขาก็อยู่ทำหน้าที่จับตัวผู้ซื้อรายย่อยคนนี้ ซึ่งตำรวจนอกเครื่องแบบแต่ละคนก็แอบซุ่มตามจุดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายกระทั่งถึงเวลานัดหมาย...
ก้องการุญแอบรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการขายยาเสพติดครั้งนี้ รอเพียงไม่นานชายฉกรรจ์สามคนก็เดินมาตามนัดพร้อมกับส่องสัญญาณไฟฉายกะพริบตามที่ตกลงกันไว้
ก้องการุญไม่รอช้าตอบกลับด้วยการกะพริบไฟฉายกลับไปเช่นกันและตอนนั้นเองที่ผู้ชายสามคนเดินเข้ามาใกล้เขาก่อนจะแสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนเดินยาในครั้งนี้เป็นเพียงแค่เด็กชายวัยรุ่นร่างผอมคนหนึ่งเท่านั้น
"ไหนล่ะของ? "
หนึ่งในสามไม่พิรี้พิไรให้เสียเวลา เขาทวงถามหายาเสพติดก่อนเป็นอันดับแรกในขณะที่ก้องการุญก็เตรียมไว้ก่อนอยู่แล้ว
"ผมขอเงินด้วยครับ"
มัดเงินจำนวนหนึ่งถูกโยนให้ก้องการุญที่รับไว้ได้พอดี ส่วนเขาก็โยนยาเสพติดที่ถูกบรรจุในถุงให้กับหนึ่งในสามคนที่รับไว้ได้พอดีเช่นกัน
พวกมันตาวาวเมื่อเห็นว่าของในมือคือยาเสพติดจริงๆ ทว่าในตอนนั้นสัมผัสเย็นเยียบของปลายกระบอกปืนก็จดจ่อตรงบริเวณหลังหัวพวกเขาทั้งสามคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าพลาดท่าเสียแล้ว
"อย่าตุกติก! ถ้ามึงคิดหนีกูยิงมึงแน่!"
ภูผาพูดเสียงเข้ม เขาพยักพเยิดใบหน้าให้เพื่อนร่วมงานอีกสองคนจับชายฉกรรจ์ทั้งสามใส่กุญแจมือ ในขณะที่ก้องการุญเข้าใจไปว่าก่อนหน้านี้อาจจะเกิดการใช้กำลังเกิดขึ้น ทว่าในความเป็นจริงชายฉกรรจ์ทั้งสามไม่มีโอกาสได้วิ่งเลยซ้ำ
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันมัวแต่สนใจตรวจยาเสพติดจนไม่ได้สนใจรอบข้างว่ามีใครกำลังก้าวเดินออกมาจากที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบ เหตุการณ์ในตอนนี้ของพวกเขาแตกต่างจากของก้องการุญตรงที่เขามองเห็นตำรวจก่อนจะถึงตัวเสียอีก บวกกับเขามีความสามารถเรื่องวิ่งอยู่แล้วจึงทำให้เขารอดพ้นจากการวิ่งไล่จับในครานั้นได้อย่างฉิวเฉียด
"อย่าเพิ่งกลับบ้านตอนนี้เลย ฉันว่าแกไปรอที่ร้านก่อนเถอะ เอาไว้จับไอ้ผันได้เมื่อไหร่ฉันจะบอกก็แล้วกัน"
ภูผาบอกกับก้องการุญที่พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินเรื่อยเปื่อยจากป่าช้าท้ายวัดไปยังร้านของสุวดีที่ตอนนี้ยังปิดอยู่
ก้องการุญจำได้ว่าช่วงหกโมงเช้าคือเวลาที่สุวดีต้องออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดสด เขานั่งรออยู่ริมฟุตบาทราวๆ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับเสียงอุทานตกใจของลูกหมีที่เห็นเขาลุกขึ้นยืนพอดี
"อ๊ะ! พี่จ๋ามานั่งทำอะยัยตรงนี้คะ! น้องตกจายหมกเยย~"
อย่าว่าแต่ลูกหมีที่ตกใจเพราะสุวดีก็ตกใจเช่นกันเพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาก็เท่านั้นก่อนจะถามก้องการุญด้วยความสงสัยที่เขามาร้านก่อนเวลาหลายชั่วโมง
"ยังไม่ถึงเวลาทำงานเลยนะ ทำไมถึงมาเร็วล่ะ?"
"พอดีว่าที่บ้านผมมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับก็เลยออกมาเร็ว น้าสุกำลังจะไปตลาดใช่ไหมครับ? ให้ผมไปช่วยถือของนะ"
ก้องการุญไม่ได้ขยายความต่อว่า 'ปัญหา' ที่ว่านั้นคืออะไรก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยการขอติดตามสุวดีไปตลาดด้วย แต่เธอกลับให้เขาเข้าไปรออยู่ในบ้าน
"รอน้าอยู่ที่บ้านนี่แหละ ถ้ายังง่วงก็หลับได้เลย"
"ไม่เป็นไรครับ ผมไปช่วยน้าสุซื้อของที่ตลาดได้ครับ"
เห็นก้องการุญยืนยันว่าจะไปสุวดีก็ไม่ขัด เธอเดินกลับเข้าไปในบ้านและออกมาอีกครั้งพร้อมกับซาเล้งเพื่อนยากที่เป็นพาหนะใช้ขับไปตลาดใกล้บ้าน
"ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นมา"
ก้องการุญอุ้มลูกหมีขึ้นนั่งบนซาเล้ง ตามด้วยเขาที่นั่งข้างๆ ลูกหมีและคอยประคองเธอเอาไว้อย่างใกล้ชิด
สุวดีขับรถไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำก็ถึงตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ เธอแจกแจงให้ก้องการุญไปซื้อผักต่างๆ ซึ่งอยู่อีกโซนหนึ่งของตลาดสด ในขณะที่เธอกับลูกหมีต้องไปซื้อเนื้ออีกโซนหนึ่ง ซึ่งแต่ละโซนอยู่ห่างกันคนละฟากและสุวดีก็นัดหมายให้ก้องการุญมาเจอที่รถถ้าหากซื้อของเสร็จแล้ว
"ตกลงตามนี้นะ?"
"ครับ"
ก้องการุญรับเงินจำนวนหนึ่งมาจากสุวดีและเดินลัดเลาะไปทางต้นตลาดเพื่อซื้อผักที่ต้องการ เขาใช้เวลาเลือกซื้อผักได้แค่ราวๆ สิบนาทีเท่านั้นและในตอนนั้นเองดันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาจนหลังตลาดสั่นสะเทือน
ตู๊มมมม!!!
'กรี๊ดดดดดด!!!'
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็พากันร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ แม้กระทั่งเขาเองก็ยังตกใจเพราะเสียงที่ดังสนั่นนั้นและในระยะเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นผู้คนกลุ่มหนึ่งก็เริ่มวิ่งออกจากตลาด
ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก้องการุญไม่รู้หรอกว่าเสียงที่ดังสนั่นนั้นเกิดจากอะไร แต่สองเท้าของเขาเริ่มก้าวเดินสวนทางกับผู้คนที่วิ่งออกไป
จู่ๆ ก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายพลันเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
เขากำลังกลัว...
ทั้งที่ควรเอาตัวรอดกับอะไรก็ไม่รู้ที่เกิดขึ้นแต่สองขามันกลับทำสิ่งตรงกันเมื่อดันวิ่งสวนทางกับผู้คน เสียงกรีดร้องของผู้คนมากมายและควันโขมงที่เริ่มก่อตัวหนาแน่นภายในเวลาไม่นานทำให้เขาเริ่มมองอะไรไม่เห็นแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงวิ่งฝ่าผู้คนเข้าไปเรื่อยๆ
"น้าสุ!!! ลูกหมี!!!"
ก้องการุญตะเบ็งคอเรียกพวกเธอสุดเสียงพร้อมกับสอดส่องสายตามองรอบกาย ยิ่งวิ่งเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่เริ่มลามเลียตามร่างกายก่อนที่เขาจะเห็นเพลิงไหม้กลุ่มใหญ่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของตลาดซึ่งมันเป็นฟากที่สุวดีและลูกหมีบอกกับเขาว่าเธอจะไปซื้อพวกเนื้อสัตว์และตอนนี้พวกเธออาจจะยังอยู่ที่นั่น!
ก้องการุญกระวนกระวายและร้อนใจมาก เขาไม่สนใจว่าไอร้อนของเพลิงไหม้จะทำให้เขาแสบผิวมากแค่ไหนเพราะตอนนี้สุวดีกับลูกหมีสำคัญที่สุด!
"น้าสุ!!! ลูกหมี!!!"
เขายังคงตะเบ็งเสียงเรียกหาทั้งสองคนตลอดทางที่ต้องฝ่าควันเข้าไปและในตอนนั้นเองหูเขาพลันได้ยินเสียงเรียกที่จดจำได้ขึ้นใจจากจุดที่เขายืนอยู่ไม่ไกลสักเท่าไหร่
"พี่จ๋าอยู่หนาย!!! ฮือออ~ น้องอยู่ตรงนี้!!! อยู่ตรงนี้!!! ฮืออออ~"
==========================
สู้เขาพี่จ๋าาาาา TOT