ก้องการุญตื่นตอนตีสี่ครึ่งเพื่อจะไปตามนัดตอนตีห้าที่ป่าช้าท้ายวัด ทุกครั้งที่ต้องไปส่งยาเสพติดเขามักจะสวมใส่หมวกแก๊ปและใส่แมสเอาไว้เพื่อปกปิดใบหน้าเพราะเขาเองก็กลัวว่าอาจจะมีใครที่จดจำเขาได้โดยเฉพาะภูผาที่ครั้งหนึ่งเคยวิ่งไล่จับเขาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
ยิ่งตอนนี้ตำรวจเข้มงวดเรื่องยาเสพติดในชุมชนมากขึ้นจึงทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ยาก ข่าวเรื่องคนค้ายาถูกจับก็ดังไปทั้งสลัมและชุมชน จึงทำให้ไม่มีการซื้อขายเสพติดในละแวกนี้มาพักหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ก้องการุญกังวลที่สุดในตอนนี้ก็คงจะไม่พ้นกลัวว่าภูผาจะรู้เรื่องนัดซื้อยาในครั้งนี้อีกและถ้าหากภูผารู้เขาก็เสี่ยงที่อาจจะถูกอีกฝ่ายจับได้
ไม่ต้องคิดก้องการุญก็พอจะรู้ว่าถ้าหากภูผาจับเขาได้ขึ้นมาจริงๆ อีกฝ่ายก็คงจะมองกันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เพียงแค่คิดเท่านั้นก้องการุญก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาแล้วหรือว่าเขาไม่ต้องไปส่งยาดี?
ในขณะที่คิดสับสนอยู่นั้นสองเท้าก็ก้าวเดินไปยังป่าช้าท้ายวัด ตอนนี้ท้องฟ้ายังมืดอยู่บวกกับสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านชวนให้บรรยากาศรู้สึกวังเวงไม่น้อยแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาเกือบตีห้าแล้วก็ตาม แต่ก้องการุญก็ไม่คิดสนใจก่อนจะเดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ
เขาหยุดนิ่งตรงริมสะพานและเปิดกระเป๋าเป้เก่าๆ ออกก่อนจะหยิบยาเสพติดร่วมสองร้อยเม็ดออกมา ในใจตอนนี้เกิดความสับสนลังเลอย่างหนักว่าควรทำอย่างไรดี จะไปต่อหรือเขาควรจะหยุดทำตามคำสั่งของไอ้ผัน ทว่าในตอนที่คิดว่าจะหยุดเรื่องนี้ใบหน้าของลำดวนผู้เป็นแม่ก็ผุดขึ้นมา
ไอ้ผันมันต้องเอาแขกไปลงแม่เขาแน่ๆ ถ้าหากมันรู้ว่าเขาไม่ได้ไปส่งยาตามเวลานัดหมาย ในขณะเดียวกันเมื่อเขาคิดจะทำเรื่องนี้ต่อไปใบหน้ายิ้มแป้นแก้มกลมของลูกหมีและสุวดีรวมถึงภูผาก็ผุดขึ้นมาเช่นกัน
ก้องการุญไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเขาถึงแคร์สายตาของคนในครอบครัวนี้ว่าจะมองเขาเปลี่ยนไปถ้าหากทุกคนรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ใช่เด็กดีเด่อะไรเลย
"แม่ง…"
มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย เขาควรทำอย่างไรดี…
"ไอ้ก้อง"
ก้องการุญที่กำลังขบคิดอย่างหนักอยู่นั้นเกิดอาการตกใจจนของในมือเกือบหลุดร่วงลงน้ำ ยังดีที่เขายังคว้ามัดยาเสพติดเอาไว้ได้ทันและเมื่อหันกลับมามองว่าใครเป็นคนเรียกหัวใจเขาพลันหายวาบเหมือนจะไม่ได้อยู่ในอก
ทั้งที่เขาใส่แมสกับใส่หมวกแก๊ปปกปิดตัวเองอยู่แท้ๆ แต่ทำไมภูผาถึงจำเขาได้!
"นะ น้าภูมาทำอะไรที่นี่?"
คำถามนั้นควรเป็นภูผาที่ต้องถามก้องการุญเสียมากกว่า ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีห้าแต่ก้องการุญมาทำอะไรที่ป่าช้าท้ายวัด
"ฉันสิต้องถามว่าแกมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ในเวลานี้? "
"คือผม…"
ก้องการุญอึกอัก เขาจะบอกได้อย่างว่าถูกใช้มาส่งยาตอนตีห้าและในตอนนั้นเองที่ภูผาหรี่ตาลงก่อนจะถามเขาขึ้นมาอีกครั้ง
"นั่นแกถืออะไร?"
ก้องการุญที่เพิ่งรู้ตัวรีบเอาของในมือซ่อนไว้ข้างหลังแต่มันก็ช้าไปเสียแล้วเมื่อภูผาเดินเข้ามาประชิดตัวและกระดิกนิ้วขอของในมือ
ด้วยส่วนสูงที่ค่อนข้างต่างกันจึงทำให้ก้องการุญในวัยสิบห้าที่สูงเพียงร้อยหกสิบกว่าจำต้องเงยหน้าขึ้นมองภูผาที่สูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร
"เอามา"
ภูผาพูดเสียงเข้มขึ้น เขาใช้สายตากดดันมองก้องการุญที่เม้มปากแน่นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก
ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้เขาควรทำอย่างไรดี สายตาล่อกแล่กของก้องการุญหันซ้ายหันขวามองรอบข้างอย่างหาทางรอด เขาคิดว่าตัวเองควรจะโยนยาเสพติดในมือทิ้งลงน้ำดีหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อหันไปมองภูผาที่ยังยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีใจเย็นไม่ได้โมโหอะไรก็ทำให้เขาสงบสติอารมณ์ขึ้นมาได้เช่นกันก่อนจะสูดอากาศหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับยื่นสิ่งของในมือให้กับภูผาที่รับมาดูก่อนจะมองของในมือด้วยแววตาวาวโรจน์เมื่อรู้ว่ามันคืออะไร
"น้าภู…คือผม…"
กลับกลายเป็นเขาที่ทนอึดอัดไม่ไหวจึงคิดจะพูดอะไรสักหน่อยแต่ภูผากลับยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน
"แกไม่ต้องพูด แค่ตอบคำถามฉันมาก็พอ"
"…"
"คนที่สั่งให้แกทำเรื่องระยำพวกนี้คือไอ้ผันใช่ไหม? "
ก้องการุญยอมรับว่าเขาตกใจมากที่ภูผารู้ว่าไอ้ผันใช้เขาให้มาส่งยาทั้งที่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกกับใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว รวมถึงเรื่องที่เขามีพ่อเลี้ยงเป็นไอ้ผันด้วยแต่ทำไมภูผาถึงรู้ได้ล่ะ!
"น้ารู้ได้ยังไง?"
"ตอบคำถามฉันมาก่อนว่าไอ้ผันมันใช้แกมาทำงานใช่ไหม?"
"ครับ"
"ระยำจริงๆ"
ก้องการุญสะดุ้งกับคำด่านั้น ใบหน้าเขาสลดเมื่อคิดว่ากำลังถูกภูผาต่อว่า ในขณะที่ภูผาเพิ่งคิดได้ว่าก้องการุญอาจจะเข้าใจผิดไป
"ฉันไม่ได้ด่าแก ฉันด่าไอ้ผัน"
ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ใจชื้นขึ้นมาแต่ก็ยังมีความสงสัยอยู่ก่อนจะถามภูผาออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ว่าแต่...น้าภูรู้ได้ยังไงว่าพ่อเลี้ยงผมมีนัดส่งยา"
"ฉันก็มีสายของฉันสิวะ"
เป็นความจริงที่ภูผามีสายสืบในแวดวงค้ายา เขาเพิ่งได้รับข้อมูลจากสายสืบเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าคนที่ปล่อยยาเสพติดในละแวกนี้คือไอ้ผันและยิ่งสืบก็ยิ่งรู้มาว่าไอ้ผันมันมีลูกเลี้ยงซึ่งก็คือก้องการุญ…
ภูผาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเขาก็คาดเดาได้ว่าก้องการุญน่าจะเป็นเด็กเดินยาให้กับไอ้ผันเพราะเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนเขาก็คลับคล้ายคลับคลาก้องการุญไม่น้อยเพียงแต่ว่าตอนนั้นยังนึกไม่ออกก็เท่านั้นเมื่ออีกฝ่ายดันใส่หมวกแก๊ปและแมสปกปิดใบหน้าเอาไว้ กระทั่งมาตอนนี้เขาจึงแน่ใจแล้วว่าเด็กเดินยาไอ้ผันแท้จริงแล้วคือก้องการุญ
"แล้วน้าจะจับผมหรือเปล่า? "
ก้องการุญมีท่าทีวิตกอย่างเห็นได้ชัด เรื่องรู้สึกผิดน่ะเขาย่อมรู้สึกผิดอยู่แล้วล่ะ แต่ก็กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะมีผลตามมา
"แล้วที่แกทำมันเป็นเพราะอยากทำหรือทำเพราะฝืนใจ?"
"ผมไม่ได้อยากทำเรื่องพวกนี้เลยน้าภู ไอ้ผันมันขู่ว่าจะลงแขกแม่ผมถ้าผมไม่ทำตามคำสั่งของมัน"
ภูผาถึงกับตกใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งรู้จากก้องการุญ เขาไม่คิดเลยว่าคนระยำอย่างไอ้ผันมันจะทำเรื่องเหี้ยๆ ได้ถึงเพียงนี้ ตอนนี้เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมก้องการุญถึงไม่มีทางเลือกในชีวิตเลย
ภูผานึกสงสารก้องการุญยิ่งกว่าเดิม ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะมีชีวิตที่น่าสงสารถึงเพียงนี้
สิ่งที่ก้องการุญถามก่อนหน้านี้ว่าจะจับเขาไหมนั้นทำให้ภูผาคิดไม่ตกขึ้นมา ถ้าว่ากันตามกฎหมายแล้วก้องการุญย่อมมีความผิดต่อให้เขายังเป็นผู้เยาว์ก็ตาม แต่ถ้าหากมองในด้านคุณธรรมแล้ว...เขามองว่าก้องการุญไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่ว่าไม่มีทางเลือกเพราะถูกบังคับให้ทำก็เท่านั้น
"ถ้าแกสัญญาว่าจะไม่ทำเรื่องพวกนี้อีกและยินยอมให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ ฉันจะไม่จับแก"
"แล้วไอ้ผันล่ะครับ?"
"ฉันจะจับมันเข้าคุกให้ได้"
ถ้าไอ้ผันมันติดคุกนั่นก็เท่ากับว่าเขากับแม่ก็จะเป็นอิสระทันทีและเขาก็ไม่ต้องหนีไปอยู่ที่อื่นอีกด้วย แต่ยังมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือเขายังได้เจอกับลูกหมีและยังได้ทำงานกับสุวดีและภูผาต่อไป
ตอนนี้ก้องการุญไม่ต้องเสียเวลาคิดมากอะไรเลยและเขาก็ไม่ลังเลที่จะตอบรับข้อเสนอของภูผา
"ตกลงครับ ผมจะให้ความร่วมมือกับน้าทุกอย่าง"
==========================
ทุกคนใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ทุกอย่างกำลังคลี่คลายค่ะ