บทที่ 10 - ไม่อยากจะเชื่อ [2/2]

1702 Words
ในขณะที่ลูกหมีกำลังปลอบใจก้องการุญอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ถูกตวัดแขนโอบกอดร่างกายเอาไว้แนบแน่นจนแทบจมอกก้องการุญที่กอดเธอเอาไว้ราวกับต้องการที่พึ่งพิง "อ๊า!" ลูกหมีที่ถูกกอดอย่างกะทันหันถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ แต่ถึงแม้จะยังงงๆ ไม่เข้าใจและเกือบจะผลักก้องการุญออกไปแล้วทว่าคำพูดของพ่อก็ผุดขึ้นมาในหัว 'เราก็แค่อยู่ข้างๆ เขา เป็นกำลังใจให้เขาในวันที่เขาไม่มีใคร' ลูกหมียอมนอนนิ่งเป็นตุ๊กตาให้ก้องการุญกอด เขายังคงร้องไห้อยู่ในขณะที่เธอก็ยังคงตบหลังเขาเบาๆ เท่าที่แขนสั้นๆ ป้อมๆ จะโอบกอดถึง พี่จ๋าน่าสงสาร...สงสัยคงจะเจ็บมากๆ ทุกครั้งที่ลูกหมีร้องไห้เพราะรู้สึกเจ็บยามที่ล้มหรือมีบาดแผลเธอมักจะได้รับการปลอบโยนจากแม่หรือพ่อด้วยการโอบกอดและตบแผ่นหลังเบาๆ ครั้งนี้เธอเองก็นำวิธีนี้มาใช้กับเขาและหวังว่าก้องการุญจะหายเจ็บเร็วๆ เพราะเธอไม่อยากเห็นเขาร้องไห้... "หายไวๆ น้าพี่จ๋า~ เราจะได้มาเย่นด้วยกัง~" ลูกหมีพูดเสียงอู้อี้ใต้แผงอกก้องการุญ แม้ว่าเธอจะรู้สึกอึดอัดที่เขารัดแน่นแต่เธอก็ยอมอดทนอยู่อย่างนั้นต่อไปเพียงเพราะต้องการปลอบใจเขาในแบบวิธีของเธอเอง ในขณะเดียวกันภูผาที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จหมาดๆ เดินกลับมายังจุดที่เคยยืนแต่เขากลับพบว่าลูกสาวที่ควรรอเขาอยู่ตรงนี้หายไปเสียแล้ว ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินตามหาสายตาก็สะดุดเข้ากับบานประตูบ้านก้องการุญที่เปิดแง้มไว้เสียก่อน ภูผาไม่ลังเลที่จะเปิดเข้าไป เขาผลักบานประตูอย่างเงียบเชียบก่อนจะนิ่งงันไปเมื่อเห็นว่าลูกสาวที่เขาตามหาดันมาอยู่ในอ้อมกอดของก้องการุญที่ยังตัวสั่นเพราะร้องไห้อยู่ ตอนแรกคิดว่าจะเข้าไปหาลูกสาวเพื่อห้ามปรามเธอไม่ให้เข้าไปยุ่งกับก้องการุญในตอนนี้ แต่เมื่อเห็นท่อนแขนป้อมๆ และมืออวบๆ ของลูกสาวที่กำลังลูบหลังก้องการุญอยู่ก็พลันเปลี่ยนใจขึ้นมาก่อนจะเดินกลับออกไปเงียบๆ และปิดประตูบ้านให้เหมือนเดิม ภูผาปล่อยให้ก้องการุญใช้เวลากับความเจ็บปวดที่ได้รับเสียให้พอ ที่ผ่านมาชีวิตก้องการุญเจอมาหนักมากจริงๆ และเขาก็หวังว่าลูกหมีตัวเล็กๆ ที่ก้องการุญกำลังกอดอยู่นั้นจะช่วยเป็นกำลังใจและซึมซับความเจ็บปวดของก้องการุญให้เบาบางลงได้บ้างหรือสักเล็กน้อยก็ยังดี… :: :: กว่าก้องการุญจะหยุดร้องไห้และตั้งสติได้ก็ผ่านไปนานเกือบๆ หนึ่งชั่วโมง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก่อนจะหลุบตาลงมองเด็กตัวกลมวัยสามขวบที่กำลังนอนหลับปุ๋ยทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของเขา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าลูกหมีหลับไปตอนไหนเช่นกัน แต่เห็นเธอนอนหลับไปทั้งที่ยังกอดเขาอยู่อย่างนี้แล้วความรู้สึกอุ่นซ่านก็พลันแล่นพล่านไปทั้งใจ ตั้งแต่จำความได้ก้องการุญไม่เคยถูกสวมกอดเลยไม่ว่าจะเป็นแม่หรือจากใคร แต่เมื่อได้รับอ้อมกอดจากลูกหมีที่แม้จะเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาแต่เธอก็ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งมา ก้องการุญไม่รู้หรอกว่าลูกหมีมาที่บ้านเขาได้อย่างไร แต่เขาก็ยอมรับว่าเธอมาได้จังหวะที่เขากำลังต้องการใครสักคนพอดี ลูกหมียังเด็กมากนักที่จะปลอบโยนเขาด้วยคำพูดดีๆ แต่สิ่งที่เธอทำคือการอยู่กับเขาและไม่ได้ผลักไสเขาแต่อย่างใดแม้ว่าเขาจะกอดเธอแน่นมากจนอาจจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ เมื่อคิดได้อย่างนั้นอ้อมกอดของเขาก็คลายออกเล็กน้อยแต่กลับเป็นลูกหมีที่ขยับปากจ๊อบแจ๊บและเบียดใบหน้าลงกับแผงอกเขาราวกับหามุมนอนที่ดีที่สุด ก้องการุญเห็นลูกหมีหลับได้น่าเอ็นดูก็เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวทั้งที่ก่อนหน้านี้เขายังร้องไห้เพราะเสียใจกับการจากไปของแม่แท้ๆ เด็กคนนี้…ขยันทำให้เขายิ้มออกได้ง่ายๆ เสียจริง "เอาลูกฉันคืนมาได้แล้ว" เสียงเข้มๆ ของบุคคลที่สามที่โผล่หัวผ่านประตูเข้ามาในบ้านทำเอาก้องการุญสะดุ้งตกใจไม่น้อยก่อนจะก้มลงมองลูกหมีที่ยังหลับอยู่และเขาก็ดันโล่งใจที่เห็นว่าเธอยังไม่ตื่นง่ายๆ ก้องการุญไม่อยากรบกวนเวลานอนของลูกหมีและเขาก็ไม่แปลกใจที่เห็นลูกหมีนอนหลับลึกถึงเพียงนี้ วันนี้เขาเห็นว่าตั้งแต่เช้าจนเย็นลูกหมีไม่ได้นอนหลับกลางวันเลยเพราะเธอเอาแต่อยู่เป็นเพื่อนเขาภายในงานศพตลอดเวลา แม้เธอจะมีเล่นของเล่นตามประสาเด็กแต่ถึงอย่างนั้นก็อยู่ข้างกายเขาไม่เคยห่าง ทว่าตอนนี้คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องคืนลูกหมีให้กับพ่อของเธอหลังจากที่เขายึดครองเธอมานานตลอดทั้งวัน... ก้องการุญค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังก่อนจะเก็บสมุดบัญชีไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างหลังอย่างแนบเนียนเพราะเขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตอนนี้เขามีเงินเท่าไหร่เพราะอาจจะมีปัญหาตามมา ภูผาเดินเข้ามาอุ้มลูกหมีที่ยังหลับและแนบแก้มซบไหล่คนเป็นพ่อ เด็กน้อยไม่มีท่าทีจะตื่นง่ายๆ ในขณะที่ก้องการุญได้แต่มองลูกหมีด้วยแววตาเสียดายเมื่อถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปแล้ว "เรื่องที่เป็นเจ้าภาพงานศพให้แม่ ผมขอบคุณมากครับ ผมจะทยอยเงินค่าทำศพของแม่ให้นะครับ" ก้องการุญยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณภูผาที่ยังไม่หมดคำถามกับเขา "แล้วชีวิตต่อจากนี้จะเอายังไง?" ตอนนี้ก้องการุญไม่เหลือใครแล้วในชีวิต เขาเหลือเพียงตัวคนเดียวและเขาก็ไม่ได้เรียนหนังสือ สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้ก็คืออยากทำงานกับสุวดีต่อไปเรื่อยๆ "ผมอยากทำงานกับน้าสุครับ" ภูผานิ่งเงียบไปคล้ายกับคนที่กำลังขบคิดอะไรบางอย่างและในตอนนั้นเองที่เขาถามก้องการุญออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่นไม่ความลังเลใดๆ "แกอยากไปอยู่กับฉันไหม?" "ครับ?" คราวนี้เป็นก้องการุญที่ทำหน้างง เขารู้สึกมึนงงกับคำถามของภูผาที่ถามอะไรแปลกๆ กับเขา ในขณะที่ก้องการุญกำลังยืนสงสัยอยู่นั้นภูผาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาควรจะบอกให้ก้องการุญเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เสียก่อน ก่อนหน้านี้เขาได้ปรึกษากับภรรยาที่ตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาแล้วว่าเขากับเธอตัดสินใจจะเลี้ยงดูก้องการุญเพราะเห็นว่าเขาไร้ญาติขาดมิตร ภูผากับสุวดีเปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขารู้สึกหรือคิดเห็นกับก้องการุญอย่างไรก่อนจะเห็นพ้องต้องกันว่าพวกเขาไม่ได้รังเกียจเด็กคนนี้ที่มีแม่เป็นโสเภณีและมีพ่อเลี้ยงค้ายาที่พ่วงด้วยตำแหน่งฆาตกรหมาดๆ พวกเขามองที่ตัวบุคคลอย่างก้องการุญเสียมากกว่าและจากการคลุกคลีมาเป็นเวลานานกว่าสองสัปดาห์พวกเขาก็พอจะรู้ว่าก้องการุญเป็นคนอย่างไร เขาไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรเลย อีกทั้งยังขยันขันแข็งทำงานจนเขากับภรรยายังอดชื่นชมไม่ได้และที่สำคัญ...ก้องการุญเคยช่วยชีวิตสุวดีและลูกหมีเอาไว้ นั่นจึงทำให้เขาอยากตอบแทนเด็กคนนี้เช่นกัน ภูผาไม่รู้หรอกว่าเขาจะดูคนผิดหรือถูกมากน้อยสักเพียงใด ในภายภาคหน้าก็ไม่รู้ด้วยว่าเด็กคนนี้จะเติบโตไปเป็นคนเช่นไร แต่ในเมื่อเขาตั้งใจว่าจะรับเลี้ยงดูแลแล้วก็จะทำให้มันดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ "นะ น้าบอกว่าจะรับเลี้ยงผมงั้นเหรอครับ?" ก้องการุญถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเองหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของภูผาทั้งหมดแล้ว เขาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกรับเลี้ยงดูจากครอบครัวอื่น มิหนำซ้ำภูผากับสุวดีก็รู้จักเขาได้ไม่นานเท่านั้นแต่กลับอยากเลี้ยงดูเขาอย่างนั้นหรือ? มันคือความจริงอย่างนั้นหรือ? พวกเขาไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? "ก็เออน่ะสิ ถึงฉันกับเมียจะไม่ได้มีเงินมากมายอะไร แต่ก็ไม่ถึงขั้นลำบากถ้าหากต้องเลี้ยงแกเพิ่มอีกสักคน" ภูผาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรกับสิ่งที่พูด ต่างจากก้องการุญที่ร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วแต่ช่างสวนทางกับจังหวะหัวใจที่มันกำลังเต้นแรงกระหน่ำจนแทบทะลุจากออก "น้าภู..." กระบอกตาที่เคยแห้งเหือดจากหยาดน้ำตาพลั่งพลูออกมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความเสียใจแต่เป็นความรู้สึกดีใจจนอธิบายไม่ถูกต่างหาก ครอบครัวนี้ช่างดีต่อเขาเหลือเกิน... "เลิกร้องไห้ได้แล้ว ถ้าตัดสินใจจะไปอยู่ด้วยกันก็รีบกลับไปเก็บเสื้อผ้าซะ" "ครับ!" ก้องการุญตอบรับขันแข็ง เขาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าและหมุนตัวเดินไปเก็บเสื้อผ้าจากในตู้เก่าๆ อย่างเร่งรีบแม้ว่าเสื้อผ้าเขาจะมีแค่ไม่กี่ตัวก็ตาม... ========================== #กอดๆ พี่ก้องน้าาาาาาาา ต่อจากนี้ชีวิตพี่จะฝดใฝแล้วน้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD