บทที่ 11 - ครอบครัว [2/2]

1712 Words
:: :: ตลอดสามวันที่ผ่านมาก้องการุญรับหน้าที่นอนเฝ้าสุวดีอยู่ที่โรงพยาบาลมาโดยตลอด แต่วันนี้สุวดีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทางศาลได้ตัดสินคดีของไอ้ผันเช่นกัน ภูผาจึงมารับทั้งภรรยาและก้องการุญไปฟังคำตัดสินโทษของไอ้ผันที่ใกล้จะถึงเวลาในอีกไม่ช้า เมื่อมาถึงศาลก้องการุญที่เข้าร่วมรับฟังคำตัดสินของไอ้ผันก็นิ่งเงียบกว่าปกติแต่สายตาเกลียดชังกลับมองไอ้ผันในชุดนักโทษไม่ลดละยามที่มันก้าวขาออกมานั่งตรงหน้าศาล ไอ้ผันมีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงจะดูอิดโรยทว่ามันก็ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆ กับสิ่งที่มันจะต้องรับรู้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ศาลได้เริ่มต้นพิจารณาคดีแล้ว ไอ้ผันมันนั่งเงียบราวกับว่าทำหูทวนลมไปเท่านั้น ทว่าในจังหวะที่มันกวาดตามองรอบห้องนั้นมันก็สบสายตาเข้ากับก้องการุญพอดีและในตอนนั้นเองอัยการก็ถามคำถามกับมันขึ้นมา "คุณตั้งใจฆ่าภรรยาตัวเองใช่หรือไม่?" ไอ้ผันมันจ้องตาก้องการุญไม่ลดละก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจแต่นั่นก็ไม่เท่าคำสารภาพของมันที่กล้าพูดออกมาเต็มปากเต็มคำอย่างไม่มีจิตสำนึกใดๆ "ใช่ กูตั้งใจฆ่ามันเอง" "..." ก้องการุญเผลอกำหมัดแน่นจนตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำเกลียดชังจ้องมองไอ้ผันที่ไม่มีท่าทีรู้สึกผิดใดๆ กับสิ่งที่มันทำลงไปและดูเหมือนว่ามันจะไม่สะทกสะท้านกับคำตัดสินของศาลที่ออกมาด้วย...ต่อให้โทษที่ได้รับคือจำคุกตลอดชีวิตก็ตาม ก้องการุญรู้สึกว่าโทษที่มันได้รับยังไม่สาสมเลยด้วยซ้ำกับสิ่งที่มันทำกับแม่ของเขา คนอย่างมันควรถูกตัดสินประหารชีวิตให้รู้รอดแล้วรู้รอดไป ในขณะที่ก้องการุญกำลังนั่งคับแค้นใจราวกับมีไฟสุมอกอยู่นั้น มือเล็กๆ ของคนที่นั่งติดกันก็วางลงบนหลังมือของเขา ทั้งที่ลูกหมีมือเล็กกว่าเขามากแท้ๆ แต่กลับให้ไออุ่นได้อย่างน่าประหลาด แค่ลูกหมีจับมือเขาไว้แล้วไหนจะดวงตากลมโตใสซื่อที่มองมายังเขาราวกับหวั่นกลัวเขาในตอนนี้นั่นอีก เพียงเท่านั้นอารมณ์คุกรุ่นในอกที่เหมือนกำลังสุมไฟกลับถูกดับลงได้อย่างง่ายดาย "พี่จ๋า~ ไม่ทำหน้าตาหน้าจัวน้า~ น้องไม่ชอบพี่จ๋าที่เป็นอย่างนี้~" ลูกหมีมีความรู้สึกที่ไวมาก เพียงแค่เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดีพอเธอก็จะรับรู้ได้ทันทีและทั้งที่เธอกำลังกลัวเขาอยู่แท้ๆ แต่กลับกล้ายื่นมือมาจับมือเขาเพื่อปลอบใจกัน ก้องการุญลอบหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามสงบจิตสงบใจตัวเองก่อนจะวางมือลงบนหลังมือลูกหมีและตบเบาๆ เพื่อให้เธอรู้ว่าเขาไม่เป็นไร ซึ่งลูกหมีที่เห็นว่าก้องการุญกลับมามีสีหน้าเป็นปกติแล้วก็ไม่ได้สนใจเขาอีก ต่างจากก้องการุญที่คิดว่าต่อจากนี้ไป เขาคงต้องระมัดระวังเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์เสียหน่อยแล้วเพราะลูกหมีช่างจับสังเกตเก่งเหลือเกิน ท้ายที่สุดช่วงระยะเวลาความอึดอัดก็ผ่านพ้นไป ไอ้ผันมันถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต แม้ก้องการุญจะรู้สึกว่าคำตัดสินนี้ยังน้อยไปสำหรับคนอย่างมันแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับมันเท่านั้น "เสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ" ภูผาบอกกับทุกคนที่กำลังทยอยเดินออกจากห้องพิจารณาคดี เขาประคองภรรยาที่ต้องใช้ไม้พะยูงช่วย ส่วนก้องการุญได้รับหน้าที่ดูแลลูกหมีก่อนจะจับจูงมือเธอให้เดินตามออกมาพร้อมกัน คำว่า 'กลับบ้าน' ของภูผาที่เอ่ยออกมานั้นทำให้ก้องการุญรู้สึกยุบยิบในใจอย่างไรชอบกล แต่ถ้าถามว่าชอบคำคำนี้ไหม...เขาตอบได้เลยว่า 'ชอบมาก' "กลับบ้านกั้นน~" ลูกหมีร้องบอกตามคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงสดใสและครั้งนี้เป็นฝ่ายจูงมือก้องการุญให้รีบเดินตามหลังพ่อก่อนจะขึ้นรถและตรงกลับบ้าน ภูผาใช้เวลาขับรถราวๆ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงบ้านแล้ว ก้องการุญอุ้มลูกหมีลงจากรถก่อนจะถูกดึงตัวให้เข้าไปในบ้านพร้อมกับเธอ ภูผาวางกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งของภรรยาและก้องการุญลงบนโซฟา จากนั้นก็เดินไปยังหน้าห้องห้องหนึ่งพร้อมกับกวักมือเรียกก้องการุญให้เข้าไปหา "นี่คือห้องนอนของแก อาจจะแคบไปหน่อยแต่คิดว่าพอจะอยู่ได้ไหม?" ภูผาเปิดประตูห้องนอนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยตั้งใจว่าจะให้เป็นห้องของลูกหมีเมื่อเธอโตขึ้น แต่ตอนนี้คงต้องยกให้ก้องการุญเสียก่อนเมื่ออีกฝ่ายต้องมาอยู่กับเขาที่บ้านหลังนี้ ก้องการุญชะโงกหน้าเข้าไปดูห้องนอนที่ว่า มันมีขนาดประมาณสามคูณสามเมตรเท่านั้น แต่สำหรับก้องการุญแล้วเขามองว่ามันใหญ่เพียงพอแล้วก่อนจะพยักหน้ารับแรงๆ ให้กับภูผา "อยู่ได้ครับน้าภู แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ" ก้องการุญพูดจากใจจริง สำหรับเขาแล้วห้องนอนนี้ไม่ได้เล็กแต่อย่างใดและนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่เขามีห้องส่วนตัว เพราะปกติแล้วบ้านที่เขาอยู่นั้นคือตัวบ้านโล่งๆ ที่ไม่มีการกั้นห้องแต่อย่างใด บางครั้งก็ถูกไล่ให้ออกไปรอนอกบ้านถ้าหากไอ้ผันมันจะมีอะไรกับแม่เขา หรือไม่ก็ตอนที่แม่กำลังรับแขก "ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเถอะ ฉันไม่รบกวนแล้ว" ภูผาตบไหล่ก้องการุญเบาๆ แต่ก่อนจะก้าวเดินออกไปก็เหมือนเพิ่งคิดอะไรขึ้นมาได้ "แล้วก็ทุกอย่างในบ้านหลังนี้แกสามารถใช้ได้หมดเลย จะดูทีวีหรืออยากกินอะไรในตู้เย็นก็กินได้ตามสบายเลยนะ" "ครับ ขอบคุณมากครับ" ก้องการุญจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาขอบคุณภูผากับสุวดีไปแล้วกี่ครั้งกับความช่วยเหลือและมีน้ำใจของพวกเขาทั้งสองคน ในขณะเดียวกันภูผาก็โบกมือไปมาเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เขาแค่อยากให้ก้องการุญอยู่อย่างสบายใจก็เท่านั้น ถ้าหากคิดจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วความสบายใจในการอยู่ร่วมกันต้องมาเป็นอันดับแรกและเขาก็หวังว่าก้องการุญจะอยู่อย่างสบายใจในเร็ววัน "ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกัน" "ครับ" ก้องการุญไม่กล้าเรียกร้องอะไรเพราะที่เขาได้รับในตอนนี้มันก็ดีเกินคาดมากแล้ว ไหนจะตู้เตียงอันใหม่ แล้วยังมีโต๊ะทำงานเล็กๆ นั่นอีก... ในชีวิตนี้เขาไม่เคยมีอะไรอย่างนี้มาก่อนจึงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ก่อนจะเดินเข้าห้องไปสำรวจข้าวของต่างๆ ในห้องนอนตัวเอง สุวดีใช้ไม้พะยูงเดินมายังหน้าห้องก้องการุญ เธอเอนหลังพิงกรอบประตูและมองสมาชิกใหม่ในบ้านด้วยรอยยิ้มบาง ความเงียบถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าตึงตังของลูกหมีที่วิ่งผ่านพ่อแม่เข้ามาในห้องก้องการุญพร้อมกับกระโดดหย็องแหย็งบนเตียงนอนด้วยความดีใจ "เย้ๆๆ! น้องมีพี่จ๋าแล้ว! พี่จ๋าเป็นพี่จ๋าของยูกหมี! ต่อจากนี้ไปเราจะอยู่ด้วยกัน! เย้ๆๆ!" ลูกหมีชูไม้ชูมือดีใจที่ต่อจากนี้ไปจะมีพี่ชายแล้ว อีกทั้งยังดีใจที่เธอจะได้มีเพื่อนเล่นเสียที เธอชอบเล่นกับพี่จ๋าที่สุด! เพราะเขาตามใจเธอมากที่สุด! ในโลกนี้ไม่มีใครตามใจเธอเท่าพี่จ๋าอีกแล้ว!!! "ต่อจากนี้ไปก้องจะเป็นครอบครัวเดียวกับเราและเธอจะยังเป็นพี่ชายของลูกหมีด้วยนะ น้าฝากลูกหมีด้วยล่ะก้อง" สุวดีพูดยิ้มๆ แววตาที่มองก้องการุญเจือไปด้วยความเอ็นดูและขบขันที่เจ้าตัวยังเอาแต่ยืนนิ่งอึ้งราวกับว่าสิ่งที่ได้ยินจะไม่ใช่ความจริงอย่างไรอย่างนั้น จนเขาเผลอถามขึ้นมาอีกครั้ง "ผม...เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพวกน้าได้เหรอ? มันคือความจริงใช่ไหมครับ?" ก้องการุญลองหยิกแขนตัวเองดูอีกครั้งก่อนจะรับรู้ว่ามันเจ็บและครั้งนี้ภูผาก็ออกแรงตบไม่หนักไม่เบาลงบนบ่าเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันไป เขาไม่ได้ฝันไปและมันคือความจริงที่ต่อจากนี้ไปเขาเป็นคนในครอบครัวนี้แล้ว! ก้องการุญดีใจจนน้ำตาไหล เขารู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเป็นคนอ่อนไหวง่ายและช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน ที่ผ่านมาเขาพยายามทำตัวเข้มแข็งมาโดยตลอดแต่เมื่อมีคนทำดีกับเขามากเข้า ความเข้มแข็งเปลือกนอกมันก็ถูกกะเทาะออกและปริแตกในที่สุด เกราะที่สร้างเอาไว้พังทลายลงง่ายๆ และเขาก็เพิ่งเข้าใจคำว่าครอบครัวก็ตอนนี้...ตอนที่ทุกๆ คนรวมถึงลูกหมีต่างก็เข้ามาสวมกอดและปลอบใจเขาที่กำลังร้องไห้... นี่น่ะหรือคือคำว่าครอบครัว...นี่น่ะหรือคือคำว่าอบอุ่น... เขาเพิ่งเข้าใจมันก็ตอนนี้นี่เอง... พวกเขาสอนให้เด็กที่ไม่มีอนาคตและไร้ประโยชน์คนหนึ่งได้รู้จักกับคำว่าคุณค่าในตัวเอง... ก้องการุญซาบซึ้งในสิ่งที่พวกเขามอบให้จนไม่รู้ว่าจะตอบแทนเช่นไรดี ในตอนนี้เขายังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แต่ในอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องตอบแทนพวกเขาคืนเป็นร้อยเป็นพันเท่าให้ได้ ========================== #ต่อจากนี้จะเป็นนิยายรักแล้วจริงๆ ค่ะพี่ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD