บทที่ 13 - หายตัว [1/2]

1610 Words
เช้าวันต่อมา... ลูกหมีตื่นขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่ปูดบวมไม่ต่างจากกบ เมื่อวานตอนขากลับมาจากหอพักก้องการุญเธอก็ร้องไห้ตลอดทางกลับบ้านจนเผลอหลับไป ไม่คิดว่าตื่นเช้ามาเปลือกตาจะหนักถึงขั้นแทบไม่ขึ้นเพราะตาบวม ลูกหมีไม่สดชื่นเอาเสียเลยทั้งที่ปกติแล้วเธอเป็นเด็กที่มีพลังงานเหลือล้น แต่วันนี้กลับเซื่องซึมราวกับถ่านที่ใกล้หมดพลังงาน "มาทานข้าวเช้าค่ะลูกหมี" ลูกหมีใช้เวลาจัดการธุระส่วนตัวไม่นานก็เดินมายังโต๊ะอาหารที่มีภูผาและสุวดีนั่งรอก่อนแล้ว แต่เมื่อหันไปมองที่นั่งติดกันและพบกับความว่างเปล่าดวงตากลมโตที่ปูดบวมก็ฉายชัดถึงความสลดเศร้าหมอง ที่นั่งข้างๆ ไม่มีพี่จ๋า... ลูกหมีคิดถึงพี่จ๋าจังเลย... วินาทีนั้นกระบอกตาพลันร้อนผ่าว เธอพยายามจะฮึ้บอาการอยากร้องไห้เอาไว้อย่างสุดความสามารถและเธอก็ทำมันได้ดีแม้ว่าตลอดเวลาทานอาหารจะต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาน้ำมูกก็ตาม ทุกอากัปกิริยาของลูกหมีตกอยู่ในสายตาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ พวกเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่ใจหายที่วันนี้ไม่เห็นก้องภพอยู่ในบ้านและยังเข้าใจด้วยว่าลูกสาวติดพี่ชายอย่างก้องการุญมากแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเซื่องซึมร้องไห้ในวันที่เขาไม่ได้อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าป่านนี้อีกฝ่ายจะเป็นเช่นไร สภาพของเขาจะต่างจากลูกหมีไหมไม่มีใครรู้เลย แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็อดเป็นห่วงทั้งสองคนไม่ได้จริงๆ แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานทุกคนจะปรับตัวได้เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยก็เท่านั้น "ลูกหมีอิ่มแล้วค่ะ" ลูกหมีวางช้อนลงบนจานทั้งที่ข้าวพร่องลงไปเพียงนิดเดียวนั้น สุวดีที่เห็นว่าลูกกินข้าวน้อยกว่าปกติอดลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บังคับให้ทานต่อแต่อย่างใด หลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จแล้วสุวดีก็กลับมารับหน้าที่ไปส่งลูกหมีที่โรงเรียนในรอบสามปี เธอไม่ได้มาส่งลูกสาวนานเพราะที่ผ่านมาจะเป็นก้องการุญที่รับหน้าที่นั้นจึงทำให้ตอนนี้เธอค่อนข้างเงอะงะเล็กน้อยเมื่อทางโรงเรียนปรับเปลี่ยนเส้นทางขับรถที่ต้องมาส่งนักเรียนหน้าโรงเรียน "ตอนเย็นแม่จะมารับนะคะ" สุวดีบอกกับลูกสาวเมื่อเธอเดินมาส่งถึงหน้าห้องเรียนในขณะที่ลูกหมีตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งๆ เซื่องซึมเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเรียน สุวดีมองแผ่นหลังเล็กๆ ของลูกสาวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจ ในใจเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก... :: :: วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของก้องการุญและยังเป็นวันรับน้องด้วย เขาตื่นเช้ามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ ชีวิตที่ห่างจากครอบครัวและลูกหมีทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่จึงทำให้เขาแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมาอย่างไม่รู้ตัว กิจวัตรประจำวันอย่างการตื่นไปปลุกลูกหมีที่ห้องนอนไม่มีอีกแล้วและการนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับทุกคนก็ไม่มีอีกแล้วเช่นกัน ก้องการุญถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ตอนนี้อะไรๆ ในชีวิตเขากำลังเปลี่ยนไปจากเดิม เขาลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำแต่เมื่อเห็นรอยดำคล้ำใต้ตาที่บ่งบอกถึงความนอนน้อยแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง... เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเลยเพราะมัวแต่คิดถึงลูกหมีที่ไม่รู้ว่ากลับไปแล้วจะเป็นเช่นไรบ้าง ภาพของเธอที่ร้องไห้เรียกหาเขาตอนที่อยู่บนรถยังเป็นภาพติดตาและชวนปวดใจทุกครั้งที่นึกถึง เด็กน้อยจะคิดถึงเขาเหมือนที่เขาคิดถึงเธอหรือเปล่านะ... กว่าก้องการุญจะหลุดจากภวังค์ความคิดถึงลูกหมีก็ผ่านไปหลายนาที ตอนนี้เขาควรโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำก่อน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมและเป็นวันรับน้อง เขาจึงไม่อาจไปสายตั้งแต่วันแรกเพราะอาจจะถูกเพ่งเล็งเอาได้ ก้องการุญต้องการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยเงียบๆ เขาคิดไว้เพียงว่าถึงวันหยุดสิ้นเดือนเมื่อไหร่ก็แค่กลับ 'บ้าน' ที่มีลูกหมีรออยู่ เขาต้องการใช้เวลาวันหยุดกับครอบครัวและเมื่อถึงเวลาก็กลับมาใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยเงียบๆ เช่นนี้วนเวียนต่อไปจนเรียนจบเท่านั้น เขาไม่ต้องการเป็นจุดเด่นอะไรทั้งนั้นจึงเลือกที่จะทำตัวตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยแม้กระทั่งการแต่งกายก็ยังถูกต้องตามระเบียบเช่นกัน ก้องการุญไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการไปมหาวิทยาลัยครั้งแรกต่างจากวันที่รู้ว่าตัวเองสอบติดที่นี่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกของเขายังดำดิ่งอยู่กับการเอาแต่นึกถึงลูกหมีจึงทำให้ตอนนี้เขาค่อนข้างเฉยชาพอสมควร ทั้งที่ใจมันอยู่ที่บ้านแต่ด้วยหน้าที่ของตัวเองมันทำให้เขาจำต้องทำในสิ่งที่เลือกต่อไป ก้องการุญมาถึงมหาวิทยาลัยตามนัดหมาย เปิดเทอมวันแรกยังไม่มีการเรียนการสอนแต่อย่างใด มีเพียงแค่ทำกิจกรรมรับน้องและแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมคณะ โชคดีที่เพื่อนร่วมคณะคนหนึ่งเข้ามาทักทายเขาก่อนและค่อนข้างพูดคุยกันอย่างถูกคอนั่นจึงทำให้เขามีเพื่อนคนแรกชื่อ 'ปริญ' ปริญจัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากและตัวสูงพอๆ กับเขาแต่มีร่างกายที่หนากว่าเพราะเล่นฟิตเนส ในขณะที่เขามีรูปร่างสูงเพรียวไม่เน้นกล้ามโตแต่ร่างกายกลับลีนจนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดอย่างชัดเจน เวลาที่ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันมักจะเป็นจุดสนใจอยู่เสมอเพราะความหน้าตาดีและความสูงที่โดดเด่น "เขามองอะไรกัน? พวกเราทำอะไรผิดหรือเปล่า?" ก้องการุญถามเพื่อนชายคนใหม่เมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองและเพื่อนกำลังถูกคนอื่นๆ ในคณะกำลังมองอยู่ในขณะที่พวกเขานั่งทานมื้อเย็นในโรงอาหารหลังจากเลิกกิจกรรมรับน้องแล้ว ปริญเห็นเพื่อนดูงงๆ กับการที่ตัวเองเป็นจุดเด่นก็หลุดขำออกมา เขาเพิ่งเคยเจอคนซื่อๆ อย่างก้องการุญเป็นครั้งแรก ก้องการุญไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมผู้หญิงกับเพศทางเลือกถึงได้มองเขาตาเป็นมัน ขนาดปริญเองที่เป็นผู้ชายยังมองก้องการุญเลยเพราะอีกฝ่ายมีหน้าตาที่หล่อเหลาจนน่าอิจฉา แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครกล้าเข้าหาก้องการุญ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะใบหน้าเรียบตึงที่ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์ตลอดเวลานั้นจึงทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหา ยกเว้นก็แต่เขาที่ไม่คิดอะไรบวกกับไม่อยากวุ่นวายกับพวกกลุ่มแก๊งที่จับกลุ่มหลายคนจึงเลือกที่จะเดินเข้าหาก้องการุญและทักทายกัน ซึ่งมันทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วก้องการุญก็ไม่ใช่คนที่หยิ่งอะไรเลย ออกจะเป็นคนซื่อๆ และพูดน้อยก็เท่านั้นเอง "เราไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกเพื่อน เพื่อนก็แค่หน้าตาดีจนคนต้องมองเท่านั้นเอง" "..." ก้องการุญนิ่งเงียบ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองได้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งคณะเพราะใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับถูกสรรค์สร้างปั้นแต่งจนทำให้ชื่อเสียงเรื่องหน้าตาแพร่งพรายไปทั้งคณะจนสาวๆ ต่างพากันแวะเวียนมาดูหน้า 'น้องใหม่' ที่กำลังทานมื้อเย็นอยู่ "ไม่ใช่หรอกมั้ง" ก้องการุญไม่คิดจะหลงตัวเอง เขาเลิกสนใจสายตาของคนรอบข้างและก้มหน้าลงกินข้าวต่อก่อนจะได้ยินพูดคุยของผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ที่อยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร "คนอะไรหล่อทะลุแป้ง" "แกว่าฉันควรเข้าไปขอไลน์น้องดีปะ?" "ไปสิ ขอเลย ต้องรีบนะแก ถ้าหากชักช้าเดี๋ยวคนอื่นก็คาบไปแดก!" ก้องการุญไม่คิดสนใจบทสนทนานั้นเพราะคิดว่าอย่างไรก็ไม่ใช่ตัวเองกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งลากเก้าอี้จากโต๊ะเธอมานั่งร่วมกับโต๊ะเขาฝั่งที่ไม่มีเก้าอี้และในตอนนั้นเองที่หญิงสาวหน้าตาสละสลวยคนนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้กับเขาที่ดูจะงงๆ "พี่ขอไลน์หน่อยสิ" ก้องการุญมองหน้าปริญที่อมยิ้มยักคิ้วกลับมาราวกับชอบใจที่เห็นเขาถูกขอไลน์ ในขณะที่หญิงสาวหน้าตาดีคนนั้นยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าก้องการุญควักโทรศัพท์ขึ้นมา ทว่ารอยยิ้มของเธอก็พลันเลือนหายไปเพราะแท้จริงแล้วก้องการุญเพียงแค่กดรับสายที่โทรเข้ามาเท่านั้น "ครับน้าสุ" ก้องการุญกรอกเสียงขานรับปลายสายและในตอนนั้นเองเขาก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าตื่นตกใจเมื่อได้ยินปลายสายบอกกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน [ก้อง! ลูกหมีหายไป! หายไปไหนก็ไม่รู้!!!] ========================== #ยัยหนูของแม่แอบไปเล่นซ่อนหาแล้วเผลอหลับที่ไหนหรือเปล่า? 🤣
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD