::
::
นับตั้งแต่แยกห่างจากก้องการุญในครั้งนั้นก็ผ่านไปนานถึงสองปีแล้วและลูกหมีก็ปฏิบัติตัวตามสัญญามาโดยตลอด
ทุกๆ สิ้นเดือนลูกหมีจะตั้งตารอพี่จ๋ากลับมาที่บ้าน ในขณะเดียวกันแม้ก้องการุญจะมีวันหยุดแค่ไม่กี่วันเท่านั้นแต่เขาก็มาหาเธอตามที่สัญญาไว้แม้ว่าบางครั้งสีหน้าเขาจะดูอิดโรยเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการเรียนก็ตาม แต่เมื่อกลับมาหาลูกหมีเขาจะปรับสีหน้าเป็นปกติเฉกเช่นทุกครั้งที่อยู่กับเธอ
"พี่จ๋ามาแล้ว! ลูกหมีอยู่นี่!"
ลูกหมีวัยแปดขวบเห็นก้องการุญลงมาจากรถโดยสารก็ร้องเรียกเขาและโบกมือด้วยความดีใจก่อนจะโผกอดพี่ชายวัยยี่สิบปีที่โอบรับเธอเอาไว้ด้วยความคิดถึงเช่นกัน
ทันทีที่เลิกเรียนก้องการุญก็เดินทางกลับบ้านทันที การเดินทางใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงขนส่งก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นภูผากับลูกหมีก็มารับเขาถึงขนส่งแม้ว่าเขาจะบอกว่ากลับบ้านได้เองก็ตาม
"กลับบ้านกันค่ะพี่จ๋า"
ลูกหมีในชุดพร้อมนอนจับจูงมือเขาให้เดินตามหลังภูผาที่เดินนำไปยังรถพิกอัป ขนส่งกับบ้านภูผาอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเท่านั้นและเมื่อถึงบ้านเขาก็พบว่าสุวดีกำลังนั่งดูโทรทัศน์ดู
"ก้องหิวหรือเปล่า? "
สุวดีหันมาถามก้องการุญเหมือนกับทุกครั้งที่เขาเพิ่งมาถึงบ้านและนั่นมันก็ทำให้เขานึกถึงบรรยากาศเดิมๆ เมื่อตอนที่เขายังอยู่ในบ้านหลังนี้
ทุกครั้งที่กลับมาบ้านเขาก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจอยู่เสมอ…
"หิวนิดหน่อยครับ แต่เดี๋ยวผมค่อยต้มมาม่ากินเองก็ได้"
"จะกินมาม่าได้ยังไง ในตู้เย็นมีต้มขาหมู เดี๋ยวน้าไปอุ่นให้ก็แล้วกัน"
"ไม่เป็นไรครับน้าสุ"
"เอาน่า เพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนก็แล้วกัน น้าอุ่นไม่นานหรอก"
สุวดีไม่ต้องการให้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหมาดๆ ต้องเหนื่อยมากไปกว่านี้ จึงรีบลุกขึ้นและเดินหายเข้าไปในครัวเพื่ออุ่นต้มขาหมู
ในระหว่างที่รอสุวดีก้องการุญก็หันมาสนใจลูกหมีที่นั่งมองเขาด้วยแววตากังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ทำไมถึงมองพี่อย่างนั้น?"
"พี่จ๋าเรียนหนักเหรอคะ? หน้าพี่จ๋าดูเหนื่อยมากเลย"
ก้องการุญชะงักไปเพียงนิดก่อนจะยิ้มบางเบาให้กับความช่างสังเกตของลูกหมีวัยแปดที่นับวันดูเหมือนว่าจะใส่ใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ
"นิดหน่อยน่ะ"
ก้องการุญไม่ปฏิเสธว่าช่วงนี้เขาค่อนข้างเหนื่อยกับการเรียน
ยิ่งช่วงนี้ใกล้สอบไฟนอลแล้วด้วยก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม ไม่แปลกที่ลูกหมีจะเห็นความเหนื่อยล้าจากใบหน้าเขาได้ชัดเจนถึงเพียงนี้โดยเฉพาะร่องรอยดำคล้ำใต้ตาที่แสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่าเขานอนไม่ค่อยเต็มอิ่มมาหลายคืนแล้ว
ก้องการุญเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นคณะที่เรียนค่อนข้างหนักพอสมควร หลายครั้งที่นักศึกษาคณะนี้มักจะอดหลับอดนอนเพื่อเขียนโปรแกรมต่างๆ ตามที่อาจารย์กำหนดและก้องการุญก็ดันเป็นนักศึกษาทุนที่ต้องทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด นั่นหมายความว่าเขาต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่าเพื่อรักษาระดับเกรดที่ดีเยี่ยมเอาไว้เพื่อไม่ให้หลุดทุนการศึกษาที่ใครๆ ต่างก็แย่งชิงและที่สำคัญ…
ถ้าหากเขาสามารถรักษาเกรดได้ดีถึงเกณฑ์จนเรียนจบ เขาจะได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอีกด้วยแต่เรื่องนี้ก้องการุญยังไม่ได้บอกกับใครทั้งนั้นเพราะเขากลัวว่าตัวเองอาจจะพลาดทุนนั้นไปก็เป็นได้จึงเก็บเงียบเอาไว้ก่อนดีกว่า
"พี่จ๋าอยากกอดๆ ลูกหมีไหม? "
ลูกหมีดึงสติก้องการุญกลับมาอีกครั้ง เป็นอันรู้กันว่า ‘กอดๆ’ ที่ลูกหมีพูดถึงนั้นคืออะไรและเขาก็ไม่ลังเลที่จะอุ้มลูกหมีมากอดเพื่อ ‘เติมกำลังใจ’ ให้กับตัวเองในวันที่รู้สึกท้อหรือเหนื่อย
แค่นี้ก็พอแล้ว…แค่มีกำลังใจจากลูกหมีต่อให้เหนื่อยแค่ไหนเขาก็สู้ไหวทั้งนั้น
ก้องการุญไม่เคยลืมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาใครคือผู้มีพระคุณกับเขาบ้าง เป้าหมายของเขาคือทำให้ชีวิตของทุกคนใน ‘ครอบครัว’ ดีขึ้น เขาไม่ต้องการให้ภูผาต้องวิ่งไล่จับผู้ร้ายค้ายาอีกแล้ว ส่วนสุวดีก็ไม่อยากให้ทำงานหนักอีกแล้วเช่นกัน
"ขอบคุณนะ พี่มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยล่ะ"
ก้องการุญระบายยิ้มบางให้กับลูกหมีที่ยังคงหอมแก้มเขาอย่างให้กำลังใจเช่นเดิม
ในค่ำคืนนั้นระหว่างที่ก้องการุญนั่งทานข้าวอยู่นั้นทั้งสุวดีและภูผาต่างก็ถามไถ่ว่าชีวิตมหาลัยวิทยาลัยนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ก้องการุญรู้ว่าพวกเขาคอยเป็นห่วงเขาเสมอจึงบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พวกเขาฟังเท่าที่จะนึกออก แต่ลูกหมีกลับชิ่งหลับไปตั้งแต่เขาเริ่มเล่าเรื่องได้แค่ห้านาทีเท่านั้น
::
::
วันหยุดสองวันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก้องการุญจำต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้งและทุกครั้งที่เขาต้องกลับไปเรียนลูกหมีมักจะมีน้ำตาเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมานานถึงสองปีแล้วแต่ลูกหมีก็ยังรู้สึกเสียใจเสมอที่ต้องแยกห่างจากพี่จ๋าของเธอ
"เดือนหน้าพี่จ๋าต้องกลับมาหาลูกหมีใหม่นะคะ"
ลูกหมีปาดน้ำตาป้อยๆ จนคนมองอดปวดใจไม่ได้ ก้องการุญย่อตัวคุกเข่าข้างหนึ่งแต่แค่นั้นความสูงของเขาก็เท่าตัวลูกหมีในเวลานี้แล้ว
"เดือนหน้าเราค่อยเจอกันใหม่นะ"
ลูกหมีพยักหน้ารับจนแก้มแดงๆ ที่เปรอะน้ำตากระเพื่อม เธอกอดพี่จ๋าอีกครั้งก่อนที่เขาจะหันไปลาภูผาและสุวดีที่ครั้งนี้มาส่งเขาถึงขนส่ง
ลูกหมีโบกมือลาก้องการุญในขณะที่รถโดยสารกำลังเคลื่อนออกจากชานชาลา ก้องการุญโบกมือกลับด้วยสีหน้าเศร้าสลดไม่ต่างจากลูกหมี
สองปีที่ผ่านมาเขาไม่ชินเลยสักครั้งเมื่อถึงเวลาต้องกล่าวลา ในใจยังวูบโหวงและเจ็บปวดอยู่เสมอเมื่อเห็นลูกหมีต้องร้องไห้ยามที่เขาแยกห่างจากเธอ
"เดือนหน้าเจอกันอีกนะพี่จ๋า!"
ก้องการุญพยักหน้ารับขันแข็ง เขามาดหมายว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาทุกเดือนให้ได้และเขาจะไม่มีทางผิดสัญญากับลูกหมีอย่างเด็ดขาด แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเมื่อเขาขึ้นปีสาม…เขาจะกลับกลายเป็นฝ่ายที่เริ่มผิดสัญญากับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า…
::
::
"เดือนนี้พี่จ๋าก็ไม่ว่างมาหาเราเหรอคะคุณแม่? "
ทุกๆ สัปดาห์สุดท้ายของสิ้นเดือนลูกหมีจะคอยชะเง้อคอมองดูหน้าบ้านเป็นประจำเพื่อรอพี่จ๋ากลับมา
เด็กน้อยรอคอยพี่ชายตั้งแต่ช่วงเย็นและไม่ยอมขยับไปไหน แต่รอแล้วรอเล่าจนถึงดึกดื่นก็เพิ่งได้รับคำตอบจากผู้เป็นแม่ที่เพิ่งวางสายจากก้องการุญเช่นกัน
"เข้านอนเถอะลูกหมี พี่จ๋าเพิ่งโทรมาบอกแม่ว่าเดือนนี้เขาไม่ได้กลับมาน่ะ"
"พี่จ๋าคงเรียนหนักมากแน่ๆ เลยค่ะคุณแม่…"
ลูกหมีในวัยสิบขวบพูดเสียงอ่อย ใบหน้าเธอเศร้าสลดแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงพยายามทำความเข้าใจพี่ชายอย่างถึงที่สุด ทว่าในใจลึกๆ แล้วเธอก็อดน้อยใจพี่ชายไม่ได้จริงๆ ที่หลายเดือนมานี้เขาไม่ค่อยได้กลับมาบ้านมาหาเธอเลย…
ลูกหมีเหงา…แต่ก็อดทนไม่งอแงเพราะรู้ว่าพี่จ๋าเรียนหนัก แม้ในใจอยากเจอพี่จ๋ามากแค่ไหนแต่ลูกหมีก็อดทนเอาไว้ต่อให้ต้องแอบร้องไห้เพราะคิดถึงพี่จ๋าก็ตาม
ช่วงเดือนแรกสองเดือนแรกลูกหมียังคงรอพี่จ๋ากลับมาที่บ้าน แต่เมื่อผ่านพ้นเดือนที่ห้าเดือนที่หกไปแล้ว ลูกหมีเริ่มไม่ได้รอคอยเขาเฉกเช่นเดือนก่อนๆ ที่ผ่านๆ มา
ตลอดระยะเวลาที่ก้องการุญเรียนปีสี่นั้นเขาไม่ได้กลับบ้านเลยเพราะเรียนหนักมากและในขณะเดียวกันลูกหมีวัยสิบขวบก็ไม่ได้รอเขากลับมาที่บ้านอีกต่อไปเช่นกัน…
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มห่างเหินตามกาลเวลาและท้ายที่สุดความสัมพันธ์ที่แสนเปราะบางนั้นก็ขาดสะบั้นในวันที่ลูกหมีรู้ว่าพี่ชายของเธอกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ…
==========================
#ยิ่งห่างเหิน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งจางหาย