หนึ่งสัปดาห์ต่อมา…
"คูมแม่~"
ลูกหมีวัยสามขวบในชุดนอนหมีสีชมพูพาสเทลร้องเรียกหาคุณแม่เป็นอย่างแรกเมื่อเธอเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้าที่ยาวเลยบ่าเพียงนิดฟูฟ่องไม่เป็นทรง แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นแม่ก็ยังคงมองว่าลูกสาวเธอน่ารักอยู่ดี
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันค่ะ"
"ค่า~"
ลูกหมีเป็นเด็กเชื่อฟังว่าง่าย ทุกครั้งที่ 'สุวดี' บอกอะไรลูกสาวเธอไม่เคยดื้อเลยสักครั้ง หลังจากที่เธอบอกให้ลูกไปแปรงฟันแล้วลูกหมีก็ไม่มีอิดออดก่อนจะเดินตามหลังแม่เข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน
"ไหนอ้าปากให้คุณแม่ดูหน่อยซิ้~ ว่าสะอาดหรือยัง?"
"อ้า~"
ลูกหมีอ้าปากตามที่คุณแม่บอก สุวดีที่เห็นว่าฟันลูกขาวสะอาดดีแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะจับจูงมือลูกสาวออกจากห้องน้ำ
"คูมพ่อ~ อยุนสวัสดิ์ค่า~"
ลูกหมีกล่าวทักทายคุณพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"มานั่งค่ะ วันนี้กับข้าวมีของโปรดให้ลูกหมีด้วยน้า~"
'ภูผา' พูดยิ้มๆ และอุ้มลูกสาวเพียงคนเดียวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ที่สูงกว่าเก้าอี้ปกติเล็กน้อยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกหมีเมื่อต้องทานข้าวร่วมกับเขาและภรรยาที่นั่งลงข้างๆ ลูกหมี
บนโต๊ะมีกับข้าวแค่สามสี่อย่างเท่านั้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก
เป็นเรื่องปกติที่ทั้งสามคนจะทานมื้อเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากัน ส่วนมื้อเที่ยงนั้นไม่ได้ทานร่วมกันอยู่แล้วเพราะต่างฝ่ายต่างทำงานจึงแยกย้ายกันทาน แต่ถึงอย่างนั้นภูผาก็พกปิ่นโตฝีมือเมียไปกินที่ทำงานทุกวัน
"วันนี้พ่ออาจจะกลับดึกนะ แม่กับลูกนอนก่อนได้เลยไม่ต้องรอ"
ภูผาบอกกับภรรยาเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้น่าจะกลับดึกเพราะที่สถานีตำรวจยังมีคดีอีกหลายคดีที่รอสะสาง
เป็นเรื่องปกติเสียแล้วสำหรับครอบครัวนี้ สุวดีเองก็ชินกับการทำงานที่เลิกไม่เป็นเวลาของสามี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เข้าใจดีว่าเขาต้องทำตามหน้าที่ 'ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์' จึงไม่เคยทำตัวงอแงงี่เง่ากับเขาเลยสักครั้ง ออกจะเห็นใจสามีด้วยซ้ำที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำทว่ายศที่บนบ่ากลับขึ้นยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
"ครั้งนี้เป็นคดีอะไรเหรอคะ?"
"ยาเสพติดเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ช่วงนี้ระบาดหนักกว่าเมื่อก่อน เมื่ออาทิตย์ก่อนพ่อก็เพิ่งจับไอ้เปี๊ยกได้"
ภูผาเป็นตำรวจในทีมกองปราบปรามยาเสพติด เมื่อวานเขาได้รับหน้าที่ให้จับกุมไอ้เปี๊ยกซึ่งมันเป็นเพียงแค่ผู้ค้ายารายเล็กๆ ในละแวกนี้ สายสืบบอกกับพวกเขาว่าไอ้เปี๊ยกมันมีนัดรับยาจากเครือข่ายอีกคนหนึ่งที่หลังวัด
เขากับตำรวจคนอื่นๆ อีกสามคนรอซุ่มดูอยู่ในละแวกนั้นก่อนจะเห็นว่าเป็นชายวัยรุ่นร่างผอมคนหนึ่งเดินเข้ามา มันสวมใส่หมวกแก๊ปและแมสจึงทำให้เขาไม่เห็นใบหน้า แต่ที่รู้ๆ มันมีทักษะการวิ่งหลบหนีที่ดีมากราวกับว่ามันหนีตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"ยังไงพ่อก็ต้องระวังตัวด้วยนะ กินข้าวเที่ยงให้ตรงเวลานะ"
สุวดีอดเป็นห่วงสามีไม่ได้ เธอรีบตักกับข้าวใส่จานให้สามีอย่างเอาอกเอาใจ ในขณะเดียวกันลูกหมีที่เห็นว่าแม่ทำเช่นไรเธอก็ไม่รอช้าที่จะตักกับข้าวให้พ่อด้วยเช่นกัน
"คูมพ่อต้องกินข้าวเย้อๆ น้า~ จะได้มีแยงทำงาง~ จู้ๆ น้า~"
หัวใจภูผาพองโตลูกสาวกับภรรยาให้กำลังใจกัน เขาตักกับข้าวเหล่านั้นเข้าปากพร้อมกับรอยยิ้มสุขใจและไม่ลืมบอกลูกสาวด้วยประโยคเดียวกัน
"ลูกหมีก็กินข้าวเยอะๆ นะ จะได้โตไวๆ"
"ยูกหมีกิงข้าวเย้อๆ เลยค่า~"
ลูกหมีจ้วงข้าวเข้าปากโดยไม่ต้องรอให้พ่อแม่ป้อนแต่อย่างใด เด็กน้อยเคี้ยวอาหารในปากจนแก้มตุ่ยทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่เห็นแล้วถึงกับอมยิ้มออกมาก่อนจะพากันทานข้าวต่อ
หลังจากที่ภูผาออกไปทำงานแล้ว สุวดีก็เริ่มตระเตรียมทำงานของเธอเช่นกัน ที่บ้านหลังนี้แม้จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่บริเวณหน้าบ้านที่โล่งกว้างนั้นก็ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านอาหาร
สุวดีเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวควบคู่กับขายข้าวมันไก่ เธอทำทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กันมานานหลายปีแล้วและยังเป็นร้านอาหารที่มีลูกค้าแวะเวียนมากินเป็นประจำไม่เคยขาด
เธอมีลูกจ้างผู้หญิงหนึ่งคนเป็นชาวเมียนมาร์ที่คอยช่วยเหลืองานภายในร้าน รวมถึงช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลลูกสาวเธอในบางครั้งเพราะส่วนใหญ่แล้วลูกหมีจะอยู่ในบ้านและมักจะชอบหลบไปเล่นขายของเพียงคนเดียวที่หลังบ้าน
สุวดีรู้สึกโชคดีที่การเลี้ยงลูกหมีไม่ได้ยุ่งยากสำหรับเธอเพราะลูกหมีไม่ดื้อไม่ซนเลย จนบางครั้งกลับเป็นเธอเสียเองที่รู้สึกผิดต่อลูกสาวที่ต้องปล่อยให้เล่นเพียงคนเดียวในช่วงที่เธอกำลังยุ่ง แต่ถึงอย่างนั้นของเล่นจำนวนมากที่เธอซื้อให้มันก็เพียงพอที่จะให้ลูกหมีเล่นได้โดยไม่มีเบื่อ
"วันนี้กินอะไรดีคะเจ๊ฮวย? "
ทันทีที่เปิดร้านได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น ลูกค้าคนแรกตอนเก้าโมงเช้าก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกชายวัยสิบขวบที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านเหมาะสมกับฐานะลูกชายร้านทอง
เจ๊ฮวยเป็นภรรยาของเฮียศักดิ์ที่เปิดร้านทองอยู่ในชุมชนแห่งนี้ เธอเป็นลูกค้าประจำก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้มานานหลายปีแล้ว เวลาที่คิดอะไรไม่ออกว่าจะทานอะไรดี ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นี่จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ของเธอเสมอและครั้งนี้ก็เช่นกัน
"เอาเหมือนเดิม"
"แล้วลูกชายเจ๊ล่ะ? "
"อาตี๋เอาอะไร? " เจ๊ฮวยหันไปถามลูกชายวัยสิบขวบที่ครุ่นคิดแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นก่อนจะบอกเมนูอาหารที่ต้องการ
"ผมเอาเส้นใหญ่เย็นตาโฟฮะน้าสุ"
"รอแป๊บนึงนะคะ"
สุวดีมีความกระตือรือร้นในการทำงาน เธอทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วเพราะขายก๋วยเตี๋ยวมานานหลายปีแล้ว
หลังจากที่เธอทำก๋วยเตี๋ยวเสร็จสองชาม พนักงานชาวเมียนมาร์ก็จะมารับก๋วยเตี๋ยวไปเสิร์ฟให้ลูกค้าและกิจวัตรก็จะวนเวียนอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ช่วงไหนว่างเธอก็จะแวบเข้าไปดูลูกสาวเป็นครั้งคราว แต่ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ เธอจะไม่ว่างเลยเพราะลูกค้าเข้าร้านตลอดจนแทบไม่มีโต๊ะนั่ง
ซื้อโต๊ะมาเพิ่มทีไรลูกค้าก็เต็มตลอด จนตอนนี้ภายในร้านไม่สามารถตั้งโต๊ะเพิ่มได้แล้ว สุวดีคิดว่าคงต้องปรึกษาสามีเรื่องขยายร้านเสียหน่อย เธออยากจะทำหลังคายื่นออกไปบริเวณหน้าบ้านอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็เพิ่มโต๊ะได้อีกราวๆ หกโต๊ะ
"แม่ค้า เอาเส้นใหญ่เนื้อพิเศษ"
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองกว่าๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีลูกค้าเข้าร้านเรื่อยๆ สุวดีเหลือบตามองภายในตู้กระจกที่บรรจุเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่กลับพบว่าเส้นใหญ่ที่ลูกค้าสั่งนั้นหมดเสียแล้ว
"ขอโทษนะคะพี่ พอดีว่าเส้นหมดแล้วค่ะ"
"ไม่เป็นไรๆ ถ้าอย่างนั้นเอาเส้นที่มีมาเลย"
ลูกค้ารายนี้ไม่เรื่องมาก ท้ายที่สุดสุวดีจึงทำเส้นเล็กให้กับเขาและไม่ลืมใส่เส้นเยอะให้เป็นพิเศษด้วยเพราะถือว่าเป็นการขอโทษลูกค้าที่เธอไม่สามารถทำตามความต้องการของเขา
"ให้เยอะขนาดนี้ลูกค้าจะไม่ติดได้ยังไงกันล่ะเนี่ย"
คำแซวของลูกค้าทำให้สุวดียิ้มไม่หุบ เธอก็เป็นคนอย่างนี้แหละ ค้าขายเอากำไรก็จริงแต่เธอก็เอาลูกค้าเช่นกันเพราะอย่างนั้นเธอจึงมักจะเพิ่มนี่เพิ่มนั่นให้กับลูกค้าบ่อยๆ
วันนี้สุวดีใช้เวลาขายก๋วยเตี๋ยวถึงแค่บ่ายสามโมงเท่านั้นเพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่หมดเสียแล้ว ลูกค้าหลายคนที่มาไม่ทันกินก๋วยเตี๋ยวต่างก็โอดครวญถึงความเสียดายแต่ก็ยอมกลับไปแต่โดยดี ทว่าในตอนที่เธอกำลังจะปิดประตูรั้วบ้านนั้นจู่ๆ ก็พบชายวัยรุ่นร่างผอมคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างร้าน
ด้วยความสงสัยและตกใจกลัวว่าเด็กคนนั้นจะเป็นอะไรจึงไม่ลังเลที่จะเข้าไปหาก่อนจะพบว่าเขาหมดสติมิหนำซ้ำตามร่างกายยังมีร่องรอยฟกช้ำไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าก็มีร่องรอยพวกนั้นเช่นกัน
"ตายจริง! เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้เนี่ย! "
======================
ทุกคนนนนนน ชีวิตพระเอกของจี๊ดรันทนมากค่ะ
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้พระเอกของจี๊ดด้วยนะคะ