ท่ามกลางความมืดมิดในถ้ำศิลาที่ลึกเข้าไปในป่าต้องห้าม มีเพียงแสงสลัวจากผนังถ้ำและแสงสีทองอ่อนๆ ที่ออกมาจากฝ่ามือของเอเดรียน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบโขดหิน และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
อันนานั่งนิ่งบนโขดหินเรียบ ขาเรียวสวยของเธอมีรอยแผลเหวอะหวะจากคมเขี้ยวหมาป่าเงา เอเดรียนคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ มือหนาที่เคยจับแต่ดาบสังหารศัตรู บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขาลูบไล้พลังแสงเพื่อสมานแผลให้เธอ
"อึก..." อันนาครางออกมาเบาๆ ด้วยความแสบ
"อดทนหน่อย" เอเดรียนพูดเสียงต่ำ สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่บาดแผล แต่คิ้วเข้มกลับขมวดมุ่น "ทำไมถึงวิ่งเข้ามาที่นี่คนเดียว รู้ไหมว่าถ้าผมมาไม่ทัน... คุณจะกลายเป็นแค่ซากศพในป่านี้"
"แล้วมันต่างอะไรกันล่ะเพคะ?" อันนาถามสวนกลับ เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "อยู่ที่นั่นหม่อมฉันก็เหมือนตายทั้งเป็น ถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลว ถูกคนที่ควรจะปกป้อง... ผลักไสไปหาความตายอยู่ดี"
เอเดรียนชะงัก มือของเขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ "ที่พูดเมื่อกี้... หมายถึงผมใช่ไหม?"
"พระองค์ก็ทราบดี" อันนาเบือนหน้าหนี น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง "หม่อมฉันพยายามแล้ว... พยายามจะเปลี่ยนตัวเอง พยายามจะเลิกยุ่งกับพระองค์ แต่ทำไมทุกอย่างถึงยังกลับมาทำร้ายหม่อมฉันเหมือนเดิม"
ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่อีกครั้ง เอเดรียนมองดูผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่ใช่เลดี้ที่หยิ่งยโสคนเดิมที่เขารำคาญ แต่เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูแตกสลายและโดดเดี่ยวเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ ความรู้สึกผิดเกาะกินหัวใจของเขาอย่างรุนแรง
"ผมขอโทษ..." คำพูดสั้นๆ หลุดออกมาจากปากของเจ้าชายรัชทายาทผู้ไม่เคยขอโทษใคร
อันนาหันกลับมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
"ผมอาจจะมองคุณด้วยอคติมากเกินไป จนมองข้ามความจริง" เอเดรียนเลื่อนมือจากข้อเท้าขึ้นมากุมมือของเธอไว้แน่น "เรื่องเข็มกลัด... ผมจะสืบหาความจริงเอง ถ้าลิเลียโกหก ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ยุติธรรมที่สุด"
"เจ้าชาย..."
"แต่ตอนนี้... หยุดพูดเรื่องคนอื่นก่อนเถอะ" เอเดรียนโน้มตัวเข้าหาเธอจนใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโหยหาที่ยากจะปิดบัง "อลิซาเบธ... คุณทำอะไรกับผมกันแน่? ทำไมตอนนี้ในหัวของผมถึงมีแต่ภาพของคุณที่กำลังร้องไห้ และผมก็ทนไม่ได้ที่เห็นมัน"
เขาลูบแก้มของเธอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน มันไม่ใช่จุมพิตที่เร่าร้อน แต่มันคือการ "ปลอบโยน" ที่ทำให้อันนารู้สึกว่าหัวใจที่เคยเยือกเย็นของร่างนี้เริ่มอบอุ่นขึ้นมา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้ง พลังเวทมนตร์ในถ้ำก็เกิดการแปรปรวน! ผนังถ้ำสั่นสะเทือนพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องมาจากความมืด
"โอ้... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ เจ้าชายเอเดรียน กับยัยตัวร้ายที่กำลังจะสิ้นชื่อ"
ชายชุดดำสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นที่ปากถ้ำ ในมือของเขาถือคทาเวทมนตร์ที่แผ่รังสีสีม่วงดำที่น่าสะอิดสะเอียนออกมา "เสียดายนะที่คุณต้องมาตายที่นี่พร้อมกัน... แผนการของ 'ท่านผู้นั้น' จะได้จบลงเสียที!"
เอเดรียนรีบดึงอันนามาไว้ข้างหลัง พร้อมกับชักดาบแสงออกมา "ศัตรูตัวจริงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ!"