อันนาในร่างอลิซาเบธเดินตามพ่อบ้านไปยังห้องทำงานของท่านดาร์กมอนตากู หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เธอพยายามระลึกชาติว่าอลิซาเบธคนเดิมไปอาละวาดอะไรไว้บ้าง แต่ทว่า... เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก คนที่นั่งอยู่ในห้องไม่ได้มีแค่พ่อของเธอ
แต่กลับมีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีดำขลิบทองนั่งอยู่ด้วย!
เส้นผมสีดำสนิทของเขาถูกจัดทรงอย่างเป็นระเบียบรับกับใบหน้าคมสัน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นดูเย็นชาเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขานั่งหลังตรงอย่างสง่างาม ทันทีที่อันนาก้าวเข้าไปในห้อง สายตาคมปราบคู่นั้นก็ตวัดมามองเธอด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"เอเดรียน..." อันนาเผลอพึมพำชื่อเขาออกมา
"เจ้าชายเอเดรียน... นั่นคือสิ่งที่คุณควรเรียกผม อลิซาเบธ" น้ำเสียงของเขาทั้งต่ำและเย็นเยียบ "ผมไม่มีเวลาว่างมากพอจะมาฟังคำประชดประชันเรื่องการถอนหมั้นของคุณหรอกนะ"
ท่านดาร์กมอนตากูที่นั่งอยู่ข้างๆ ถอนหายใจ "อลิซาเบธ ลูกบอกพ่อเองว่าถ้าเจ้าชายไม่ยอมไปงานเต้นรำกับลูก ลูกจะขอถอนหมั้น พ่อเลยเชิญเจ้าชายมาเพื่อตกลงให้จบเรื่อง"
อันนาสตั้นไปสามวินาที 'ยัยอลิซาเบธคนเดิมนี่มันร้ายกาจจริงๆ ใช้การถอนหมั้นมาขู่บังคับผู้ชายเนี่ยนะ!'
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะทำในสิ่งที่ทุกคนในห้องไม่คาดคิด อันนาย่อตัวลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยและงดงามที่สุดเท่าที่กุลสตรีคนหนึ่งจะทำได้ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่ดูห่างเหินแต่สุภาพไปให้พระเอก
"หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยเพคะเจ้าชาย ที่ทำให้พระองค์ต้องเสียเวลาอันมีค่ามาที่นี่" อันนาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "สิ่งที่หม่อมฉันพูดไปเมื่อวาน... เป็นความเขลาของหม่อมฉันเอง"
เอเดรียนขมวดคิ้วเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... เรื่องถอนหมั้น หม่อมฉันจะยังไม่ทำตอนนี้เพคะ" อันนาเว้นจังหวะ "แต่เรื่องงานเต้นรำ พระองค์ไม่จำเป็นต้องไปกับหม่อมฉันก็ได้ หม่อมฉันยินดีจะไปเพียงลำพังเพื่อไม่ให้พระองค์ต้องลำบากใจ"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ เอเดรียนหรี่ตาลงอย่างจับผิด ปกติอลิซาเบธจะต้องกรีดร้อง ร้องไห้ หรือขว้างปาข้าวของเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้... กลับดูนิ่งสงบและอ่านไม่ออก
"คุณกำลังวางแผนอะไรอยู่ อลิซาเบธ?" เอเดรียนลุกขึ้นยืน ก้าวยาวๆ มาหยุดตรงหน้าเธอ กลิ่นอายความกดดันและกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เย็นๆ จากตัวเขาทำให้เธอมึนหัวเล็กน้อย
"ไม่ได้วางแผนอะไรเลยเพคะ" อันนายิ้มหวาน (แบบที่คิดว่าสวยที่สุด) "หม่อมฉันแค่... คิดได้แล้วว่า การบังคับคนที่เขาไม่รักเรา มันเสียเวลาเปล่าน่ะเพคะ"