ท้องฟ้าเหนือวังหลวงกลายเป็นสีม่วงดำราวกับถูกย้อมด้วยหมึก ปีศาจเงาที่เกิดจากร่างกายของคาเมรอนขยายใหญ่จนบดบังแสงจันทร์ แรงกดดันมหาศาลทำให้ทหารและประชาชนรอบข้างล้มฟุบลงกับพื้นด้วยความอึดอัด มีเพียงเอเดรียนและอันนาที่ยังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุคลั่ง
"อลิซาเบธ! พลังของมันมากเกินไป พลังแสงของผมเพียงอย่างเดียวชำระล้างมันไม่ได้!" เอเดรียนตะโกนแข่งกับเสียงลม พลางกระชับร่างของหญิงสาวไว้ข้างกาย
"เจ้าชาย ฟังหม่อมฉันเพคะ!" อันนาเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอมุ่งมั่น "น้ำสามารถสะท้อนและขยายพลังได้ ถ้าพระองค์ส่งพลังแสงทั้งหมดมาที่ร่างของหม่อมฉัน หม่อมฉันจะใช้เวทมนตร์น้ำสร้างเป็นกระจกผลึก เพื่อกระจายแสงนั้นไปทั่วทุกทิศทาง... เราจะล้างความมืดนี้ให้หมดสิ้นไป!"
เอเดรียนมองดูใบหน้าของหญิงที่เขารัก ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอคือภาระ แต่ตอนนี้เธอคือ 'หัวใจ' และ 'คู่ชีวิต' ที่เขาขาดไม่ได้ "ผมเชื่อใจคุณ... อลิซาเบธ"
เอเดรียนวางมือลงบนแผ่นหลังของอันนา ทันใดนั้น พลังเวทมนตร์แสงอันบริสุทธิ์ก็ไหลบ่าเข้าสู่ร่างของเธอราวกับเขื่อนแตก อันนารู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิด แต่เธอขบฟันสู้ รวบรวมน้ำจากอากาศและหยดน้ำค้างทั่วบริเวณขึ้นมาควบแน่นจนกลายเป็นโดมผลึกน้ำขนาดมหึมาล้อมรอบทั้งคู่ไว้
"ไปเลยเพคะ!"
วาบ!
แสงสีทองถูกขยายผ่านโดมน้ำพุ่งทะลวงเมฆหมอกสีดำดุจดาบนับหมื่นเล่มที่ปักลงมาจากสรวงสวรรค์ เสียงกรีดร้องของปีศาจคาเมรอนดังก้องไปทั่วอาณาจักรก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็นขี้เถ้าไปในพริบตา ความมืดถูกชำระล้างจนหมดสิ้น แสงแดดรำไรเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าเพื่อต้อนรับวันใหม่
จุดจบของดอกไม้ที่เน่าเฟะ
ท่ามกลางซากปรักหักพัง ลิเลียที่พยายามจะคลานหนีถูกทหารล้อมไว้หมดแล้ว เธออยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ ผมสีทองยุ่งเหยิง ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความกลัว
"ไม่นะ... ไม่! ข้าไม่ได้ทำ คาเมรอนบังคับข้า!" ลิเลียยังคงคร่ำครวญและพยายามปั้นหน้าเศร้าเพื่อขอความเมตตา "เจ้าชายเพคะ หม่อมฉันถูกหลอก..."
เอเดรียนเดินเข้าไปหาเธอ สายตาของเขาเย็นชาเหมือนวันแรกที่อันนาได้เจอเขา "พอทีลิเลีย... คำพูดของคุณมันไม่มีราคาอีกต่อไปแล้ว ความผิดฐานร่วมมือกับกบฏและมนตร์ดำ โทษคือการเนรเทศไปที่เหมืองร้างท้ายเกาะตลอดชีวิต... ที่นั่นไม่มีแสงสี ไม่มีตำแหน่งราชินี มีแต่ความมืดมนที่คุณสร้างขึ้นมาเอง"
"ไม่! อย่าทำกับฉันแบบนี้! อลิซาเบธ ช่วยฉันด้วย!" ลิเลียร้องตะโกนหาอันนา
อันนามองดูลิเลียด้วยสายตาที่เรียบเฉย "ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าเล่นกับไฟ... ในเมื่อคุณเลือกทางนี้เอง ก็จงยอมรับผลของมัน"
ทหารลากตัวลิเลียออกไปท่ามกลางเสียงสาปแช่งของประชาชนที่รู้ความจริงแล้ว อันนาถอนหายใจยาว ความรู้สึกหนักอึ้งในอกหายไปทันที เธอกำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆ เสียที
รางวัลแด่นางร้ายผู้กล้าหาญ
เอเดรียนเดินกลับมาหาอันนา เขาไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น เขารวบตัวเธอเข้ามากอดอย่างหวงแหน "จบแล้วนะ อลิซาเบธ... ไม่สิ อันนา"
อันนาชะงักไปครู่หนึ่ง "พระองค์... เรียกหม่อมฉันว่าอะไรนะเพคะ?"
เอเดรียนยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาดูเจ้าเล่ห์และรุ่มร้อน "ผมไม่โง่หรอกนะ... ผมรู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ไม่ใช่คนเดิม แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือมาจากไหน... คุณคือ 'อันนา' ที่ขโมยหัวใจผมไป และผมจะไม่ยอมให้คุณหนีไปไหนเด็ดขาด"
เขาเชยคางเธอขึ้น ก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาอย่างรุ่มร้อนและโหยหา ครั้งนี้มันไม่ใช่การปลอบโยน แต่มันคือการ "ตีตราจอง" ว่าเธอคือของผู้ชายที่ชื่อเอเดรียนคนนี้ตลอดไป
อันนาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา "เจ้าชาย... นี่มันกลางลานประหารนะเพคะ!"
"ใครสนล่ะ?" เอเดรียนกระซิบข้างหูพลางอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว "เรามี 'ภารกิจสำคัญ' กว่านั้นที่ต้องทำในห้องนอน... การถอนหมั้นที่คุยกันไว้ ผมเปลี่ยนใจแล้วล่ะ เราจะเปลี่ยนมันเป็น 'งานวิวาห์' ที่เร็วที่สุดแทน!"