คณะบริหาร…
“ไปเร็วโซดา ช่วงนี้คนเริ่มกลับกันแล้ว น่าจะไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่”
เสียงหวาน ๆ ของเจนนิสจากแก๊งสาวชีสเค้กดังขึ้น ขณะเธอหันไปเร่งเพื่อนร่วมคณะอย่างโซดาให้รีบพาไปยังคณะวิศวะกรรม
ทั้งหมดก็เพราะความอยากมีแฟนของเธอเอง
ก่อนหน้านี้เจนนิสถึงขั้นไปยื่นเรเฟอเรนซ์ให้พระแม่ลักษมีมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะคิวแน่นหรือยังไม่ถึงวาสนา พระแม่ก็ยังไม่ยอมลัดคิวให้สักที ชีวิตรักยังคงเงียบสนิท
สุดท้ายเธอเลยไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต จนไปเจอคำแนะนำแปลก ๆ เข้า
ว่ากันว่า…ถ้าอยากมีแฟนเป็นเด็กวิศวะ
ให้ไปลูบป้ายคณะวิศวกรรม
และนั่นแหละ คือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เจนนิสกำลังลาก หรือพูดให้ถูกคือบังคับ โซดาให้ไปเป็นเพื่อนร่วมภารกิจครั้งนี้ โดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธแม้แต่นิดเดียว
เจนนิส หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันติดปากว่า ยัยเจน
หนึ่งในแก๊งเพื่อนสาวชีสเค้กของวีนัส ครีมมี่ และเมลบี
เธอเรียนอยู่คณะบริหาร ทั้งที่ในใจจริงแล้วไม่เคยคิดอยากมาเหยียบคณะนี้ตั้งแต่แรก ความฝันของเจนนิสคือคณะนิเทศศาสตร์ อยากอยู่กับกล้อง ไฟ และงานครีเอทีฟแบบเต็มตัว แต่สุดท้ายโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อสอบไม่ติดนิเทศอย่างที่หวังไว้ ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่ยังไม่ยอมแพ้ มาเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาที่คณะบริหารแทน
ถึงจะบ่น ถึงจะประชดโชคชะตาอยู่บ่อย ๆ แต่ยัยเจนก็เป็นคนอารมณ์ดี สดใส และเป็นสีสันประจำแก๊ง เพื่อน ๆ มักได้ยินเธอพูดถึงคำว่า “ถ้าวันนั้นติดนิเทศนะ…” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเป็นประโยคประจำตัว
“โอ๊ยย อีเจน มึงจะอยากลูบป้ายอะไรนักหนาวะ มันไม่ได้ผลหรอก”
โซดาบ่นไม่หยุด เดินตามหลังเพื่อนพร้อมกลอกตาแรง ๆ “หรือจริง ๆ เบ้าหน้ามึงไม่ดีเอง พระแม่ลักษมีเขาเลยไม่ยอมลัดคิวให้มึงอ่ะ”
เจนนิสชะงักเท้า หันขวับกลับมามองทันที สีหน้าสวย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเดือดในเสี้ยววินาที
“อ่ะ…อีนี่!” เธอชี้หน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง “เดี๋ยวกูทุบปากแตกนะ”
ก่อนจะเชิดหน้าอย่างมั่นใจ พลางปัดผมยาวของตัวเองเบา ๆ
“หน้ากู หุ่นกู เริ่ดขนาดนี้ เอาเหี้ยอะไรมาไม่ดีวะ”
“มึงอ่ะ อย่าพูดมาก เดินตามมาเร็ว ๆ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
เจนนิสหันกลับมาดุเสียงแข็ง มือคว้าแขนโซดาแล้วเร่งฝีเท้าอย่างไม่เปิดโอกาสให้เถียง
โซดาได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะยอมเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ สองร่างสาวสาวก้าวออกจากเขตคณะบริหาร มุ่งหน้าไปยังคณะวิศวกรรมทันที ในยามที่ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน แสงแดดยามเย็นทอดยาวบนทางเดินคอนกรีต
และเมื่อเจนนิสก้าวเท้าเข้ามาถึงเขตคณะวิศวกรรม สิ่งแรกที่สะดุดตาเธอทันที คือป้ายชื่อคณะขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า ตัวอักษรโลหะสีเข้มสะท้อนแสงแดดยามเย็นเป็นประกาย ดูแข็งแรง สมกับเป็นสัญลักษณ์ของคณะที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและความดิบ
เจนนิสหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่ ดวงตาไล่มองตัวอักษรบนป้ายราวกับกำลังประเมินชะตาชีวิตตัวเอง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล มือเรียวยกขึ้นลูบแขนตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ
นี่แหละ…เป้าหมายของภารกิจวันนี้ ป้ายคณะวิศวะ ที่ว่ากันว่าแค่ได้ลูบ ดวงความรักก็จะเปิด
โซดาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองเพื่อนด้วยสีหน้าปลง ๆ ปนขำ
“มึงแน่ใจนะอีเจน ว่าจะไม่โดนใครถ่ายคลิปไปลงกลุ่มมหาลัยก่อนจะได้แฟน”
“มึงอย่าพูดสิ”
เจนนิสกระซิบเสียงต่ำ พร้อมยัดกระเป๋าใส่มือโซดาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวพิธีศักดิ์สิทธิ์จะสะดุดเพราะคำพูดไม่เป็นมงคล
เธอก้าวไปยืนตรงหน้าป้ายคณะวิศวกรรม หยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันซ้าย มองขวา ตรวจดูรอบตัวอย่างแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้พอจะเห็นภาพน่าอายนี้
บรรยากาศเงียบกริบ
มีเพียงเสียงลมยามเย็นพัดผ่านต้นไม้เบา ๆ
และทันใดนั้น
มือเรียวของเจนนิสก็ยกขึ้น แนบลงบนพื้นผิวเย็นของป้ายคณะวิศวะ ก่อนจะลูบลากยาวไปตามตัวอักษรโลหะทีละตัว ตั้งแต่ตัวแรก…ไปจนถึงตัวสุดท้าย อย่างตั้งใจ ราวกับกำลังอธิษฐานทุกความหวังที่มีให้ซึมซับเข้าไปในป้ายนั้น
และเมื่อเจนนิสลูบป้ายเสร็จ เธอก็ผละมือออกอย่างพอใจ รอยยิ้มสบายใจปรากฏบนใบหน้าสวย ราวกับเพิ่งปลดล็อกชะตาชีวิตบางอย่างได้สำเร็จ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าโซดา
“เสร็จละ” เธอประกาศเสียงเบาแต่มั่นใจ “กูได้ผัวเรียนวิศวะก่อนจะขึ้นปีสามแน่นอน”
โซดาเลิกคิ้วสูง มองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดความกวน
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
“เออดิ มั่นใจมากก” เจนนิสเน้นเสียงลากยาว พร้อมยกนิ้วชี้ขึ้นเหมือนตั้งกฎศักดิ์สิทธิ์
“คอยดูนะ” เจนนิสพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาเป็นประกายอย่างคนมั่นใจสุดขีด
“หลังจากนี้ ถ้ามีหนุ่มวิศวะมาทักเป็นคนแรก…” เธอชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่ลังเล
“นั่นแหละ…เนื้อคู่กู”
ทว่า…
ระหว่างที่เจนนิสกับโซดากำลังเดินคุยกันอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น ราวกับจงใจเรียกชื่อใครบางคนให้หยุดฝีเท้า
“โซดา!”
เพียงแค่ได้ยิน โซดาก็ชะงักทันที ก่อนจะหันกลับไปมองโดยอัตโนมัติ
เจนนิสเองก็หยุดเดิน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล
“อ้าว เฮีย”
โซดาหันกลับไปก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกชื่อเธอคือฟีนิกซ์ พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง
เจนนิสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้ามองตามไปโดยไม่ได้คิดอะไรในตอนแรก
แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับใบหน้าของผู้ชายตรงหน้า หัวใจก็เหมือนกระตุกแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
สูง โปร่ง ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มในแบบที่เธอแพ้ทาง
ยิ่งยืนอยู่ในเขตคณะวิศวะ ยิ่งดูเข้ากันอย่างน่าประหลาด
…คนนี้แหละ
เจนนิสรู้สึกได้ทันที เหมือนมีเสียงบางอย่างดังขึ้นในหัว
เนื้อคู่
“มาทำอะไรคณะเฮีย” พี่นิกซ์ถามขึ้นตามปกติ
“พาเพื่อนมา…”
โซดาพูดค้างไว้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเจนนิสที่ตอนนี้ยืนนิ่ง จ้องหน้าฟีนิกซ์ไม่กะพริบ
“…พาเพื่อนมาหาไรกิน”
ฟีนิกซ์เหลือบตามองเจนนิสครั้งแรกอย่างเต็ม ๆ
ส่วนเจนนิสก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เธอกำลังทำตามกฎที่ตัวเองเพิ่งประกาศไว้ก่อนหน้านี้อย่างสมบูรณ์แบบแค่ไหน
หนุ่มวิศวะคนแรกที่ “มอง”
และคนแรกที่ “ทัก”
ดูเหมือนว่า…
พิธีลูบป้ายของยัยเจน จะไม่ได้เสียเที่ยวเสียแล้ว
“อืม งั้นเฮียไปก่อนนะ มีเรียนอีกคลาส กลับห้องดี ๆ ล่ะ”
ฟีนิกซ์พูดกับโซดาพร้อมยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ทว่า…ก่อนจะพ้นระยะสายตา เขากลับหันมามองเจนนิสอีกครั้ง สายตานั้นไม่ได้จ้องนาน แต่ก็มากพอจะทำให้หัวใจของใครบางคนเต้นแรงผิดจังหวะ
และทันทีที่ร่างสูงของเขาเดินหายไป
เจนนิสก็รีบคว้าแขนโซดาไว้แน่นแทบจะในเสี้ยววินาที
“อีดา…นั่นพี่มึงหรอวะ!”
“เออ” โซดาตอบเสียงเรียบ “เฮียฟีนิกซ์ วิศวะไฟฟ้า”
“เชี่ยยย…” เจนนิสลากเสียงยาว ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
“โคตรหล่ออ่ะ มึงงง เนี่ยแหละ เนื้อคู่กู!”
“ดะ…เดี๋ยว!” โซดาเบิกตากว้าง หันมามองหน้าเพื่อนอย่างไม่อยากเชื่อ
“มึงเอาจริงดิ?”
“เออ!” เจนนิสตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“คนนี้แหละ พ่อของลูก”