มหาลัยแอล
เพราะความเร่งรีบทำให้เธอมาถึงที่นี่โดยสวัสดิภาพ ตรงหน้าคือสนามฟุตของมหาลัยขนาดใหญ่ เหมือนที่นี่จะจัดงานอะไรสักอย่างเพราะมีนักศึกษาหลายคนเดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่น อีกทั้งยังได้ยินเสียงเพลงเชียร์ดังอยู่ไม่ไกล
คงไม่ใช่งานภายในหรอกมั้ง
เธอคิดกับตัวเองในใจ ก่อนจะกำกระเป๋าสบายแน่น เพราะรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับพี่ติณณ์ แค่เห็นหน้าให้ชื่นใจแล้วจะรีบกลับทันที ว่าแล้วก็เตรียมจะสาวเท้าเข้าไป แต่หางตาดันเห็นรถไอศกรีมกะทิ จอดอยู่บริเวณสวนไม่ไกลจากทางเข้าสนาม
“เอาไงดี…กินก่อนแล้วกันพี่ติณณ์คงไม่หนีไปไหนหรอก”
ปากท้องต้องมาก่อน
เมื่อตัดสินใจได้ก็ลอบพยักหน้ากับความคิดของตัวเอง ก่อนจะวิ่งไปยังรถขายไอศกรีมทันที เพราะวันนี้พึ่งตื่นยังไม่มีของหวานรองท้อง อารมณ์จะแปรปรวนเอาได้
“เอาแบบขนมปังยี่สิบบาทค่ะ”
เด็กสาวเอ่ยสั่งด้วยความเคยชิน พลางควักเงินในกระเป๋าออกมาจ่าย ไอศกรีมกะทิหอม ๆ ผสานกับแป้งขนมปังนิ่ม ๆ โปะด้วยถั่วเหลืองเม็ดเล็กราดนมข้นจืดนัว ๆ
กรี๊ด!!!
คาร่าอ้าปากงับอย่างมีความสุข ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พลางเคี้ยวไอศกรีมตุ้ย ๆ จนแก้มย้อย ท่าทางอยู่ไม่สนุกเพราะว่ามันอร่อยมาก อร่อยจนแสงออกปากก่อนทุกอย่างจะชะงัก เมื่อมีใครบางคนกำลังเดินมาทางนี้ เรือนร่างสูงอยู่ในชุดนักศึกษาไม่ถูกระเบียบ เส้นผมสีดำแลดูยุ่งเหยิงหน้าตาหงุดหงิด แต่ทุกอย่างที่รวมเป็นเขากลับเท่กระชากใจ
พี่ติณณ์
การที่เธอเจอคนที่อยากมาเจอ ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับท่าทางอ้าปากงับไอศกรีมแบบเต็มคำ มันช่างน่าอับอายเหลือเกิน คาร่าตัดสินใจละมือที่ถือไอศกรีมลง ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ติณณ์ที่กำลังจะเดินสวนกัน โดยที่ในมือของเขามีกล่องขนมน่าตาน่ากินอยู่
“น้ำลายไหลแล้ว อยากกินอย่างนั้นเหรอ?”
คงเพราะเธอจ้องมองมากจนเกินไป เขาเลยสังเกตเห็นและก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถามพลางยกขนมในมือขึ้น ด้วยความเก้อเขินเธอจึงพยักหน้ารัว
“ค่ะ….”
“เอาไปสิฉันให้”
“ใจดีจัง ขอบคุณนะคะ”
ชั่วขณะนั้นราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง ใบหน้าอวบอิ่มน่าหยิกฉีกยิ้มกว้างราวกับโลกนี้ช่างสดใสเสียเต็มประดา เธอไม่เคยคุยกับคนหล่อขนาดนี้ อีกทั้งเขายังใจดีมากอีกด้วย หรือนี้จะเป็นพระเอกในนิยายกันนะ ด้วยความไร้เดียงสาเธอจึงมองหน้าเขา และตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองจนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนจะแยกจากไป
” เธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่บอกฉันใจดี งั้นจะสารภาพก็แล้วกัน ขนมอันนี้มีคนให้มาเห็นลูกเป็ดอ้วนมายืนน้ำลายไหลต่อหน้า จะไม่ให้ก็คงผิดต่อไขมันในร่างกายเธอแล้วล่ะ เอาไปเถอะ “
เขาแค่นเสียงหัวเราะพลางกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงอาการตกตะลึงระคนคับแค้นใจอันใหญ่หลวงในชีวิตเธอ ก่อนจะตะโกนไล่หลังเขาด้วยเสียงดังกังวานอัดแน่นไปด้วยความโกรธเคือง
“ระวังจะตกหลุมรักลูกเป็ดอ้วนคนนี้ก็แล้วกัน!”
.
.
.
ปัจจุบัน
.
“ยินดีด้วยนะเพื่อนมีความสุขมาก ๆ ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเจ้าสาวสวยฉิบหายแม่มึงตาถึงมาก คราวหน้าต้องวานให้คุณนายภาดาช่วยหาเมียให้แล้ว” ชายหนุ่มร่างสูงผมสั้นสีน้ำตาลเข้มหน้าตาดูเจ้าเล่ห์ เอ่ยแสดงความยินดีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะปรายตามองเธอเล็กน้อย และก้มกระซิบข้างหูของเจ้าบ่าวอย่างสนิทสนม
“งั้นก็มาแต่งแทนกู” เจ้าบ่าวเอ่ยลอดไรฟันไม่สนใจสายตาค้อนขวับของเจ้าสาวเลยสักนิด
เธออยากบอกพวกเขาเหลือเกินว่าจะกระซิบทำไม ใกล้ขนาดนี้ยังไงก็ได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นคาร่าก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มรับคำอวยพรของบรรดาเพื่อน ญาติ และครอบครัวเขา และใช่เธอไม่มีญาติมาสักคน เพราะการแต่งงานในวันนี้เธอยังไม่ได้บอกครอบครัวของตัวเองว่าลูกสาวอายุยี่สิบสองปีของพวกท่าน กำลังจะแต่งงานกับคนที่เคยขโมยหัวใจไปตั้งแต่ตอนนั้น
“รีบไปได้แล้วรำคาญ”
“อะไรกูยังคุยกับไอ้ติณณ์ไม่เสร็จ”
ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งด้านหลังคนหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่ชื่อเทมป์เอ่ยเสียงดุ ก่อนจะใช้มือดันคนที่กระซิบกระซาบกับเจ้าบ่าวของเธอออก ผู้ชายคนนี้รูปร่างสูงพอ ๆ กับพี่ติณณ์ ใบหน้าหล่อแต่ดูเย็นชามาก อีกทั้งสายคมกริบของเขายังจ้องหน้าเธอนิ่ง
“ขอให้มีความสุข” เขาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไป
“นั่นไอ้ซัน เป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้ติณณ์”
“อ๋อ ขอบคุณค่ะ”
คนที่ชื่อเทมป์ยังคงยืนข้างเจ้าบ่าวของเธอ อีกทั้งยังเอ่ยปากแนะนำด้วยว่าคนหน้านิ่งเฉยเป็นญาติกับพี่ติณณ์ เรื่องแบบนี้ เธอค้นมาจนหมดแล้ว แต่รอเขาแนะนำให้ตามมารยาท แต่จนแล้วจนรอดเจ้าบ่าวก็ยังเฉย ทำเพียงยิ้มบางเบาราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
นี่แหละฉากหน้าของเขาที่เธอเห็นผ่านรูปภาพ ไม่เหมือนกับตัวตนจริง ๆ ที่แสนร้ายกาจ คำพูดของเขาที่ว่าเธอเมื่อหลายปีก่อนยังตามหลอกหลอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าไม่ได้เอาคืนเขาคนอย่างคาร่า คงจะนอนไม่หลับ
“ปู่ขอให้ทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะเราชื่อคาร่าใช่ไหม ได้ยินภาดาเล่ามาคร่าว ๆ แล้วล่ะเรารู้ใช่ไหมว่าการที่ต้องเคียงข้างติณณ์นั้นไม่ง่าย ยังไงปู่ก็ขออวยพรให้เราทั้งคู่มีความสุขกับชีวิตคู่มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันนะ…อ๋อ เรื่องหลานปู่ไม่รีบหรอกคาร่าเรียนจบก่อนก็ได้” ท่านเตโชเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ทำให้เจ้าสาวอย่างคาร่าหลุบตาลง เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของคนข้างกายที่มองมา เธอจึงเงยหน้าและฉีกยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข ต่างกับเจ้าบ่าวที่คิ้วกระตุกไม่หยุด ก่อนจะแค่นเสียง ‘เฮอะ’ ในลำคอ
“อะไรนะเมียไอ้ติณณ์อายุน้อยกว่าเราเหรอ”
“ต้าร์!”
เสียงอุทานของใครบางคนดังขึ้น ทำให้เธอรีบเงยหน้าและหันไปมองยังที่มาของเสียง ก่อนจะเห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาคล้ายเจ้าบ่าวเธออยู่หลายส่วนต่างกันแค่เขาคนนั้นมีเรือนผมสีแดงเพลิงดูโดดเด่น และสะท้อนนิสัยออกมาอย่างชัดเจน อีกฝ่ายทำสีหน้าเอือมระอาเมื่อโดนป้าภาดาตำหนิ
“แค่สงสัยเองว่าจะเข้ากันได้เหรอ ไอ้ติณณ์มันเข้มงวดมากนะแล้วเจ้าสาวอายุเท่าไหร่ แม่ก็นะหาเมียให้มันหรือหาลูกดูสิ หน้าตาเด็กมากจะให้ผมเรียกซ้อเหรอ…รับไม่ได้วะ”