บทที่ 3 ย้ายเข้าบ้านใหม่

1143 Words
“นอนสบายไหมลูก” เสียงสดใสของคุณแม่เฮียติณณ์เอ่ยทัก หลังจากที่เราลงมาเพื่อยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ในบ้านซึ่งมีคุณปู่เตโช พ่อแม่เฮียติณณ์ ครอบครัวของอาเตมินทร์ และอาเตวินทร์ ผู้เป็นอาของเขา ไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะใจดีขนาดนี้ ไม่มีใครถามถึงญาติฝั่งเธอเลยสักคน เหมือนรู้อยู่แล้วว่าการแต่งงานในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากความพึงพอใจของเราทั้งคู่ ไม่ใช่สิ เขาต่างหาก เพราะเธอเต็มใจ “สบายดีครับแม่” เธอยังไม่ทันตอบอะไร เฮียติณณ์ที่เดินมาอีกฝั่งก็รีบชิงเอ่ยปากตอบแม่เขาก่อน ทั้งที่เมื่อคืนไม่ได้กลับมานอนที่ห้องด้วยซ้ำ ทำให้เธอได้แต่หัวเราะแห้ง ดูท่าแล้วคนข้างกายจะค่อนข้างรักแม่มาก เลยไม่อยากมีปัญหาหรืออาจจะไม่ใช่นะ ทำไมสัมผัสได้ถึงสงครามขนาดย่อมของแม่ลูกคู่นี้กัน คาร่าได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มแห้งให้แม่เขา “ก็ดีแล้ว วันนี้จะพาน้องไปนอนที่เพนต์เฮาส์ใช่ไหมติณณ์” “ครับแม่” คาร่ารีบหันขวับทันทีเพราะเขาไม่ได้บอกอะไรเลยว่าจะพาย้ายไปอยู่เพนต์เฮาส์ ส่วนร่างสูงก็หันมายิ้มให้ร่างบางราวกับสามีผู้แสนดีต่อหน้าแม่ ก่อนจะสอดแขนแกร่งมาโอบเอวเธออย่างทะนุถนอม และโน้มหน้าลงมาเล็กน้อยพลางเอ่ยเสียงทุ้ม แต่ประโยคที่เอ่ยออกมาช่างสองแง่สองง่าม จนเธอหน้าชาไปหมด “เฮียบอกเราแล้วนะเมื่อคืน…แต่คาร่าอาจจะเพลียเกินไปเลยลืม” “เอ่อ…” “ยังไงกันแน่ หรือติณณ์ไม่ได้บอกหนูเหรอ” เห็นลูกสะใภ้ทำสีหน้างงงวย ภาดาจึงขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะถามคาร่าเสียงอ่อนโยน แต่ปรายตามองลูกชายด้วยแววตาคมปราบ แน่นอนว่าสาวน้อยอย่างคาร่าต้องรีบปฏิเสธอยู่แล้ว การย้ายไปอยู่กับเขาเหมือนเข้าถ้ำเสือ จะทำให้คนดุขุ่นเคืองไม่ได้ “เปล่าค่ะคุณแม่ สงสัยคาร่าเพลียจริง ๆ หูอื้อตาลายไปหมด” แม้ภายในใจจะกรีดร้องมากแค่ไหน แต่ใบหน้าของเธอยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม และเอียงศีรษะซบผู้เป็นสามีอย่างสนิทสนมจนเขาชะงักไปเล็กน้อย ทำให้ภาดาวางใจและพยักหน้าให้ทั้งคู่รีบออกเดินทางเพราะเพนต์เฮาส์ของติณณ์ อยู่คนละฟากเมืองกับคฤหาสน์ตระกูลชวัลกร “งั้นก็รีบเดินทางเถอะลูก จะได้มีเวลาพักผ่อนกันต่อ” คุณแม่ผู้ผ่านโลกมามากก็เอ่ยปากให้ทั้งคู่กลับไปพักผ่อน ที่จริงแล้วคืออยากให้บ่าวสาวได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นต่างหาก “ค่ะคุณแม่ หนูลานะคะ” “จ้ะ ไว้คาร่าว่างก็ชวนเฮียมาทานอาหารที่บ้านนะลูก” “ได้เลยค่ะ” ติณณ์มองแม่กับภรรยาที่พูดคุยสนิทสนมกันอย่างออกหน้าออกตา แล้วได้แต่ลอบหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ ศักดิ์ศรีของเขาโดนหญิงสาวต่างวัยลูบคมจนไม่เหลือชิ้นดี อีกคนก็ช่างเถอะยังไงก็แม่ แต่อีกคนนี่สิเขาสัญญาเลยว่าเธอจะไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่ “ไว้เจอกันครับ” ติณณ์คว้าแขนของร่างบางให้เดินไปด้วยกันจนกระทั่งถึงรถหรูของตัวเอง ไม่รอช้าก็สอดกายแกร่งเข้าไปนั่งข้างใน มือหนาจัดการสตาร์ตรถเรียบร้อย และตั้งท่าจะขับออกไปทั้งที่คาร่ายังปิดประตูรถไม่เรียบร้อยดี “ชักช้า” ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้มติดหงุดหงิดพลางเหลือบมองถนน ทั้งที่คาร่าสงบปากสงบคำไม่อยากหาเรื่อง แต่เป็นเขาที่หาเรื่องก่อน เธอจึงไม่อดทนอดกลั้นอีกต่อไป “แล้วใครมันไม่มีตามองล่ะ คนยังปิดประตูไม่เรียบร้อยมีอย่างที่ไหนจะขับออกไปเลย สภาพแบบนี้สอบใบขับขี่ผ่านมาได้ยังไงคะ” ในเมื่ออยากเปิดศึกก็ได้นะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เห็นชอบรักษาหน้าตาและความสุภาพอยู่เสมอ เบื้องหลังเน่าเฟะและหยาบคายมาก นี่เหรอคนที่เธอเคยชื่นชมนึกแล้วโมโห! “ถ้าเฮียสอบไม่ผ่านคงพาเธอพลิกคว่ำตายแล้วแหละ” “ไม่เป็นไรค่ะ ได้ตายพร้อมเฮียคาร่าคงตายตาหลับ” คาร่ายกยิ้มยียวน เพราะเห็นเขากวนประสาทก่อน “เฮอะ!” ร่างสูงตวัดสายตามองคนอวดดี พลางแค่นเสียงในลำคออย่างเย้ยหยัน ทีเมื่อคืนตอนโดนเขาคร่อมทำเป็นเลิ่กลั่กเก็บสีหน้าไม่อยู่ สงสัยว่าไอ้ท่าทางราวลูกนกมันคงแค่การแสดง ใบหน้าหล่อเหลาและแววตารังเกียจเดียดฉันท์ของเขาสะท้อนออกมาผ่านแววตาคม ทำให้คาร่าเบิกตากว้างยกแขนขึ้นกอดอกเพื่อควบคุมอารมณ์ ตอนอยู่ต่อหน้าแม่เขาก็ทำเป็นพูดดี พอพ้นหลังก็แสดงออกทั้งสีหน้าและแววตา “ปกติเคยเจอแต่ผู้หญิงตอแหล…ไม่คิดว่าเฮียจะตอแหลเก่งกว่าผู้หญิงซะอีก” ร่างบางปรายตามองเล็กน้อยและแสดงออกถึงความไม่ชอบใจ ติณณ์จึงยกยิ้ม “หึ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นเธอ…เฮียอาจจะสู้ไม่ได้” ร่างสูงเอ่ยนิ่ม ๆ แต่กลับเชือดเฉือนถึงหัวใจ ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่เบิกตากว้าง ก่อนจะสะบัดหน้าออกนอกหน้าต่างพลางก่นด่าเขาอยู่ในใจ ‘ปากหรือกรรไกร’ ทำไมถึงได้คมขนาดนี้ ยกนี้ให้เขาชนะไปเลย ขอไปนอนตั้งสติค่อยมาสู้ใหม่ เพนต์เฮาส์ในเครือ TC เธอเคยคิดว่าเขารวยและตระกูลของเขาก็มีชื่อเสียง แต่ก็ไม่คิดว่าจะรวยมากขนาดนี้ สถานที่ที่เธอเหยียบอยู่นี้คือเพนต์เฮาส์หรูที่สุดใจกลางเมือง และยิ่งไม่ต้องพูดถึงชื่อโครงการของ TC Group เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอสังหาฯ ที่ใหญ่ที่สุดในไทย จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไงเพราะที่นี่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะได้อยู่นะ ต้องมีอำนาจมีคอนเน็กชันด้วย “ยืนเอ๋ออะไร รีบเข้ามาสิ” เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเข้มเมื่อเดินเข้าไปในห้องแล้ว แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างเล็กตามมาจึงเอ่ยเรียก แต่คำพูดแสนร้ายกาจของเขานั่นแหละทำให้เธอมองค้อนและบ่นอุบอิบในลำคอ ก่อนจะเดินเข้ามาภายในห้องชุดสุดหรู ทุกอย่างถูกตกแต่งได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย “นั่นจะพาไปห้องนอนเหรอคะ?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD