โอบอุ้มภาคิน 1/6

1564 Words
สวัสดีครับผมชื่อ โอบอุ้ม อายุ 18 ปี ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด พึ่งย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุ่งเทพฯ ได้ไม่นานมากนักและได้เช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่เพราะเหมาะกับการอาศัยอยู่คนเดียวแบบผม ตอนนี้ผมก็เริ่มคุ้นชินกับที่นี้แล้ว แถมยังรู้จักเพื่อนบ้านหลังใกล้ๆ กันหลายคนแล้ว แต่มีอยู่หลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม ผมไม่กล้าเข้าไปทักทายทำความรู้จักกับเขาเพราะเวลาที่ผมจะทำอะไรผมรู้สึกเหมือนกับเขากำลังจ้องมองผมอยู่ 'เฮ้อ!!! รู้สึกแบบนี้อีกแล้ว' 'ทำไมเอาแต่มองเราตลอดเวลาด้วยนะ' 'รู้สึกอึดอัดจัง แถมรู้สึกเย็นๆ แปลกแฮะ' เวลาที่ผมรู้สึกแบบนี้ ผมก็จะมองไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามและผมก็เห็นเขามองผมอยู่จริงๆ ทุกครั้งที่ผมมองกลับไป ผมไม่รู้ว่าเขาจะมองผมเพื่ออะไร แต่เขาดูเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่ผมก็ไม่เคยเห็นใครมาหาเขาหรือที่เขามองผมเป็นเพราะเขาแอบชอบผมหรือเปล่านะ แต่ผมก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยนี่สิ 'เขาเป็นใครกันนะ ทำไมต้องมองมาแต่ทางเรา' 'สวยแต่หน้ากลัวแฮะ เข้าบ้านดีกว่า' ผมไม่รู้ว่าเขาคือใครเพราะผมจะเห็นเขาแค่ช่วงเย็นเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าเขาได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับผมหรือเปล่า แต่เขาหน้าจะเป็นรุ่นพี่ผมหรือไม่เขาก็อาจจะแต่งตัวเกินไวไปหน่อย ผู้หญิงคนนั้นมีสีผิวที่ขาว ผมสั้นประบ่า ใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต แต่เวลาที่เขาจ้องมองมาที่ผม ในแววตาของเขามันแฝงไปด้วยความเศร้าที่ผมก็อธิบายไม่ถูก แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ทำให้ผมรู้สึกกลัว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนั้น เวลาที่ผมยิ้มให้เขา เขาก็มักจะส่งยิ้มกลับมาให้ผมเหมือนกัน แต่รอยยิ้มของเขาเวลาที่ผมเห็นก็จะทำให้ผมขนลุกซู่ทุกที ผมก็ได้เก็บความสงสัยทุกอย่างที่มีต่อเขาไว้คนเดียวเพราะผมก็ไม่ค่อยอยากจะไปยุ่งวุ่นวายกับเขามากสักเท่าไหร่ 'เฮ้อ!! สามเดือนแล้วนะ ทำไมเขายังมองแบบนี้ไม่เลิกสักที' 'เราควรเข้าไปคุยกับเขาดีหรือเปล่านะ..??' เกือบสามเดือนแล้วที่ผมเห็นเขามองผมอยู่แบบนี้ ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ ทุกทีที่เขามองมาที่ผม ผมอยากจะลองเข้าไปคุยกับเขาสักครั้ง แต่ผมก็รู้สึกกล้าๆ กลัวๆ อย่างบอกไม่ถูก ผมกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วออกมานั่งทำการบ้านอยู่ที่สวนหน้าบ้าน พอผมมองไปยังบ้านฝั่งตรงกันข้าม ผมก็เห็นเขาจ้องมองมาที่ผมอีกแล้ว แถมยังเป็นฝ่ายที่ยิ้มให้ผมก่อนเสียด้วย 'ทำไมรู้สึกเย็นวูบวาบแบบนี้นะ แถมยังขนลุกอีก' 'ยิ้มหวานๆ ของเขาทำไมทำให้เรารู้สึกแบบนี้' ในช่วงเย็นของวันนี้มีลมพัดผ่านตลอดเวลาทำให้รู้สึกไม่ค่อยร้อนอบอ้าวเหมือนกับทุกวัน วันนี้ผมพึ่งสังเกตุเห็นว่าใบหน้าของเขามีสีหน้าที่ซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเธอไม่สบายหรือเปล่า แถมร่างกายก็ดูบอบบางคล้ายไม่มีแรงต้านทานแรงลม เขาคงจะเป็นคนรักษารูปร่างหน้าดู 'วันนี้เราจะต้องได้คุยกับเขาให้ได้' ผมเพียงแค่คิดในใจเท่านั้น แต่อยู่ดีๆ ลมก็ค่อยๆ พัดแรงขึ้นจนใบไม้จากต้นไม้ปลิวว่อนไปหมด กว่าลมจะสงบก็เล่นเอาใบไม้จากต้นไม้ของบ้านผมล่วงจนเกือบหมด จากที่ลมสงบแล้วผมก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ผู้หญิงชอบใช้ เป็นกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ชวนให้น่าหลงไหล ที่ผมรู้เพราะผมมีเพื่อนเป็นผู้หญิงเยอะ พวกเขามักใช้น้ำหอมกลิ่นแบบนี้กันบ่อย ผมคิดว่ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้คงจะเป็น กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่อยู่บ้านฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านของผม แต่พอผมมองไปยังบ้านของเธอ ผมก็ไม่เห็นเธอแล้ว แต่ความสงสัยของผมก็ได้หายแว็บไปในทันที เมื่อผมเหลือบไปเห็นเขายืนอยู่ข้างๆ ผม 'เขามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่' 'ทำไมเราไม่เห็นเขาเดินมาเลยล่ะ' 'เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมายืนอยู่ตรงนี้' "คุณ...เอ่อคือ....คะ...คุณ..." ผมมีเรื่องที่ผมสงสัยอยากจะถามกับเขาตั้งมากมาย แต่พอเขามาอยู่ใกล้ๆ ผมแล้ว ผมกับรู้สึกกลัวไม่กล้าถามเขาขึ้นมา ผมหันไปหาเขาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ผมเห็นคือความว่างเปล่ากับเสียงที่กึกก้องอยู่ในหัวผม 'ช่วยด้วย ช่วยพาเราออกไปจากบ้านหลังนี้ที' 'ช่วยด้วย ช่วยเราที เราอึดอัด' ผมที่ได้ยินเสียงพวกนี้ก็ทำให้รู้ทันที ว่าเธอคงไม่ใช่คนแล้ว ผมควรทำอย่างไงดี ผมควรบอกป้าเจ้าของบ้านเช่าดีหรือเปล่า ถ้าผมบอกป้าแกไป ป้าแกจะคิดว่าผมเพี้ยนหรือเปล่า "คิดอะไรอยู่เหรอโอบอุ้ม" "!!!!" "เฮ้อ!! ป้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะครับ" "ป้าเรียกเราตั้งนานแล้ว เรามัวแต่เหม่อเองตั้งหาก" "คงจะเป็นอย่างงั้นแหละครับ" ผมไม่รู้ว่าผมคิดแต่เรื่องของผู้หญิงคนนั้นมากเกินไป จนไม่ได้สังเกตุว่าป้าเจ้าของบ้านเช่ามายืนอยู่ที่หน้าบ้านของผมตั้งนานแล้ว "แล้วเรามัวแต่คิดอะไรอยู่เหรอ ป้าเห็นเหม่อจนหน้าซีดเชียว" "ผมจะบอกป้าอย่างไงดี" "ผมคิดว่าบ้านฝั่งตรงข้ามผมอาจจะมีคนตายครับ" "แต่บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่นานแล้วนะโอบอุ้ม" "แต่เขาก็หายตัวไปอย่างปริศนา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตามหาเลย พวกญาติๆ ของเขาก็ตามหากันยังไม่เจอตัวเลย" "งั้นป้ากับผมลองเข้าไปดูในบ้านกันไหมครับ" ผมรู้สึกกลัวมาก แต่ผมก็อยากให้เขาหลุดพ้นจากที่เขาอยู่สักที ผมรู้สึกสงสารเขาผมไม่อยากให้เขาทนทุกข์ทรมานกับอะไรแบบนี้ เขาควรจะได้ไปผุดไปเกิดเสียที ผมกับป้าบ้านเช่าก็ตัดสินใจที่จะลองเข้าไปดูในบ้านหลังนั้นว่ามีศพของผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ผมกับป้าบ้านเช่าก็หาอยู่สักพักก็ไม่เจอ แต่อยู่ดีๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นก็ลอยมา ผมเดินตามกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้นไป ยิ่งเดินตามไปเท่าไหร่กลิ่นน้ำหอมก็ยิ่งแรงขึ้นมากเท่านั้น "ป้าครับตรงนี้มีปูนโบกไว้แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ" "ป้าไม่เคยให้คนมาก่ออิฐโบกปูนแบบนี้นะ หนูคนนั้นคงจะโดนโบกปูนเข้าให้แล้วแหละ" ผมตามกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนั้น จนมาเจออิฐที่ถูกก่อขึ้นมาใหม่พร้อมกับโบกปูนไว้อย่างแน่หนาอยู่ภายในสวนหลังบ้านแล้วที่ไม่มีใครเห็นก็เพราะว่าสวนหลังบ้านถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นเต็มไปหมด ถ้าไม่สังเกตุดีๆ คือไม่รู้เลยว่ามีการก่ออิฐอยู่ภายในสวน ป้าเจ้าของบ้านเช่าแกได้โทรหาตำรวจแล้วเรียกกู้ภัยให้มายังที่เกิดเหตุ ญาติของผู้หญิงคนนั้นเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นถูกฆ่าโบกปูนก็รีบมายังที่เกิดเหตุทันที สภาพศพของผู้หญิงคนนั้นคือเน่าเละเทะไปหมด จนไม่รู้ว่าหน้าจริงของเขาเป็นแบบไหน เมื่อทุกอย่างเคลียร์จบหมดทุกอย่างแล้วผมก็ได้กับมายังบ้านของผม แต่กว่าจะหาศพเจอและรอให้ปากคำกับตำรวจก็กินเวลาในช่วงเย็นของผมไปมาก 'เฮ้อ!!! ทำไมง่วงแบบนี้เนี่ย' ผมเดินเข้าไปในบ้านแล้วนั่งพักอยู่ตรงโซนห้องนั่งเล่นและผลอยหลับลงไปในที่สุด "โอมอุ้มเราชอบเธอนะ เราจะกลับมาจีบเธอนะ" "รอเรานะโอมอุ้ม" "ไม่!!! เราไม่ได้ชอบผู้หญิง" "ต้องรอเรานะ....รอเรานะโอมอุ้ม" "ไม่!!!!" เฮือก!!! ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยพบว่าผมกำลังนอนอยู่ที่โซฟาพร้อมกับมีเหงื่อผุดซึมออกมาตามใบหน้าของผมเต็มไปหมด ผมกวาดสายตามองรอบๆ ห้องนั่งเล่นพร้อมกับใจที่เต้นเร็วจนจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว 'เมื่อกี้แค่ฝันไปใช่ไหม' 'คงจะไม่เป็นจริงหรอกมั้ง' 'เฮ้อ!!! แค่ฝันนะโอบอุ้มมันคงไม่เป็นจริงหรอก' ผมที่คอยบอกกับตัวเองว่าเป็นแค่ฝัน แต่ผมกับไม่เคยลืมฝันนั้นเลยสักครั้ง แถมยังเก็บไปฝันอยู่แบบนั้นทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องของเขา จนผมไม่กล้าเปิดใจให้ใครเลยสักคน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD