ภายในร้านอาหารกึ่งบาร์หรูย่านทองหล่อ แสงไฟสีส้มสลัวสลับกับเสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้แก่บรรดานักท่องราตรี แต่สำหรับหญิงสาวในชุดเดรสสีนู้ดเรียบหรูที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาหินอ่อนห่างออกไป... หัวใจของเธอกลับเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
'รินรดา' หรือในนาม 'น้ำฝน' มาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลาเกือบยี่สิบนาที เธอพยายามเตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับลูกค้ากลุ่มนี้ แต่ทันทีที่สายตากวาดไปเห็นชายหนุ่มที่นั่งหน้าตึงอยู่ตรงโซนวีไอพี ร่างทั้งร่างของเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
พี่อาทิตย์...
ไม่ได้มีแค่เขา แต่ยังมีโน๊ตและเก่ง พี่ปีสี่ในคณะที่เธอคุ้นหน้าดีนั่งหัวเราะร่าอยู่ด้วย มือบางที่กำสายกระเป๋าแน่นจนสั่นสะท้อนถึงความหวาดกลัวที่กัดกินใจ ถ้าเธอเดินเข้าไปในตอนนี้ ทุกอย่างที่เธอพยายามปกปิดไว้จะพังทลายลงทันที
เรนรีบถอยฉากออกมาที่ทางเดินหน้าห้องน้ำ ก่อนจะกดโทรศัพท์หา 'เจ่เจ้' ด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา
(สายเรียกเข้าเจ่เจ้) "ว่าไงจ๊ะนังหนู ถึงที่หมายหรือยัง ลูกค้าโทรมาจิกเจ้จนขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย" ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงระรื่น
"เจ่เจ้ค่ะ... เรน... เรนเข้าพบลูกค้าไม่ได้ค่ะ" เรนพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"พอดีเรนปวดท้องมาก ปวดเหมือนมีประจำเดือน... เรนว่าเรนฝืนไปนั่งคุยกับเขาไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะเจ้"
"ว้าย ตายแล้วลูกสาว มาเป็นอะไรตอนนี้ล่ะเนี่ย" เจ่เจ้ร้องเสียงหลง
"ลูกค้ากลุ่มนี้เกรดเอเลยนะหนู วิศวะแก๊งนี้จ่ายหนักนะลูก"
"เรนขอโทษจริงๆ ค่ะเจ้ แต่เรนไม่ไหวจริงๆ" เธอหันไปมองทางโซนวีไอพีอีกครั้งด้วยความหวาดระแวง
"เจ้ส่ง 'ส้มหวาน' มาแทนได้ไหมคะ ให้ส้มหวานรับงานนี้ไปเลย"
"เงินส่วนของเรนวันนี้ เรนยกให้ส้มหวานทั้งหมดค่ะเจ้ เรนไม่เอาสักบาทเดียว"
"เออ ๆ ... ในเมื่อแกป่วยเจ้ก็คงบังคับไม่ได้"
"ดีนะที่นังลูกส้มมันไม่มีแขกวันนี้ แต่งตัวรอสแตนด์บายไว้อยู่แถวนี้พอดี"
"รายนั้นเขาก็หน้าละม้ายคล้ายแกอยู่แล้ว ยิ่งสลับตัวกันบ่อย ๆ ลูกค้าคงไม่สงสัยหรอก" เจ่เจ้บ่นอุบอิบก่อนจะวางสายไป
เจอกันจนได้
เรนรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดหน้าอก เธอพยายามกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านผ่านประตูทางออกด้านข้าง เพื่อไม่ให้ใครในแก๊งวิศวะสังเกตเห็น ความโล่งใจปนเศร้าแล่นพล่านไปทั่วอก เธอแค่อยากจะกลับไปหาแม่ที่โรงพยาบาล ไปให้พ้นจากสถานบันเทิงที่แสนกดดันแห่งนี้
แต่เพราะความรีบร้อนและม่านน้ำตาที่บดบังทัศนวิสัย ทำให้เธอไม่ได้สังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเดินพรวดพราดออกมาจากประตูหลักในจังหวะเดียวกัน
"ปึก!"
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ..."
แรงกระแทกจากร่างกายที่แข็งแรงเหมือนกำแพงหินทำให้ร่างบางของเรนเซถลาเกือบเสียหลักล้ม มือหนาเอื้อมมาคว้าต้นแขนเธอไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อกันไม่ให้เธอร่วงลงไปกองกับพื้น กลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ พุ่งเข้าจมูกของเรนทันทีจนเธอใจหายวาบ
กลิ่นนี้มัน...
"เดินประสาอะไรของเธอ..." น้ำเสียงเข้มที่คุ้นเคยหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเขาก้มมองคนที่อยู่ในวงแขน
อาทิตย์ขมวดคิ้วแน่น แสงสว่างจากไฟถนนหน้าร้านส่องกระทบใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะตะโกนบอกเพื่อนไปว่าอยากเจอ แม้เธอจะไม่ได้สวมแว่นตาหนาเตอะเหมือนตอนอยู่ที่คณะ และใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนสวยสง่าผิดตา แต่ดวงตากลมโตที่สั่นระริกคู่นั้น... เขาไม่มีทางจำผิด
"รินรดา" อาทิตย์เรียกชื่อเธอออกมาเบา ๆ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตะลึง
เรนตัวแข็งทื่อราวกับถูกไฟฟ้าช็อต เธอรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วถอยหลังไปหลายก้าว มือบางพยายามยกขึ้นมาบดบังใบหน้าตัวเองตามสัญชาตญาณ
"ขะ...ขอโทษค่ะ คงจำคนผิด" เรนพยายามดัดเสียงให้ต่ำลงและรีบเบือนหน้าหนี
"หยุดอยู่ตรงนั้น"
อาทิตย์ก้าวตามไปคว้าข้อมือเธอไว้คราวนี้เขาไม่ปล่อยให้เธอหนีไปง่าย ๆ เหมือนครั้งก่อน สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดเดรสสีนู้ดที่ขับผิวเนียนสวย ผมที่ถูกดัดเป็นลอนรับกับรูปหน้า และกลิ่นอายความเซ็กซี่ที่พยายามซ่อนไว้
"ปวดท้องกะทันหันจนมาพบลูกค้าไม่ได้... แต่กลับมาเดินเล่นอยู่หน้าร้านเนี่ยนะ" อาทิตย์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูน่ากลัว
"หน้ากากเธอหลุดแล้ว 'น้ำฝน' ...หรือฉันควรจะเรียกเธอว่า 'ยัยแว่นรินรดา' ดีล่ะ"
"พี่อาทิตย์... ปล่อยเรนเถอะค่ะ" เรนพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาที่คลออยู่เริ่มไหลอาบแก้มเมื่อความจริงถูกเปิดเผยในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด
"ปล่อยเหรอ" อาทิตย์กระชากร่างบางให้เข้ามาใกล้จนหน้าผากแทบจะชนกัน แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความผิดหวังอย่างรุนแรงพาดผ่าน
"เธอหลอกคนทั้งคณะ หลอกแม้กระทั่งฉัน... เธอทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร"
"เงินมันสำคัญมากขนาดที่ต้องทำตัวไร้ค่าแบบนี้เลยเหรอ"
"พี่ไม่รู้อะไร... พี่ไม่มีวันเข้าใจ" เรนตะโกนสวนกลับทั้งน้ำตา เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมที่เริ่มทิ้งรอยแดง
"เออ กูไม่เข้าใจ" อาทิตย์หลุดคำหยาบออกมาด้วยความเดือดถึงขีดสุด
"กูเห็นมึงเป็นรุ่นน้องที่น่าเอ็นดู กูพยายามปกป้องมึงจากคำดูถูกของคนอื่นในคณะ"
"แต่สุดท้ายมึงก็เป็นคนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตัวเองจนจมดิน"
อาทิตย์จ้องมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้อาบไปด้วยน้ำตาด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่ง ในใจหนึ่งเขาอยากจะผลักเธอออกไปให้พ้นทาง แต่อีกใจกลับอยากจะกระชากเธอไปคาดคั้นเอาความจริงทั้งหมด
"มานี่"
อาทิตย์ไม่สนเสียงประท้วง เขาออกแรงลากเรนตรงไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล
"พี่จะทำอะไร ปล่อยเรนนะ"
"หุบปาก ถ้าไม่อยากให้ไอ้โน้ตกับไอ้เก่งมันออกมาเห็นตัวจริงของมึงตอนนี้ ก็ตามมาเงียบ ๆ"
คำขู่ของอาทิตย์ทำให้เรนชะงัก เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินตามแรงลากของเขาไปที่รถด้วยหัวใจที่แหลกสลาย... ความลับที่เธอปกปิดมาตลอดพังทลายลงแล้ว และคนที่กุมมันไว้คือผู้ชายที่เธอเกรงใจที่สุดและ...กลัวที่สุดในชีวิต
อาทิตย์กระชากประตูรถฝั่งคนนั่งออกแล้วดันร่างของเธอเข้าไปอย่างไม่เบามือนัก ก่อนจะอ้อมไปประจำที่คนขับและขับกระชากรถออกไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในรถเงียบงันจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของคนตัวโตและเสียงสะอื้นเบา ๆ ของคนข้าง ๆ
เมื่อถึงคอนโดหรู เขาฉุดกระชากเธอขึ้นไปบนห้องพักทันที ทันทีที่ประตูห้องปิดลง อาทิตย์ก็ดันร่างของเรนไปติดกำแพง ความกรึ่มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับความล้าและการนอนไม่หลับมาทั้งคืน ทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านและขาดการยับยั้งชั่งใจ
"พี่อาทิตย์... อย่าทำแบบนี้"
เรนประท้วงเสียงสั่น พยายามใช้มือน้อย ๆ ดันแผงอกกว้างไว้เมื่อใบหน้าคมซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นเหล้าจาง ๆ ทำให้เธอใจสั่นด้วยความกลัว
มือหนาเริ่มล่วงเกินตามสัญชาตญาณ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและต้นขาที่โผล่พ้นชุดเดรสสั้น เรนพยายามดิ้นรนหนี แต่นั่นกลับยิ่งจุดไฟโทสะในใจของเขา
"จะทำเป็นรังเกียจทำไม ทีคนอื่นจ่ายเงินให้ล่ะยอมระริกระรี้.."
อาทิตย์สบถออกมาอย่างร้ายกาจ สายตาจ้องมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้ไร้แว่นตาบดบังด้วยความเหยียดหยาม
"แค่พี่แตะแค่นี้... ทำเป็นขัดขืน ทั้งที่ความจริงเธอก็ชอบมันไม่ใช่เหรอ งานที่เธอทำมันก็ต้องแลกด้วยเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่"
ทันทีที่สิ้นประโยคอันร้ายกาจนั้น อาทิตย์กลับรู้สึกใจหายวาบเมื่อเห็นดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพ บัดนี้กลับฉายแววแตกสลายและว่างเปล่าจนน่าใจหาย วูบหนึ่งในแววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิดที่โจมตีเข้ามาจุกที่อก เขาอยากจะถอนคำพูดที่เพิ่งพ่นออกไปใจจะขาด แต่ทิฐิและความสับสนกลับสั่งให้เขายังคงตีหน้ายักษ์บีบคั้นเธอต่อ
"พี่มองว่าเรนต่ำนักใช่ไหม พี่มองว่าใครจะแตะจะต้องเรนยังไงก็ได้เพราะเรนขายศักดิ์ศรีแลกเงิน..."
เธอยืนนิ่งเป็นตุ๊กตา ปล่อยให้เขาสัมผัสเพียงผิวเผินผ่านชุดเนื้อดี ร่างกายที่เคยแข็งขืนกลับสั่นเทาด้วยแรงสะอื้น ความเงียบและความนิ่งงันของเธอฉุดให้อาทิตย์ชะงัก แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของรุ่นน้องตรงหน้าทำให้ความเมามายของเขาหายไปกว่าครึ่ง
อาทิตย์มองรอยแดงที่ข้อมือเธอที่เขาเผลอบีบแรงเกินไป ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาแทนที่ความโกรธ ความอ่อนล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืนเข้าจู่โจมเขากะทันหันจนเขารู้สึกปวดหนึบที่ขมับ
"เรน..."
เขาพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะทิ้งตัวพิงกำแพงข้าง ๆ เธอ แล้วค่อย ๆ เลื่อนตัวลงนั่งกับพื้นอย่างคนหมดแรง เขาไม่ได้ทำอะไรต่อเพียงแต่ดึงมือเธอให้มานั่งลงข้าง ๆ กัน
"พี่เหนื่อย... เหนื่อยฉิบหายเลยว่ะ"
อาทิตย์บ่นอุบอิบ เสียงของเขาแหบพร่าและดูเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขาขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วค่อย ๆ เอนศีรษะลงหนุนตักนุ่มของเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เรนตกใจจนตัวแข็งทื่อ แต่เมื่อเห็นใบหน้าคมที่ดูหมองคล้ำและร่องรอยของการพักผ่อนไม่เพียงพอชัด ๆ เธอก็ทำใจร้ายไม่ลง
มือหนาคว้ามือของเธอไปกุมไว้หลวม ๆ ก่อนจะหลับตาลงพริ้ม แม้กลิ่นเครื่องสำอางของ 'น้ำฝน' จะยังติดกายเธออยู่ แต่เมื่อได้ซบลงใกล้ ๆ แบบนี้ เขากลับได้กลิ่นหอมสะอาดจาง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ 'รินรดา' กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกสงบและผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด"
"ขออยู่แบบนี้... แป๊บหนึ่งนะ" สิ้นเสียงแหบพร่า ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องพักกว้างทันที
ทันใดนั้นโลกทั้งใบของเรนก็เหมือนจะเหลือเพียงพื้นที่เล็ก ๆ บนโซฟาตัวนี้ เธอไม่ได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่เสียงอึกทึกจากท้องถนนด้านล่าง สิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในโสตประสาทคือเสียงหัวใจของตัวเองที่ยังคงเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก สลับกับเสียงลมหายใจเข้าออกที่ค่อย ๆ หนักแน่นและสม่ำเสมอของคนที่หนุนตักอยู่
ความเงียบนั้นบีบคั้นจนเรนแทบไม่กล้าหายใจแรง เธอเผลอก้มลงมองกลุ่มผมสีเข้มของคนตรงหน้า ความโกรธที่เคยพลุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกความสงบอันเปราะบางเข้ากัดกิน จนเหลือเพียงความรู้สึกหน่วงลึกในอก
ไม่นานนัก เสียงลมหายใจที่ยาวและนิ่งสนิทก็บอกให้รู้ว่าเฮดว้ากจอมโหดได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วจริง ๆ บนตักของรุ่นน้องที่เขาเพิ่งจะด่าทอไป...