ตอนที่ 15 : หนีหน้าไม่อยากเจอ

1754 Words
ภายในห้องพักสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคย รินรดาทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างอย่างคนหมดแรง เธอยังไม่ได้เปลี่ยนชุดนักศึกษาด้วยซ้ำ เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆ หวังจะใช้ความเงียบสงบช่วยบรรเทาความสับสนในใจและรอยระบมที่ข้อมือ แต่ภาพเหตุการณ์หลังตึกคณะกลับวนเวียนเข้ามาเหมือนฉายซ้ำไม่รู้จบ กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ของอาทิตย์ยังอบอวลอยู่ที่ปลายจมูก และสัมผัสร้อนแรงที่ริมฝีปากยังคงคุกคามเธอแม้ในยามหลับตา ครืด... ครืด... แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว รินรดาหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่ยังสั่นเทา และชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น (ข้อความใหม่ : P'Arthit) "กูรู้ว่ามึงถึงห้องแล้ว อย่าคิดจะเบี้ยวคำสั่งกู หกโมงเย็นมาที่คอนโดกู ห้องเดิม... ถ้ามึงไม่มา กูจะไปลากมึงออกมาจากห้องมึงเอง และมึงก็น่าจะรู้ว่ากูทำจริง" รินรดากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ถ้อยคำเผด็จการนั้นกดดันจนเธอรู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังจะหมดลง เขาไม่เคยให้ทางเลือกเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นในฐานะรุ่นพี่เฮดว้าก หรือในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเดาไม่ออกเลยว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ เธอมองเพดานห้องด้วยดวงตาที่สั่นไหว ความโกรธแค้นและความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจนจุกอก "เขาคิดว่าเขาเป็นใคร... ถึงจะทำอะไรกับชีวิตเธอก็ได้งั้นเหรอ" ในจังหวะที่เธอกำลังตัดสินใจจะกดปิดเครื่องหนีไปให้พ้น ๆ การแจ้งเตือนอีกข้อความหนึ่งก็เด้งแทรกขึ้นมา (ข้อความใหม่ : ก้อย) "เรน ถึงห้องหรือยังแก กินยาแล้วนอนพักนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเช็คชื่อ ฉันจัดการให้หมดแล้ว" "พักผ่อนเยอะ ๆ นะเพื่อนรัก ใครจะใจร้ายกับแกก็ช่างเขา แต่แกต้องใจดีกับตัวเองนะ เป็นห่วงมาก ๆ" น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์ทันทีที่อ่านจบ ข้อความที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของก้อยเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นความโสมมของสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ ก้อยคิดว่าเธอเจ็บตัวเพราะอุบัติเหตุ... ก้อยคิดว่าเธอโดนรังแกเพราะเรื่องรับน้อง... โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนรักของตัวเองกำลังตกอยู่ในบ่วงของซาตานในคราบรุ่นพี่ที่ทุกคนเคารพ "ไม่..." รินรดาพึมพำออกมาเสียงแผ่วแต่เด็ดเดี่ยว เธอมองสลับระหว่างข้อความคุกคามของอาทิตย์ กับข้อความที่แสนดีของก้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจทำให้เธอเลือกที่จะหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้ ถ้าเธอไป... เขาก็จะยิ่งได้ใจ ถ้าเธอไป... เธอจะต้องกลายเป็นคนโกหกที่ทรยศความไว้ใจของก้อยมากขึ้นไปอีก รินรดาตัดสินใจวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหัวเตียง เธอเลือกที่จะไม่ตอบข้อความของอาทิตย์ และไม่ตอบรับคำสั่งของเขา เธอเดินไปล็อกกลอนประตูห้องอย่างแน่นหนา ก่อนจะเดินกลับมาซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม ผืนผ้าหนาช่วยบดบังความกลัวที่กำลังกัดกินใจ ถึงแม้จะรู้ดีว่าคนอย่างอาทิตย์ไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ และพายุที่เขาสัญญาไว้จะรุนแรงแค่ไหน แต่ในนาทีนี้ รินรดาเลือกที่จะยืนหยัดเพื่อสิทธิ์ของตัวเองเป็นครั้งแรก... เธอจะไม่ไปหาเขาตามคำสั่งเด็ดขาด (เมื่อใกล้ถึงเวลานัด) รินรดาฝืนความอ่อนล้าของร่างกาย ลุกขึ้นอาบน้ำชำระล้างกลิ่นอายความวุ่นวายออกไป เธอจงใจสวมเสื้อแขนยาวเพื่อปกปิดรอยช้ำที่ข้อมือ และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อซ่อนริมฝีปากที่บวมเจ่อ ก่อนจะรวบรวมของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องพักไปทันที โดยไม่หันกลับไปมองโทรศัพท์ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะอีกเลย เป้าหมายเดียวในตอนนี้ไม่ใช่การหนี... แต่คือการไปหาที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ ณ หน้าห้อง ICU โรงพยาบาล บรรยากาศหน้าห้องไอซียูยามเย็นเงียบสงัด มีเพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาที่บอกเวลาว่าล่วงเลยหกโมงเย็นมานานแล้ว รินรดานั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาวริมทางเดิน สายตาเหม่อมองผ่านกระจกบานเล็กเข้าไปยังเตียงของผู้เป็นแม่ที่ยังคงหลับใหลอยู่ใต้เครื่องช่วยหายใจ เธอเอ่ยขอร้องพยาบาลเวรด้วยสายตาที่สั่นเครือ พยาบาลวัยกลางคนมองหน้าเด็กสาวที่ดูซีดเซียวและบอบช้ำกว่าปกติ ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความสงสาร "ขอโทษนะคะคุณพยาบาล... หนูขอแค่นั่งเฝ้าแม่เงียบ ๆ ตรงนี้ได้ไหมคะ ไม่รบกวนการทำงานแน่นอนค่ะ" "ปกติเราไม่ให้เฝ้าหน้าห้องไอซียูนะคะคุณน้อง... แต่เห็นว่าพรุ่งนี้คุณแม่มีคิวเข้าผ่าตัดใหญ่ตอนแปดโมงเช้า พยาบาลจะอนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกันค่ะ" คำพูดของพยาบาลทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความกลัวเรื่องการผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ถาโถมเข้ามาจนเธอแทบตั้งตัวไม่ติด "ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ" รินรดายกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้ง "ไปพักผ่อนบ้างนะคะ เดี๋ยวคุณแม่ผ่าตัดออกมาเห็นลูกสาวหน้าตาอิดโรย ท่านจะใจไม่ดีเอา" พยาบาลทิ้งท้ายไว้สั้น ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน รินรดาทรุดตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ ความเงียบของโรงพยาบาลทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น ในใจหนึ่งเธอรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้แม่ แแต่อีกใจหนึ่งกลับสั่นระรัวด้วยความกังวล... เธอเลือกที่จะหันหลังให้กับอาทิตย์ เลือกที่จะทิ้งคำขู่ของเขาไว้เบื้องหลัง เพราะในเวลานี้ ไม่มีคำขู่ไหนน่ากลัวไปกว่าการที่เธออาจจะไม่ได้เห็นหน้าแม่ที่กำลังจะเข้าห้องผ่าตัดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า "ไม่ว่าพี่จะโกรธแค่ไหน... แต่ชีวิตแม่ของเรนสำคัญกว่าเกมบ้าอำนาจของพี่" เธอพึมพำกับความมืดมิดรอบกาย พลางซบหน้าลงกับหัวเข่าเพื่อรวบรวมสมาธิและกำลังใจสำหรับการต่อสู้ที่แท้จริงในวันพรุ่งนี้ โดยไม่รู้เลยว่าพายุจากคณะวิศวะกำลังจะพัดพาความเกรี้ยวกราดตามมาในไม่ช้า มุมมองของอาทิตย์: ความเงียบที่เดือดพล่าน ภายในห้องคอนโดหรูของอาทิตย์ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศนิ่งสงบลงเลย ชายหนุ่มในชุดเสื้อช็อปที่ยังไม่ได้ถอดออก นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ดวงตาคมปลาบจ้องมองไปที่เข็มนาฬิกาที่เคลื่อนผ่านเลขหก... เลขเจ็ด... จนเกือบจะถึงสองทุ่ม ความเงียบในห้องกำลังกัดกินความอดทนของเขาจนใกล้จะถึงขีดสุด อาทิตย์คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นรอบที่ร้อย นิ้วเรียวยาวกดส่งข้อความรัวใส่หน้าแชทของรินรดาอย่างบ้าคลั่ง [P'Arthit] : มึงอยู่ไหน รินรดา! [P'Arthit] : กูบอกให้มาหาที่ห้องหกโมง มึงลืมคำสั่งกูหรือไง [P'Arthit] : ถ้ากูต้องออกไปตามมึงเอง มึงตายแน่! เขาจ้องมองข้อความที่ส่งไป แต่ไม่มีสัญลักษณ์ว่าถูกเปิดอ่าน และไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น เขาลองกดโทรออก แต่เสียงที่ตอบกลับมามีเพียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัติว่าเลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ "ปิดเครื่องหนีกูงั้นเหรอ... มึงกล้ามากนะ" อาทิตย์สบถออกมาด้วยความโมโหจัด เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างแรง ความรู้สึกในใจมันปนเปกันไปหมด ทั้งโกรธที่ถูกลองดี ทั้งเสียหน้าที่โดนเบี้ยวนัด และลึก ๆ ในใจ... เขากำลังเริ่ม 'กังวล' เพราะคนอย่างรินรดา ถึงจะพยศแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยหายไปอย่างไร้ร่องรอยภายใต้คำขู่ที่รุนแรงขนาดนี้ อาทิตย์ทิ้งตัวพิงพนักโซฟาพลางถอนหายใจยาว ความคิดในหัวตีกันจนยุ่งเหยิง เขากำลังถามตัวเองด้วยคำถามที่ตอบยากที่สุดในชีวิต... จริงๆ แล้วเขารู้สึกยังไงกันแน่ ภาพของ 'น้ำฝน' หญิงสาวพราวเสน่ห์ที่ยอมให้เขานอนหนุนตัก กลิ่นกายหอมกรุ่นที่ปลอบประโลมความเหนื่อยล้าของเขาในค่ำคืนนั้น มันคือความอ่อนโยนที่เขาโหยหามาตลอด... แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของ 'รินรดา' ยัยแว่นจอมอวดดีที่กล้าทิ้งเกียร์คืนใส่หน้าเขา สายตาพยศที่มองเขาผ่านเลนส์แว่นหนา ๆ นั่น กลับทำให้เขาคลั่งจนแทบเสียสติ เขารักน้ำฝนที่แสนดี หรือเขากำลังคลั่งไคล้รินรดาที่พยายามผลักไสเขากันแน่ "จะคนไหน... มันก็คือมึงไม่ใช่เหรอวะ" เขาสบถออกมากับความย้อนแย้งของหัวใจตัวเอง ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมันเริ่มลามปามไปไกลกว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง หรือแม้แต่คำว่าความแค้น แต่มันคือ ความต้องการครอบครอง เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงที่เธอทิ้งเกียร์ แต่งานนี้มันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึก 'เสียศูนย์' เมื่อรู้ว่าเธอกำลังพยายามจะหายไปจากชีวิตเขา อาทิตย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากุญแจรถและเสื้อคลุมมาถือไว้ แววตาที่เคยสับสนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยรังสีความกดดัน เขาต่อสายหาเพื่อนสนิทในกลุ่มทันทีเพื่อเช็กประวัตินักศึกษาชักลากของรินรดา และเพียงไม่ถึงนาที ปลายสายก็ส่งข้อมูลโรงพยาบาลที่แม่ของเธอรักษาตัวอยู่มาให้ มุมปากของเฮดว้ากหนุ่มเหยียดลึกอย่างน่ากลัว "มึงหนีกูไม่พ้นหรอกรินรดา ต่อให้มึงจะเปลี่ยนเป็นน้ำฝน หรือเป็นยัยแว่นหน้าจืดนั่นก็ตาม... ในเมื่อกูจองมึงแล้ว มึงก็เป็นของกูอยู่วันยังค่ำ" เขาเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าหนักแน่น พายุลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD