เช้าวันต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศที่ลานเกียร์ในเช้านี้ดูผิดตาไปอย่างประหลาด ปรกติแล้วช่วงเช้าตรู่ก่อนเข้าเรียนจะเป็นเวลาของการเรียกรวมตัวรุ่นน้องเพื่อเช็กระเบียบหรือซ้อมร้องเพลงเชียร์ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ รุ่นพี่กลุ่มเฮดว้ากที่เคยยืนคุมเข้มกลับแยกย้ายกันนั่งเงียบ ๆ ตามม้านั่งหินอ่อน
โดยเฉพาะ อาทิตย์ เขานั่งเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าคมดูหมองคล้ำและดวงตาที่แดงก่ำบ่งบอกว่าเขาผ่านการอดนอนมาทั้งคืน สมุดโน้ตของเรนยังคงวางอยู่ข้างตัวเขา แต่อาทิตย์กลับไม่กล้าเปิดมันอ่านต่อแม้แต่หน้าเดียว ความรู้สึกสับสนบวกกับความโกรธที่ยังตกค้างทำให้รังสีความกดดันแผ่ออกมาจนรุ่นน้องที่เดินผ่านไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
"อาทิตย์ มึงไหวป่ะวะ" เก่ง เดินเข้ามาทักพลางวางกระป๋องกาแฟลงข้าง ๆ
"หน้ามึงอย่างกะคนเพิ่งไปออกรบมา"
"อือ ไหว" อาทิตย์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะคว้ากาแฟขึ้นมาจิบ รสชาติขมปร่าของมันไม่ได้ต่างจากความรู้สึกในใจเขาสักนิด
เขาก้มมองสมุดโน้ตในมือ... ภาพในหัวพาลนึกไปถึงวันก่อนที่เขาจงใจแกล้งสั่งงานยิบย่อยจนดึกดื่น แต่ยัยแว่นนั่นกลับยิ้มแหย ๆ แล้วยังยื่นลูกอมแก้เจ็บคอให้เขาเพียงเพราะเห็นเขากระแอมไอแค่ครั้งเดียว สายตาซื่อ ๆ หลังกรอบแว่นหนาเตอะในวันนั้นดูไม่มีพิษมีภัยจนเขาเผลอใจอ่อนไปวูบหนึ่ง
คนแบบนั้น... กับผู้หญิงที่ยืนเถียงเขาปาว ๆ เพื่อจะกลับไปขายศักดิ์ศรีให้ไอ้เสี่ยหน้าโง่เมื่อคืน คือคนเดียวกันจริง ๆ เหรอวะ
อาทิตย์สะบัดหน้าไล่ความทรงจำบ้า ๆ นั่นทิ้ง ยิ่งนึกถึงความใจดีที่เธอเคยแสดงออก เขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เป็นไอ้โง่ ความห่วงใยลึก ๆ ถูกบดขยี้ด้วยความผิดหวังจนกลายเป็นความโกรธที่รุนแรงกว่าเดิม
"เรื่องเมื่อคืน... มึงอย่าคิดมากเลยว่ะ" โน้ต ที่เดินตามมาสมทบพูดขึ้นพลางตบไหล่เพื่อน
"น้องน้ำฝนเขาก็เลือกทางของเขาเอง งานแบบนั้นมันก็ได้เงินง่ายแบบนี้แหละ"
"มึงเข้าไปช่วยเขาออกมาจากไอ้เสี่ยนั่นก็ถือว่าทำบุญมากแล้ว"
"นั่นดิ" เก่งเสริม
"มึงดูเดือดร้อนแทนน้องเขาเกินเบอร์ไปเปล่าวะ หรือว่าติดใจน้องเขาจริง ๆ"
"แต่กูบอกเลยนะอาทิตย์ ผู้หญิงที่รับงานไม่พักแบบนั้น"
"แถมยังเถียงมึงฉอด ๆ ว่าจะทำต่อ... มึงอย่าเอาตัวไปแลกเลยว่ะ ไม่คุ้ม"
อาทิตย์กำกระป๋องกาแฟในมือแน่นจนโลหะบุบลงไปเล็กน้อย เพื่อนของเขาไม่มีใครรู้เลยว่า 'น้องน้ำฝน' ที่พวกมันกำลังตราหน้าว่าเห็นแก่เงิน คือคนเดียวกับ 'รินรดา' รุ่นน้องปีสองที่พวกมันเคยแกล้ง และเขาก็ไม่ได้คิดจะบอกความจริงนี้กับใคร
ให้พวกมันเข้าใจว่าเขาบ้าเรื่องผู้หญิงรับงานคนหนึ่ง ยังดีกว่าให้ใครรู้ว่าเด็กคณะเราไปทำเรื่องต่ำ ๆ แบบนั้น...
"เออ กูก็แค่หงุดหงิดที่คนเรามันไม่มีรักดี" อาทิตย์ตัดบทเสียงแข็ง
"เลิกพูดเรื่องนี้เหอะ"
"โอเค ๆ ไม่พูดก็ไม่พูด" เก่งส่ายหัวขำ ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ลานเกียร์ที่เริ่มมีนักศึกษาทยอยมาเรียน
"เออ แล้วนี่มึงเห็น 'ยัยแว่น' ของมึงยัง"
"วันนี้เงียบกริบเลยนะ ปกติมึงต้องเรียกมาซ่อมเรียกมาด่าแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"
อาทิตย์ชะงักไปเล็กน้อย สายตาคมเผลอตวัดมองไปที่ม้านั่งตัวยาวใต้ต้นหูกวาง ซึ่งเป็นที่ประจำที่ 'ยัยแว่น' มักจะนั่งหลังคดหลังแข็งจดบันทึกตามคำสั่งบ้าบอของเขา... แต่วันนี้ที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
เขาขยับมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับก้อนกลม ๆ ของลูกอมแก้เจ็บคอที่เธอเคยยัดใส่มือเขาเมื่อวันก่อน อาทิตย์เผลอคีบมันออกมาดูครู่หนึ่ง ความหวานที่เคยได้รับวันนั้นกลับกลายเป็นความขมปร่าในความรู้สึกตอนนี้ เขาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะรีบยัดมันกลับลงไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็วเหมือนของต้องของร้อน เมื่อรู้ตัวว่าเพื่อนกำลังจ้องอยู่
"ไม่เห็น"
"แปลกว่ะ เมื่อวานกูก็เห็นน้องเขารีบเพ่นหนีออกไปอย่างกับเจอผี หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย" โน้ตเสริมพลางขมวดคิ้ว
"มึงไปด่าอะไรน้องเขาแรง ๆ อีกเปล่าวะอาทิตย์ หรือว่ายัยแว่นทนมึงไม่ไหว เลยชิ่งลาหยุดไปแล้ว"
"กูไม่ได้ทำอะไร" อาทิตย์ตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับร้อนรุ่มเหมือนมีไฟเผา
"หรือว่าน้องเขาไม่สบาย" เก่งตั้งข้อสังเกต
"แต่กูว่าดีแล้วล่ะ มึงจะได้พักบ้าง วันๆ มึงเอาแต่ไล่บี้รุ่นน้องจนหน้าแก่ไปหมดละ "
"แต่น้องเรนคนนี้กูก็ว่าแปลกนะ เมื่อวานดูรีบร้อนแบบลนลานสุด ๆ เหมือนมีความลับอะไรซ่อนไว้เลยว่ะ"
อาทิตย์ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแต่หลับตาลง ภาพใบหน้าที่เปื้อนคราบเครื่องสำอางและหยาดน้ำตาของเรนเมื่อคืนพุ่งย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง
มีความลับงั้นเหรอ... ความลับมันเน่าเฟะกว่าที่พวกมึงคิดเยอะ อาทิตย์คิดในใจพลางกำสมุดโน้ตข้างตัวแน่นจนนิ้วซีดขาว
ในขณะเดียวกัน... ก้อย นั่งมองที่นั่งว่างเปล่าข้างตัวในห้องแล็บด้วยความเป็นห่วง เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูข้อความล่าสุดที่เพื่อนรักส่งมาเมื่อเช้ามืด
Rain: ก้อย... วันนี้เราฝากลาอาจารย์ทีนะ บอกว่าเรามีธุระด่วนที่บ้านจริง ๆ ฝากรายงานแล็บด้วยนะ เดี๋ยวเรากลับไปช่วยทำส่วนที่เหลือ
"ไปไหนของเขานะ..."
ก้อยพึมพำด้วยความกังวล เพราะปกติเรนไม่ใช่คนที่จะโดดเรียนง่าย ๆ ถ้าไม่คอขาดบาดตายจริง ๆ ยิ่งเมื่อวานเห็นเพื่อนรีบร้อนออกไปพร้อมสีหน้าไม่ดี ก้อยยิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ
[Chat: Rain & Koy]
Koy: เรน! มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า บอกเราได้นะ
Koy: เมื่อวานแกดูแย่มากเลยนะเรน เป็นอะไรหรือเปล่า ให้เราไปหาที่บ้านไหม
Koy: ถ้าแกมีปัญหาบอกเรานะเว้ย อย่าแบกไว้คนเดียว เราเป็นเพื่อนแกนะ
ก้อยถอนหายใจยาวพลางมองไปที่ประตูห้องแล็บที่ว่างเปล่า ความกังวลฉายชัดในแววตา เธอกดส่งสติกเกอร์รูปกอดไปให้เพื่อนอีกหนึ่งตัว ก่อนจะจำใจต้องปิดมือถือเมื่ออาจารย์เริ่มเช็กชื่อ
โรงพยาบาลรัฐบาล
เรนในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยสวนทางกับสภาพเมื่อคืน ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์การเงินด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ขอบตาของเธอค่อนข้างช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่มือที่ยื่นปึกเงินสดจำนวนสามหมื่นบาทให้เจ้าหน้าที่กลับมั่นคงและเด็ดเดี่ยว
"ค่ามัดจำอุปกรณ์และส่วนต่างการผ่าตัดของคุณวิไล รัตนรักษ์ ค่ะ"
เมื่อเจ้าหน้าที่ประทับตรา 'ชำระเงินแล้ว' ลงบนใบเสร็จ เรนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปครึ่งหนึ่ง แม้มันจะเป็นเงินที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคำดูถูกที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต แต่มันคือตั๋วใบสำคัญที่จะยื้อชีวิตแม่ของเธอเอาไว้
"คุณแม่จะได้รับการผ่าตัดเช้าวันจันทร์นี้นะคะ รบกวนญาติเซ็นเอกสารนี้ด้วยค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" เรนพึมพำพร้อมกอดใบเสร็จใบนั้นไว้แนบอก พยาบาลยื่นเอกสารการผ่าตัดมาให้เธอเซ็นรับทราบ
เรนก้มลงเซ็นชื่อในเอกสารยินยอมรับการผ่าตัดด้วยมือที่สั่นเทาแต่หนักแน่น ทุกตัวอักษรที่ตวัดลงไปคือความหวังเดียวที่เธอมี เมื่อจัดการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่ายที่เคาน์เตอร์เสร็จสิ้น ร่างบางในชุดนักศึกษาก็เดินตรงไปยังหน้าห้องไอซียู
บรรยากาศหน้าห้องวิกฤตยังคงเงียบงันและเต็มไปด้วยกลิ่นยาที่ชวนให้ใจคอไม่ดี เรนสวมชุดคลุมฆ่าเชื้อก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงของผู้เป็นแม่ ภาพแม่ที่นอนหลับไม่ได้สติ มีสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจทำงานอยู่เป็นจังหวะ ทำให้หัวใจของเรนบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก เธอเอื้อมมือไปกุมมือที่ผอมบางและเย็นชืดของแม่ไว้แผ่วเบา
"แม่จ๋า... เรนหาเงินมาได้แล้วนะ" เธอซบหน้าลงกับขอบเตียง น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งตกลงบนหลังมือของแม่
"อีกแค่นิดเดียวแม่ก็จะหายแล้วนะอดทนเพื่อเรนนะจ๊ะ"
"คุณวิไลมีลูกสาวที่เข้มแข็งมากนะคะ"
คำชมแผ่วเบาของพยาบาลนั้นทำให้ลำคอของเรนตีบตันขึ้นมาดื้อ ๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้น อย่างน้อยในโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้...
ในวันที่เธอถูกคนที่แอบชื่นชมเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่มีชิ้นดี ก็ยังมีคนแปลกหน้าที่มองเห็นความพยายามของเธออยู่บ้าง
"ขอบคุณ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" เรนพึมพำเสียงสั่น
ความอบอุ่น ความสบายใจเล็กๆ นี้เองที่ช่วยต่อลมหายใจให้เธอมีแรงก้าวออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปเผชิญหน้ากับโลกความจริงที่รออยู่
"ไม่ต้องกังวลนะคะ ทางทีมหมอจะทำเต็มที่ค่ะ"
"คุณแม่ท่านรับรู้นะคะว่าคุณลูกสาวมาหา พยายามพูดคุยกับท่านบ่อย ๆ จะช่วยเป็นกำลังใจให้คนไข้ได้มากเลยค่ะ"
เรนพยักหน้ารับคำพยาบาล เธอใช้เวลาอยู่กับแม่ครู่หนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ โดยเว้นเรื่องความโหดร้ายที่เธอเจอมาเมื่อคืนไว้ในใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไอซียูด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป...
แม้ข้างนอกนั่นเธอจะถูกใครบางคนมองว่า 'ไร้ค่า' แต่สำหรับคนในห้องนี้ เธอคือทุกอย่างของชีวิตแม่
แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าทำให้เรนที่กำลังก้าวออกจากโรงพยาบาลต้องหยุดชะงัก เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วก็น้ำตาคลอเบ้า ข้อความของก้อยเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงอย่างเดียวในเวลาที่โดดเดี่ยวแบบนี้
Rain: เราโอเคก้อย แค่มีเรื่องที่โรงพยาบาลนิดหน่อย
Rain: ขอบใจมากนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเจอกัน
เรนรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เธอพยายามปาดน้ำตาที่จวนจะไหลออกมาอีกรอบ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ เธอยังล้มตอนนี้ไม่ได้ ชีวิตของแม่ฝากไว้ในมือเธอแล้ว