เสียงฝีเท้าหนัก ๆ กระแทกไปตามโถงทางเดินของโรงพยาบาลกลาง อาทิตย์ก้าวฉับ ๆ เข้าไปยังแผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกตามพิกัดที่โน๊ตส่งมาให้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงรอตรวจที่เริ่มบางตาลงเนื่องจากเลยเวลาทำการปกติมามากแล้ว เขามองหาใครบางคนที่น่าจะยืนร้องไห้ หรือใครบางคนที่ดูร้อนรน... แต่กลับไม่มี
"ขอโทษครับ... ไม่ทราบว่าคุณรินรดามาติดต่อที่นี่ไหมครับ" เขาโพล่งถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด แต่แววตากลับปิดความกระวนกระวายไม่มิด
"คุณรินรดา... ญาติคนไข้เคสผ่าตัดพรุ่งนี้เช้าใช่ไหมคะ เมื่อครู่เห็นเดินไปทางหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ค่ะ"
อาทิตย์ไม่รอแม้แต่จะกล่าวขอบคุณ เขาหมุนตัวและกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังโซนห้อง ICU ทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก ความเอะใจในตอนแรกหายไปสิ้น เหลือเพียงความกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เขาอยากมาเห็นกับตาจะเป็นภาพที่เลวร้ายกว่าที่คิด
เขาซอยเท้าผ่านโถงทางเดินยาวที่มีเก้าอี้พลาสติกวางเรียงราย สายตาคอยจ้องมองตรงไปยังประตูห้องไอซียูขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท ชายหนุ่มเดินผ่านเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีคนนั่งคุดคู้เอนกายอยู่ แต่เพราะความรีบร้อนและแสงไฟที่สลัวลง ทำให้เขามองข้ามร่างเล็กในชุดเสื้อสเวตเตอร์ตัวโคร่งที่คลุมฮู้ดปิดศีรษะไว้ แผ่นหลังที่พิงผนังนั้นดูนิ่งสงบจนเหมือนเป็นเพียงญาติคนไข้คนอื่นที่มานั่งรอทั่วไป
อาทิตย์เดินไปจนสุดทางเดินก่อนจะหยุดกึกเมื่อพบว่าเป็นทางตัน เขาหันหลังกลับมาด้วยความสับสน ลมหายใจหอบถี่
และในจังหวะนั้นเอง... ลมจากเครื่องปรับอากาศที่เป่าลงมาแรงพอดี ทำให้ฮู้ดของสเวตเตอร์ตัวนั้นรั้งลงเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยออกมา
อาทิตย์ชะงักเท้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างบนเก้าอี้ขาวตัวเดิมที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่ ร่างนั้นนั่งกอดเข่า เอนศีรษะพิงผนังเย็นเยียบ แผ่นหลังที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าเนื้อหนาสั่นเทาเบา ๆ ราวกับเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ลอดผ่านออกมาในความเงียบ
หัวใจของเฮดว้ากหนุ่มกระตุกวูบ... รอยช้ำที่ข้อมือที่เขาเป็นคนทำ แผ่นหลังที่ดูบอบบางและโดดเดี่ยวเกินกว่าจะรับเรื่องราวหนักหนาขนาดนี้เพียงลำพัง
เขาเดินเลยเธอไปได้ยังไง... ทั้งที่หัวใจเขาร้องเรียกหาเธอมาตลอดทาง
อาทิตย์ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาแผ่นหลังนั้นอย่างเชื่องช้า ความเกรี้ยวกราดที่หอพักมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาเคยดูแคลน
อาทิตย์ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้แถวถัดไปที่อยู่เยื้องด้านหลังของเธอ เขาขยับกายให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แผ่นหลังหนาพิงพนักเก้าอี้พลางทอดสายตามองร่างเล็กในชุดสเวตเตอร์ที่นั่งคุดคู้ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว จากมุมนี้ เขาเห็นไหล่บางสั่นไหวเป็นระยะ... เธอไม่ได้แค่เหนื่อย แต่เธอกำลังร้องไห้แบบไร้เสียง ร้องไห้เหมือนคนที่แบกโลกทั้งใบไว้จนไหล่จะหัก
แกรก...
เสียงเลื่อนประตูห้องพักเจ้าหน้าที่ดังขึ้น พร้อมกับพยาบาลคนเดิมที่เดินตรงเข้ามาหาเธอ อาทิตย์รีบก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นดูโทรศัพท์ในมือเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต
"คุณรินรดาคะ พยาบาลว่าคุณกลับไปพักผ่อนก่อนดีไหมคะ หน้าคุณดูซีดมากเลยนะ" พยาบาลเอ่ยด้วยความหวังดีพลางแตะไหล่เธอเบา ๆ
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องมาแต่เช้าอีกนะคะ" รินรดาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาลวก ๆ เธอฝืนยิ้มตอบกลับด้วยเสียงที่แหบพร่า
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากอยู่ใกล้ ๆ แม่... หนูกลัวว่าถ้าหนูไม่อยู่ตอนแม่ตื่นมา..."
"เข้าใจค่ะ... อ้อ แล้วก็เรื่องค่าใช้จ่าย พยาบาลเช็กกับทางฝ่ายการเงินให้ตามที่น้องขอผ่อนผันไว้แล้วนะคะ จากยอดเต็มสองแสนบาท ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้ผ่อนจ่ายเป็นงวดตามข้อตกลงได้ค่ะ แต่งวดถัดไปสามหมื่นบาท ต้องรบกวนคุณรินรดาเคลียร์ให้ทันก่อนสิ้นเดือนนี้นะคะ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องยอดค้างชำระในระบบ" รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เหมือนพยายามเรียกกำลังใจที่เหลือเพียงน้อยนิด
"ค่ะ... หนูจะรีบจัดการให้ทันสิ้นเดือนนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณพยาบาล"
เมื่อพยาบาลเดินจากไป ความเงียบที่น่าอึดอัดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง อาทิตย์ที่นั่งฟังอยู่ด้านหลังรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ปะทะเข้าที่กลางอกอย่างจัง
สองแสน... ผ่อนงวดละสามหมื่น...
คำพูดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวเขา ผสมปนเปกับภาพที่เขากระชากแขนเธอแล้วตะคอกใส่หน้าหาว่าเธอ "สำออย" เพื่อหนีรับน้อง เขาเพิ่งจะเข้าใจวินาทีนี้เองว่า ที่เธอทำงานหนักจนตัวเป็นเกลียว ที่เธอรับจ้างทุกอย่างจนป่วยไข้ ไม่ใช่เพราะความโลภหรืออยากอวดดี แต่มันคือลมหายใจของแม่เธอทั้งนั้น
มือหนาที่วางอยู่บนเข่าสั่นเทาด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น เขาอยากจะลุกขึ้นไปดึงเธอมากอด อยากจะบอกว่า 'พี่ขอโทษ' แต่ขามันกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับ อาทิตย์ทำได้เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น... นั่งมองแผ่นหลังที่แสนเปราะบางของรุ่นน้องที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็น 'เด็กเอาตัวแลกเงิน' และปล่อยให้ความเงียบหน้าห้องไอซียูตอกย้ำความผิดพลาดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากที่พยาบาลเดินกลับเข้าไป รินรดาก็นั่งนิ่งอยู่อีกครู่ใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ พยุงร่างกายที่อ่อนล้าลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้เดินกลับไปที่หอผู้ป่วย แต่กลับเลือกที่จะเดินตรงไปยังทางออกของโรงพยาบาลอย่างเชื่องช้า
อาทิตย์รีบลุกขึ้นทันที เขาเว้นระยะห่างไว้อย่างพอดิบพอดี ทิ้งช่วงหลบตามมุมตึกและเสาไฟเพื่อไม่ให้ร่างเล็กที่เดินอยู่ข้างหน้าไหวตัวทัน ทว่าเขากังวลเกินไป... เพราะในเวลานี้ รินรดาเหม่อลอยเสียจนจิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว สายตาของเธอทอดตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย สองขาที่ก้าวเดินไปตามริมฟุตบาทดูไร้เรี่ยวแรงราวกับร่างที่ปราศจากวิญญาณ แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเธอ ทำให้อาทิตย์ที่เดินตามหลังเห็นหยดน้ำตาที่ยังคงคลอเบ้าอยู่ชัดเจน
โครก...
เสียงท้องร้องเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนทำให้อาทิตย์ชะงัก ร่างบางข้างหน้าชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองแล้วก้มหน้าลงซ่อนความขมขื่น เธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ออกจากคณะ มิหนำซ้ำอาการไข้ที่ยังไม่หายดีก็ดูจะกลับมาเล่นงานเธออีกครั้งจนจังหวะการเดินเริ่มโงนเงน
อาทิตย์กำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อช็อป ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาอยากจะพุ่งเข้าไปประคอง อยากจะพาเธอไปกินข้าวที่อร่อยที่สุด แถวบ้านหรือที่ไหนก็ได้ แดดลมยามค่ำคืนพัดมาปะทะจนร่างเล็กสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อลมอุ่นสลับหนาวพัดมาโดนสเวตเตอร์ตัวบาง รินรดาเดินมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ว่างเปล่า เธอนั่งลงบนม้านั่งเหล็กเย็นเฉียบ ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่มีรอยแดงช้ำจากการถูกเขากระชากในตอนกลางวัน
อาทิตย์ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่กี่เมตร เขามองดูภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัด
"พี่ขอโทษนะรินรดา..."
คำขอโทษที่เขาเคยคิดว่ามันเสียศักดิ์ศรีที่จะพูด บัดนี้เขากลับอยากจะตะโกนมันออกมาให้เธอได้ยินเหลือเกิน อาทิตย์ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร สายตามองไปที่ร่างที่นั่งคุดคู้ตรงหน้าสลับกับหน้าจอที่แสดงยอดเงินมหาศาลที่เขามี แต่มันกลับช่วยอะไรเธอไม่ได้เลยในวินาทีนี้... เมื่อเขาตระหนักได้ว่า ตนเองไม่มีแม้กระทั่งเลขบัญชีธนาคารของเธอ และยังคงขี้ขลาดเกินกว่าจะเดินเข้าไปหาเธอตรง ๆ