ณ ลานเกียร์ (อีกมุมหนึ่ง)
ในขณะที่ก้อยกำลังเป็นห่วงเรน อาทิตย์ที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ความโกรธ สายตาของเขามองไปยังกลุ่มเด็กปีสองที่กำลังเดินผ่านไป แววตาคมกริบนั้นวูบไหวเมื่อไม่เห็น 'ยัยแว่น' อยู่ในกลุ่มนั้นจริงอย่างที่เพื่อนว่า
"มึงว่าน้องมันจะโกรธจนลาออกเลยเปล่าวะ" โน้ตยังไม่เลิกแซว
"เห็นปกติมึงดุเอา ๆ เมื่อวานน้องมันคงฟิวส์ขาดจริงๆ ถึงได้วิ่งหนีมึงแบบนั้น"
"ถ้าจะลาออกเพราะเรื่องแค่นี้ ก็ปล่อยไปเหอะ" อาทิตย์ตอบปัดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ แต่ลึก ๆ ในใจเขากลับตั้งคำถามที่ต่างออกไป...
รินรดา... เธอลาหยุดเพราะไปทำธุระ หรือเพราะกำลังเตรียมตัวไป 'รับงาน' ที่ไหนอีกกันแน่
ความขัดแย้งในใจของอาทิตย์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง 'ความเอ็นดู' ที่เคยมีให้รุ่นน้องจอมโก๊ะ กับ 'ความรังเกียจ' ที่มีให้ผู้หญิงหน้าเงินคนเมื่อคืน เขากำสมุดโน้ตในมือจนมันยับย่น โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่...เจ็บปวดกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายเท่าตัว
อาทิตย์ขยับปากจะพูดบางอย่างกับเพื่อน แต่แล้วเขาก็เงียบไป เขาจะตามหาเธอทำไมในเมื่อตอนนี้เขาตัดสินเธอไปแล้วว่าเธอคือ 'ผู้หญิงหน้าเงิน' อาทิตย์สะบัดความคิดทิ้ง
"กูไปเรียนละ พวกมึงอย่าลืมเข้าคลาสเช็กชื่อด้วย"
เขาบอกเพื่อนเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมกับสมุดโน้ตที่เป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่เขาไม่ยอมใช้เปิดความจริง
คอนโดหรูย่านใจกลางเมือง
หลังจากจัดการธุระที่โรงพยาบาลเสร็จ เรนเดินทางมาหา เจ่เจ้ ตามที่นัดหมายไว้ ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เจ่เจ้ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมรีบปรี่เข้ามาหาเธอทันที
"มานี่เลยยัยเรน มาให้เจ้ดูหน้าชัด ๆ หน่อย" เจ่เจ้คว้าตัวเรนไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะเริ่มสำรวจตามเนื้อตามตัวอย่างละเอียด
"เมื่อคืนเจ้นอนไม่หลับเลยนะเนี่ยะ คิดเรื่องแกโดนไอ้พวกเสี่ยตัณหากลับนั่นทำมิดีมิร้าย"
มือของเจ่เจ้ลูบไปตามต้นแขนและลำคอของเรนอย่างแผ่วเบา
"มีรอยเขียวรอยช้ำตรงไหนไหม แล้วไอ้ผู้ชายคนที่เข้าไปขวางน่ะ เขาทำรุนแรงกับแกหรือเปล่า"
"เจ้เห็นแกบอกว่าได้เงินมาครบ แสดงว่าต้องมีการปะทะกันหนักแน่ ๆ"
เรนพยายามฝืนยิ้มให้เจ่เจ้ แม้ในใจจะเจ็บแปลบเมื่อนึกถึงแรงบีบที่ต้นแขนและน้ำเย็นจัดที่ฉีดใส่หน้า
"เรนไม่เป็นไรค่ะเจ้ แค่รอยแดงที่แขนนิดหน่อย... เขาแค่เข้ามาลากเรนออกมาเฉย ๆ"
"แน่นะ" เจ่เจ้หรี่ตามองพลางเชยคางลูกสาวคนโปรดขึ้นสำรวจ
"ตาบวมขนาดนี้ร้องไห้มาล่ะสิ... โถ่ เรนเอ๊ย เจ้ขอโทษนะที่งานนี้ทำให้แกเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้"
"ถ้าเจ้รู้ว่าเพื่อนของไอ้เสี่ยนั่นมันจะหื่นกามขนาดนั้น เจ้ไม่ส่งแกไปหรอก"
"เรนตัดสินใจเองค่ะเจ้ อีกอย่าง... ตอนนี้แม่มีโอกาสรอดแล้ว เงินนั่นเรนเอาไปจ่ายมัดจำมาเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"เออ ๆ งั้นก็ดีแล้ว ฟาดเคราะห์ไป" เจ่เจ้ถอนหายใจพลางตบไหล่เรนเบา ๆ
"พักงานกลางคืนไปก่อนนะช่วงนี้ ไปตั้งใจเรียนเถอะ เดี๋ยวเจ้จะดูงานที่มันสะอาดกว่านี้ให้ เผื่อแกอยากหาเงินไว้เป็นค่าพักฟื้นแม่"
เรนพยักหน้าเงียบ ๆ ในหัวของเธอยังคงคิดถึงคำพูดของอาทิตย์ที่ว่า 'เงินที่ได้มาจากการทำตัวต่ำ ๆ มันซื้อความนับถือจากใครไม่ได้'
"เรนยังไม่หยุดรับงานหรอกค่ะเจ่เจ้... แม่ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ"
เสียงของเรนเบาหวิวแต่กลับมีความเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด เจ่เจ้ชะงักมือที่กำลังลูบผมเด็กสาวพลางสบตาที่สั่นระริกคู่นั้น เธอเห็นทั้งความเจ็บปวดและความจนใจที่หลอมรวมกันเป็นกำแพงหนา
"นังหนู... เจ้รู้ว่าแกลำบาก แต่เรื่องเมื่อคืนมันไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ" เจ่เจ้ถอนหายใจยาวพลางขยับเข้ามาใกล้
"เอาเป็นว่า... ถ้าแกยืนยันแบบนั้น เจ้ก็จะช่วย"
"เจ้จะ 'คัด' คนให้ดีกว่านี้ งานที่มันเซฟตัวแกมากกว่านี้ พวกเสี่ยขี้หลีหรือพวกวีไอพีที่เล่นนอกกติกา เจ้จะคัดออกให้หมด"
"ขอบคุณค่ะเจ่เจ้..."
"แต่ช่วงนี้แกกลับไปตั้งใจเรียนก่อนเถอะ หน้าตาดูไม่ได้เลย เดี๋ยวรุ่นพี่ที่คณะแกจะสงสัยเอา" เจ่เจ้เตือนด้วยความหวังดี
"ไปพักซะ เรื่องงานใหม่ไว้เจ้ดูให้ แล้วจะติดต่อไป" เรนพยักหน้า ก่อนจะขอตัวลากลับ
เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้ไป ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเงาของ 'น้ำฝน' ได้เริ่มกลืนกิน 'รินรดา' ไปทีละน้อยแล้ว...
เรนยืนนิ่งหน้ากระจกบานใหญ่ในลิฟต์คอนโด จ้องมองเงาสะท้อนของเด็กสาวสวมแว่นหนาเตอะในชุดนักศึกษาเชย ๆ คนเดิม แต่ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอกลับเห็นเพียงผู้หญิงที่ชื่อน้ำฝน ผู้หญิงที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อเงิน... ผู้หญิงที่รุ่นพี่อย่างเขาตราหน้าว่าไร้ค่า
เธอยกมือขึ้นลูบต้นแขนตรงที่เขาเคยบีบแรง ๆ ความเจ็บนั้นเริ่มจางไป แต่รอยตีตราในใจกลับเด่นชัดขึ้นทุกที... โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว
คณะวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ดูตึงเครียดกว่าทุกวัน ลมที่พัดผ่านลานเกียร์ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของ 'เฮดว้าก' อย่างอาทิตย์เย็นลงได้เลย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งควงปากกาเล่น แต่อีกมือกลับกำสมุดโน้ตของเรนไว้แน่นจนขอบกระดาษเริ่มยับ
"ไอ้อาทิตย์ มึงดูนี่... กูว่ามึงต้องเห็นสิ่งนี้ว่ะ"
โน้ตโพล่งขึ้นมาพร้อมกับกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ เขายื่นหน้าจอสมาร์ตโฟนที่เปิดหน้าเฟซบุ๊กค้างไว้มาจ่อตรงหน้าอาทิตย์ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาคมกริบที่ดูเหนื่อยล้า
บนหน้าจอคือโปรไฟล์ของหญิงสาวที่ใช้ชื่อว่า 'Namfon' รูปภาพหน้าปกเป็นภาพแผ่นหลังขาวเนียนในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ตัดกับบรรยากาศสลัวของสถานบันเทิง แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าจากมุมข้าง แต่หัวใจของอาทิตย์กลับกระตุกวูบ มันคือความคุ้นเคยที่เขาอยากจะปฏิเสธที่สุด
Namfon: "ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีสำหรับของขวัญเมื่อคืนนะคะ... คืนนี้ใครเหงา แวะมาหาน้ำฝนได้ที่เดิมนะคะ "
"ใครอยากมีเพื่อนไปทานข้าวด้วย ควงไปออกงาน ทักแชตเจ่เจ้ได้เลยค่ะ น้ำฝนรออยู่นะคะ... พี่ ๆ ขา"
"ไอ้เชี่ย... ดูคอมเมนต์ดิ" เก่งที่เดินตามมาสมทบชะโงกหน้ามองพลางผิวปาก
'น้องน้ำฝนขา คืนนี้พี่ไปหาได้ไหม'
'น้องน้ำฝนน่ารักจังครับ'
"โห... ลูกค้าแม่งรุมตอมอย่างกับน้ำผึ้ง มึงดูการตอบของน้องเขาสิ อาทิตย์... ค่ะขา ทุกคำ หวานจนกูนึกว่าน้ำเชื่อม"
อาทิตย์กระชากโทรศัพท์จากมือเพื่อนมาถือไว้ นิ้วหนาเลื่อนอ่านตัวอักษรบนหน้าจอด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟลวก ยิ่งสายตาปะทะกับคำขานรับ
"ค่ะ...ขา"
หวานหยดย้อยที่เธอใช้โต้ตอบกับผู้ชายพวกนั้น ก้อนเนื้อในอกก็ยิ่งบีบตัวด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียน... รินรดา ผู้หญิงซุ่มซ่ามที่เคยยืนก้มหน้าตัวสั่นต่อหน้าเขาคนนั้น กลายเป็นผู้หญิงฉอเลาะออดอ้อนคนไปทั่วเพียงเพื่อแลกกับเศษเงินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"อาทิตย์ มึงเป็นไรเปล่าวะ มึงจ้องจนหน้าจอจะทะลุแล้ว" โน้ตทักเมื่อเห็นเพื่อนเงียบไปนานผิดปกติ
"กูแค่... ไม่คิดว่าคนเรามันจะตอแหลได้โล่ขนาดนี้" อาทิตย์เค้นเสียงลอดไรฟัน
"ในคณะทำเป็นติ๋ม หลังเลิกเรียนไปเป็นนางแมวป่า ทำตัวต่ำ ๆ ให้คนเค้าคอมเมนต์แทะโลมเหมือนชิ้นเนื้อ"
คำพูดนั้นทำเอาโน้ตกับเก่งชะงักไปครู่หนึ่ง พวกเขามองหน้ากันด้วยความสงสัยกับประโยคที่ว่า 'ในคณะ' ของอาทิตย์
"มึงใจเย็นดิ มึงดูเดือดร้อนกว่าเจ้าตัวเขาอีกนะ" เก่งตบไหล่เพื่อนพลางขมวดคิ้ว
"มึงพูดเหมือนรู้จักเขาดีงั้นแหละ ที่ว่า 'ในคณะ' นี่มึงหมายถึงใคร"
"มึงไปเจอใครที่หน้าตาเหมือนน้องน้ำฝนในคณะเรามาเหรอวะ"
"กู... กูหมายถึงผู้หญิงพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็ชอบสร้างโปรไฟล์หลอกคนว่าเป็นนักศึกษาคิ้วท์ ๆ ทั้งนั้นแหละ" อาทิตย์รีบแก้ตัว น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
"มึงดูการตอบดิ สตอเบอรี่ชัด ๆ "
"หรือว่าจริง ๆ แล้วมึงไม่ได้หงุดหงิดที่เขารับงาน แต่มึงหงุดหงิดที่เขาไป 'ค่ะขา' กับคนอื่นที่ไม่ใช่มึง"
"มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้เก่ง" อาทิตย์ตวาดเสียงดังจนรุ่นน้องที่เดินผ่านแถวนั้นสะดุ้ง
"กูรังเกียจ มึงเข้าใจคำว่ารังเกียจไหม คนแบบนี้ไม่ควรจะมาตีเนียนทำตัวใสซื่อหลอกคนอื่น"
อาทิตย์นิ่งอึ้งไป เขาหาคำโต้แย้งไม่ได้ ความเงียบปกคลุมไปชั่วครู่ เพื่อนทั้งสองคนยังคงเข้าใจว่าอาทิตย์แค่กำลัง 'อิน' กับเคสของน้ำฝนจนเอามาปนกับความหงุดหงิดที่มีต่อรุ่นน้องที่เขาชอบดุเป็นประจำ
"เอางี้... ในเมื่อมึงอยากจะพิสูจน์ให้มันจบ ๆ ไป ว่าน้องคนนี้มันเป็นอย่างที่มึงด่าจริงไหม เราก็แค่เรียกเขามา" โน้ตโพล่งออกมา
"เรียกมายังไง" อาทิตย์ขมวดคิ้ว
"มึงเห็นโพสต์ไหม 'ทักแชตเจ่เจ้' นั่นแหละทางสว่าง" เก่งรีบเสริม
"เจ่เจ้คนนี้กูเคยได้ยินชื่อ แกเป็นเอเจนซี่เบอร์ต้น ๆ คัดแต่ตัวท็อปส่งงาน ถ้าเราทักไปในนามกลุ่มวิศวะกระเป๋าหนัก มีหรือเจ่เจ้จะปฏิเสธ"
"กูไม่เอาด้วย" อาทิตย์ส่ายหน้า
"กูไม่เอาเงินไปละเลงกับเรื่องไร้สาระแบบนั้น"
"ใครบอกว่าต้องใช้เงินมึงล่ะ" โน้ตกล่อมต่อโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังช่วยอาทิตย์เปิดโปงความลับที่เขาเองก็กลัวจะเจอ
"พวกกูลงขันกันเองก็ได้ ถือว่าซื้อวิชาไปดูให้เห็นกับตา"
"ว่าตัวจริงน้องน้ำฝนจะเด็ดเหมือนในรูปไหม"
"รอบก่อนมึงหลับนี่หว่ายังไม่ได้ ... "
"มึงแค่ไปเป็นเพื่อนพวกกู ไปดูให้รู้ว่าน้องคนเนี้ยมันมีดีอะไร มึงจะได้เลิกหมกมุ่นเลิกหงุดหงิดเสียที"
อาทิตย์มองหน้าเพื่อนทั้งสองสลับกัน ในใจเขามันเหมือนมีพายุหมุน ความอยากรู้กับความรังเกียจกำลังตีกันนัวเนีย เขาอยากจะเห็นหน้าเธอตอนที่หน้ากากหลุดลอยต่อหน้าเขาเหลือเกิน อยากจะรู้ว่าถ้าเขาไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในฐานะ 'ลูกค้า' เธอจะยังทำหน้าซื่อตาใสใส่เขาได้อีกไหม
"กูให้เวลาพวกมึงจัดการ..." อาทิตย์เอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"ถ้าคืนนี้เจ่เจ้อะไรนั่นนัดได้ กูก็จะไป"
"เฮ้ย! จริงดิ!" โน้ตกับเก่งอุทานพร้อมกันอย่างไม่อยากเชื่อ
"เออ... กูอยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้จะมีราคาเท่าไหร่"
อาทิตย์ลุกขึ้นยืนพลางคว้าสมุดโน้ตยัดใส่กระเป๋าเป้อย่างรุนแรง เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเพื่อน ทิ้งให้โน้ตกับเก่งรีบกุลีกุจอเปิดแชตเพื่อติดต่อกับ 'เจ่เจ้' ทันที โดยที่พวกเขายังไม่รู้เลยว่า 'เหยื่อ' ที่พวกเขากำลังจะเรียกมา คือรุ่นน้องที่นั่งเรียนอยู่ห้องข้าง ๆ นี่เอง
ถ้าคืนนี้มึงมาจริงๆ ... กูจะกระชากหน้ากากมึงออกมาเอง รินรดา