หลังจบจากลานเกียร์ เรนพาร่างที่แทบจะหมดแรงมาจนถึงห้องเรียนรวมแอร์เย็นฉ่ำ ขาที่ยังสั่นน้อย ๆ จากการถูกเหน็บกินเมื่อคืนประท้วงทุกก้าวที่เดิน เธอทรุดตัวลงนั่งริมแถวหน้าสุด พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เรน เป็นไรเปล่า หน้าเธอซีดอย่างกับกระดาษ" ก้อย เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวสะกิดแขนด้วยความเป็นห่วง
"อย่าบอกนะว่าแอบไปโต้รุ่งอ่านหนังสือมาอีกแล้ว"
"เปล่า... แค่พักผ่อนน้อยน่ะก้อย"
เรนตอบเสียงอ่อย พลางขยับแว่นสายตาหนาเตอะที่เลื่อนหลุดเพราะเหงื่อเย็น ๆ ที่ผุดซึมตามไรผม เธอไม่ได้โกหก... เธอพักผ่อนน้อยจริง ๆ แต่น้อยเพราะต้องคอยรองรับน้ำหนักตัวของผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้องนี้นี่แหละ
แถวหลังสุดของห้องเรียนรวม...
อาทิตย์นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมภายใต้คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นจดจ้องไปยังแผ่นหลังบางในชุดช็อปที่ดูจะใหญ่กว่าตัวเธอไปหนึ่งไซซ์ ความเงียบของห้องเรียนทำให้อาการปวดหัวแฮงค์ของเขาเบาบางลง แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้
"ไอ้ทิตย์ มึงจะจ้องน้องแว่นนั่นให้ทะลุแผ่นหลังเลยหรือไง" เก่งกระซิบถามพลางกลั้นขำ
"เห็นจ้องตั้งแต่ลานเกียร์ยันห้องเรียน มึงไปติดใจอะไรน้องเนิร์ดนั่นวะ หรือว่าน้องเขาไปทำอะไรให้มึงแค้น"
"กูแค่รู้สึกว่ายัยนั่น... มีบางอย่างผิดปกติ" อาทิตย์ตอบเสียงต่ำ สายตายังไม่ละไปจากท้ายทอยขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อช็อปของเรน
สิ่งที่ผิดปกติไม่ใช่ท่าทางเด๋อด๋าของเธอ แต่มันคือ กลิ่น... กลิ่นแป้งเด็กผสมกุหลาบอ่อน ๆ ที่เบาบางจนแทบไม่ได้กลิ่น แต่มันกลับรุนแรงในความรู้สึกของเขา เพราะมันคือกลิ่นเดียวกับที่ เขาซุกอยู่ที่ปลายจมูกเขาตลอดทั้งคืน
กลิ่นที่ทำให้คนนอนหลับยากอย่างเขาเคลิ้มหลับไปได้อย่างน่าประหลาด
จังหวะเลิกคลาส...
พออาจารย์กล่าวจบ เรนรีบกวาดของลงกระเป๋าด้วยความเร็วแสง เธออยากออกไปจากที่นี่ก่อนที่สายตาคมกริบที่แทงทะลุหลังเธอมาตลอดสองชั่วโมงจะเดินตามมาทัน ทว่าความรีบร้อนบวกกับอาการล้าทำให้มือไม้ของเธอพาลสั่นไปหมด
เคร้ง!
ปากกาลูกลื่นด้ามโปรดกลิ้งหล่นจากโต๊ะหายไปใต้เก้าอี้ เรนอุทานเบา ๆ แล้วรีบก้มลงไปหา แต่เธอกลับพบกับรองเท้าสีดำขัดเงาจนเนี้ยบที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเสียก่อน
"ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนนะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นเหนือหัว เรนตัวแข็งทื่อ อาทิตย์ก้มลงใช้ปลายนิ้วคีบปากกาขึ้นมาอย่างง่ายดาย เขายังไม่ยอมยื่นคืนให้ในทันที แต่กลับโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดน้อยลงจนน่าใจหาย
"ขะ... ขอบคุณค่ะพี่อาทิตย์" เรนละล่ำละลัก พยายามยื่นมือไปรับปากกาคืน
ในจังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน อาทิตย์กลับจงใจปล่อยปากกาช้าลง สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวเล็กที่สั่นเทานั้นนุ่มนิ่มและอ่อนละมุนจนเขาชะงัก สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปใต้เลนส์แว่นหนาเตอะที่มัวจนแทบมองไม่เห็นนัยน์ตา
"ทำไมมือนุ่มจังล่ะ... นึกว่าเด็กวิศวะมือจะสากกว่านี้เสียอีก"
คำพูดกึ่งหยอกกึ่งจับผิดทำเอาเรนหน้าร้อนผ่าว เธอรีบชักมือกลับมาแนบอก
"เรน... เรนยังไม่ได้ลงช็อปหนักเท่าพวกผู้ชายมั้งคะ"
"เหรอ..." อาทิตย์ลากเสียงยาว
เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิดจนกลิ่นหอมประจำตัวของเธอชัดเจนขึ้น กลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ ที่เขาโหยหามาตลอดเช้า
"แล้วไอ้รอยแดงที่คอนั่นน่ะ... มดในคณะวิศวะมันดุขนาดนั้นเลย" เรนใจหายวาบ มือเล็กรีบตะครุบปกเสื้อให้สูงขึ้นไปอีกจนถึงคาง
"มด... มดที่หอเรนมันตัวใหญ่ค่ะ ขอตัวนะคะ"
เธอก้มหน้าเดินงุด ๆ ฝ่าฝูงชนออกไปจากห้องเรียน ทิ้งให้อาทิตย์ยืนมองตามด้วยแววตาสับสน เขาไม่ได้คิดว่ายัยเนิร์ดนี่คือน้ำฝนสาวไซด์ไลน์สุดเซ็กซี่ที่เพื่อนจ้างมาแต่มันมีความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า ผู้หญิงสองคนนี้... มีความลับบางอย่างที่เขาต้องหาคำตอบให้ได้
"มดเหรอ..." อาทิตย์พึมพำกับตัวเอง มือหนาเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
"ทำไมกูรู้สึกเหมือนมดตัวนั้น... คือกูเองวะ"
"เฮ้ยไอ้ทิตย์ มึงตื่นเต็มตาหรือยังวะ" เก่งที่เดินตามมาทันตบไหล่เพื่อนแรง ๆ
"เมื่อกี้กูนึกว่ามึงจะจับน้องแว่นนั่นกินหัวซะแล้ว ไปซักไซ้ไล่เลียงน้องเขาขนาดนั้น มึงแฮงค์ค้างแล้วพาลเหรอวะ"
"กูไม่ได้พาล..." อาทิตย์ตอบเสียงเรียบ สายตายังคงมองตามหลังเรนที่หายลับไปทางหัวมุมตึก
"แต่กูแค่... รู้สึกเหมือนเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน"
"จะไปเคยเจอที่ไหนได้วะ กูก็เห็นน้องเขานั่งมึนอยู่ท้ายแถวลานเกียร์ทุกวัน" โน้ตพูดพลางขยับแว่นสายตาตัวเองบ้าง
"หรือว่ามึงหลอน... เพราะน้องน้ำฝนเมื่อคืน" ชื่อของน้ำฝนทำให้ใจของอาทิตย์กระตุกวูบ
"เออ กูก็ว่าอยู่" เก่งรีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา
"ไหนดูดิ๊ ไอ้รูปโปรไฟล์ในเฟสที่เอเจนซี่ส่งมาให้เมื่อคืนน่ะ น้องเขาชื่ออะไรนะ... น้ำฝน ใช่ไหม" โน้ตกับเก่งช่วยกันไถหน้าจอหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเก่งร้องลั่นออกมา
"เจอแล้ว นี่ไง เฟซบุ๊กชื่อ 'Namfon Rain' เพิ่งสร้างเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเองมั้งเนี่ย รูปโปรไฟล์นี่อย่างเด็ด"
อาทิตย์ขยับเข้าไปใกล้เพื่อมองหน้าจอที่เพื่อนยื่นมาให้ ในรูปคือผู้หญิงสาวสวยพราวเสน่ห์ในชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าเรียวสวยแต่งแต้มด้วยเมคอัพจัดจ้าน ดวงตากลมโตที่ดูมั่นใจไม่มีแว่นตาบดบัง แตกต่างจากรินรดายัยแว่นซุ่มซ่ามที่เพิ่งวิ่งหนีเขาไปเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"ดูดิ มึงดูดวงตาเขาสิไอ้ทิตย์ เซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้ จะไปเหมือนน้องแว่นหน้าจืดนั่นได้ไงวะ" โน้ตส่ายหัวขำ ๆ
อาทิตย์จ้องมองรูปในเฟซบุ๊กนิ่ง สายตาของ 'น้ำฝน' ในรูปดูแปลกตา แต่... ประกายบางอย่างในดวงตา ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนตาปลอมหนางอนนั่น กลับทำให้เขานึกถึงแววตาซ่อนเร้นใต้เลนส์แว่นหนาเตอะที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้
"เพิ่งสร้างเฟสไม่กี่อาทิตย์... แถมไม่มีเพื่อนร่วมคณะสักคน" อาทิตย์พึมพำกับตัวเอง
อาทิตย์ยังคงสงสัยชื่อบัญชีผู้ใช้ที่เขียนว่า 'Namfon Rain' สะดุดใจเขาอย่างรุนแรง เขาขมวดคิ้วมุ่น พลางนึกถึงรุ่นน้องที่เพิ่งเดินผ่านเขาไป
"น้ำฝน... เรน..." อาทิตย์พึมพำเสียงแผ่วจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
"มันจะบังเอิญเกินไปไหมวะ"
"มึงว่าไงนะทิตย์" เก่งขมวดคิ้วถามซ้ำอย่างสงสัย
"ชื่อน้องเขาก็น้ำฝนไง ส่วน Rain ในวงเล็บก็น่าจะหมายถึงฝนเหมือนกัน"
"มึงเป็นอะไรเนี่ย ดูจริงจังผิดปกติขยับมาจ้องมือถือกูจนจะสิงอยู่แล้ว" อาทิตย์ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน แต่ในหัวเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว
' รินรดา ' ชื่อเล่นว่า 'เรน ' ที่แปลว่าฝน...
ส่วนผู้หญิงคนนี้ชื่อ 'น้ำฝน' แถมยังวงเล็บภาษาอังกฤษไว้ว่า 'Rain' อีก
"ไอ้เก่ง มึงลองกดดูข้อมูลส่วนตัวดิ๊ น้องเขาเรียนที่ไหน" อาทิตย์สั่งเสียงเข้ม
"โหยไอ้ทิตย์ น้องเขาก็ต้องปิดดิฮะ"
"เอเจนซี่พวกนี้เขาไม่ให้ลงที่อยู่หรือที่เรียนจริงหรอก"
"มึงดูดิ... ในโปรไฟล์ลงไว้แค่ว่าอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กับ เรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง แค่นั้นแหละ" เก่งไถให้ดูพลางส่ายหัว
"มึงจะไปสงสัยอะไรนักหนา น้องน้ำฝนเขาออกจะสวยหยาดเยิ้มขนาดนั้น ไม่ใช่ยัยเด็กแว่นในคณะเราหรอกน่า"
"นั่นดิ" โน้ตเสริม
"มึงดูรูปชุดเดรสสีแดงนี่ก่อน"
"ถ้าเป็นน้องเรนที่คณะมึง... แค่จะเดินไม่ให้สะดุดขาตัวเองยังยากเลย"
"มึงอย่าเอาความสวยระดับพรีเมียมไปเทียบกับความเด๋อด๋าเลยเพื่อน"
อาทิตย์มองรูปผู้หญิงในชุดสีแดงเพลิงที่ยิ้มกริ่มอย่างมั่นใจผ่านหน้าจออีกครั้ง แม้ทุกอย่างจะดูต่างกัน แต่ 'กลิ่น' ที่ติดอยู่ที่ปลายจมูก กับ 'มือ' ที่เขาสัมผัสเมื่อกี้ มันทำให้เขามั่นใจว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
"เออ... คงจะบังเอิญจริงๆ นั่นแหละ"
อาทิตย์ตอบปัด ๆ พร้อมกับหมุนตัวเดินนำออกไป แต่ในใจเขากลับเริ่มขีดเส้นใต้ชื่อ 'รินรดา' ไว้ตัวหนา ๆ
'ถ้าชื่อมันบังเอิญ กลิ่นมันบังเอิญ และสัมผัสมันก็บังเอิญ... งั้นกูจะพิสูจน์เองว่าโลกนี้มันมีความบังเอิญได้มากขนาดนั้นเลยไหม'