ในขณะที่ก้อยกำลังลนลาน เจ้าหน้าที่นิติบุคคลกลับก้าวเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เดี๋ยว พวกคุณสองคนยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" นิติบุคคลเอ่ยเสียงเข้มพลางชี้ไปที่ประตูห้องที่มีรอยเท้าช้ำจากการโดนถีบ
"ถึงคนข้างในจะไม่อยู่ หรือ ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พวกคุณบุกรุกเข้ามาในหอพักสตรี แถมยังทำลายทรัพย์สินของทางหอพักจนเสียหายแบบนี้ ตามระเบียบแล้วผมต้องเชิญตัวพวกคุณไปที่สำนักงาน และต้องเสียค่าปรับชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมแจ้งตำรวจจริง ๆ"
ก้อยหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจเพราะกลัวเรื่องจะบานปลายไปถึงคณะ แต่อาทิตย์กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แววตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความลังเลหรือคิดจะปัดความรับผิดชอบเลยแม้แต่น้อย วินาทีนี้ใจของเขาพะวงอยู่กับร่างบางที่หายตัวไปจนไม่มีเวลามาเสวนาเรื่องอื่น
"ผมทำเอง ผมรับผิดชอบทั้งหมด" อาทิตย์สวนกลับเสียงนิ่งดุดัน มือหนาล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมายื่นบัตรประชาชนและเงินสดจำนวนหนึ่งใส่มือนิติบุคคลทันที
"นี่ค่าปรับกับค่าซ่อมประตู ถ้าไม่พอพรุ่งนี้ผมมาจ่ายเพิ่มให้ แต่ตอนนี้ผมมีธุระด่วนต้องไป"
ครืด... ครืด...
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดพร้อมเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา ก้อยรีบคว้าขึ้นมารับสายทันทีเพราะหวังว่าจะเป็นเพื่อนของเธอ
"ฮัลโหล เรนเหรอ"
(ปลายสาย: "ขอเรียนสายคุณรินรดาค่ะ จากทางโรงพยาบาลนะคะ...")
"เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ นี่ก้อยเพื่อนเรนเองค่ะ เรนไม่ได้ถือเครื่องไว้ มีอะไรฝากบอกก้อยไว้ได้เลยนะคะ"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เคร่งครัดตามระเบียบ
(ปลายสาย: "ขออภัยนะคะ เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญของคนไข้และคุณรินรดาเป็นญาติสายตรง ทางเราไม่สามารถให้ข้อมูลผ่านผู้อื่นได้ รบกวนให้คุณรินรดาติดต่อกลับเจ้าหน้าที่โดยด่วนที่สุดนะคะ เรื่องการผ่าตัดวันพรุ่งนี้ค่ะ")
"เดี๋ยวค่ะคุณพยาบาล เรนเป็นอะไร แล้วใครผ่าตัดคะ ฮัลโหล..."
ติ๊ด!
ปลายสายตัดไปทันทีทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า ก้อยหน้าเสียหันไปมองหน้าอาทิตย์ที่ยืนจ้องอยู่ด้วยสายตาคมกริบ
"เขาไม่บอกค่ะพี่อาทิตย์ เขาบอกแค่ว่าเรื่องผ่าตัดพรุ่งนี้ และต้องให้เรนเป็นคนคุยเองเท่านั้น"
อาทิตย์คว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาดูเบอร์ล่าสุดที่โทรเข้า เขาจดจำหมายเลขนั้นไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งคืนให้ก้อย
"พี่ฝากก้อยเคลียร์ทางนี้ต่อที มีเรื่องอะไรโทรหาไอ้โน๊ต เงินไม่พอบอกโน๊ตไว้พี่โอนให้เอง"
อาทิตย์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะสับเท้าเดินออกจากห้องพักตรงไปยังรถของตัวเอง ทันทีที่ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ เขาต่อสายหาเพื่อนสนิทในกลุ่มที่มีเส้นสายพอจะเช็คเบอร์โทรศัพท์ได้ทันที
"โน๊ต... กูส่งเบอร์ให้เบอร์หนึ่ง เช็คให้กูทีว่ามาจากแผนกไหน โรงพยาบาลอะไร ด่วนที่สุด"
เขารอเพียงอึดใจเดียว เสียงข้อความตอบกลับก็ดังขึ้นพร้อมพิกัดของโรงพยาบาลกลาง ที่ระบุว่าเป็นเบอร์จากแผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก
"ศัลยกรรมหัวใจอย่างนั้นเหรอ..."
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ใครเป็นอะไรแล้วทำไมเด็กตัวแค่นั้นถึงต้องไปอยู่ที่แผนกที่ดูน่ากลัวขนาดนี้เพียงลำพัง ความสงสัยเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นที่เกาะกินใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อาทิตย์กำพวงมาลัยรถแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกันจนจุกอก ใจหนึ่งเขาก็ยังนึกกังขาว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่แผนการหนีหน้าของรินรดาหรือเปล่า แต่ภาพเบอร์โทรศัพท์จากแผนกศัลยกรรมหัวใจที่โน๊ตส่งมาให้ กลับตอกย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
เขาต้องไปให้เห็นกับตา... ต้องไปดูให้รู้ว่าสิ่งที่รินรดาเผชิญอยู่คือความจริง ไม่ใช่การหลอกลวงเพื่อปั่นหัวเขา
หากเรื่องทั้งหมดคือเรื่องจริง รินรดาก็ไม่ได้หนีเขาเพราะความจองหอง แต่มันมีเรื่องคอขาดบาดตายที่เธอต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง... และเขากลับเป็นคนที่เพิ่งจะตอกย้ำรอยช้ำบนตัวเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ความคิดที่เคยอคติเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกังวลจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด เขาพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่แผ่วลงกว่าเดิม ราวกับอยากจะส่งไปให้ถึงคนที่กำลังรออยู่ปลายทาง
"อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะรินรดา... รอฉันก่อน ฉันกำลังไปหา"
คำแทนตัวที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำเสียงที่อ่อนลง สะท้อนให้เห็นว่าพายุลูกใหญ่ที่เคยตั้งเค้าด้วยความโกรธแค้น บัดนี้ถูกความห่วงใยและไฟแห่งความร้อนใจเข้าครอบงำจนมิด อาทิตย์เหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลกลางทันที ใจเขาเต้นรัวยิ่งกว่าจังหวะเครื่องยนต์ เพียงเพื่อหวังว่าจะไปให้ถึงตัวเธอให้เร็วที่สุด
🏥 หน้าห้อง ICU โรงพยาบาลกลาง
บรรยากาศหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤตยังคงปกคลุมด้วยความเงียบและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ชวนให้รู้สึกหม่นหมอง รินรดานั่งเอนตัวอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาวริมทางเดิน ร่างกายที่อ่อนล้าจากการกรำงานหนักและเหตุการณ์สะเทือนใจที่คณะทำให้เธอแทบจะหลับทั้งที่ยังลืมตา ในใจของเธอยังคงพะวงอยู่กับโทรศัพท์มือถือที่ทิ้งไว้ที่หอพัก... ป่านนี้อาทิตย์คงแทบจะพังห้องเธอไปแล้ว และเขาคงกำลังคลั่งที่เธอไม่ยอมไปตามนัด
"อ้าว... คุณรินรดา มานั่งอยู่นี่เองเหรอคะ"
เสียงทักทายของคุณพยาบาลวัยกลางคนคนเดิมดังขึ้น พร้อมกับที่เธอเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา
"ค่ะคุณพยาบาล... มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"เมื่อครู่พยาบาลโทรไปหาคุณเพื่อจะแจ้งคอนเฟิร์มเวลาผ่าตัดพรุ่งนี้นะคะ เห็นว่ามีคนรับสายแทน พยาบาลเลยแจ้งว่าให้คุณติดต่อกลับเจ้าหน้าที่เอง เพราะกลัวว่าจะเป็นคนนอกนะคะ"
คำบอกเล่าของพยาบาลทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังทันที ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ อาทิตย์... เขาต้องบุกไปที่ห้องเธอแน่ ๆ และถ้าเขาเป็นคนรับสาย เรื่องแม่ที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดคงพังทลายลงในวินาทีนี้
"ใคร... ใครเป็นคนรับสายคะคุณพยาบาล ผู้ชายหรือเปล่าคะ" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
คุณพยาบาลชะงักไปนิดนึงก่อนจะนึกย้อนถึงเสียงที่เพิ่งคุยด้วย
"อ๋อ ไม่ใช่ค่ะ เป็นเสียงผู้หญิง... ดูแล้วน่าจะเป็นรุ่น ๆ เดียวกับน้องนะคะ"
รินรดาถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกจนไหล่ที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนลง ถ้าเป็นเสียงผู้หญิง รุ่นราวคราวเดียวกัน ก็มีอยู่คนเดียวที่น่าจะแวะไปหาเธอในเวลานี้... ก้อย
แต่ความโล่งใจนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะถ้าก้อยเป็นคนรับสายแทนเธอ และรู้ว่าพยาบาลโทรมาจากโรงพยาบาลกลาง ก้อยก็ต้องสงสัยและต้องพยายามตามหาเธอแน่ ๆ และที่สำคัญ... ถ้าอาทิตย์ยังอยู่ตรงนั้นล่ะ รินรดาคิดไปต่าง ๆ นานาด้วยความสับสน
"ขอบคุณมากนะคะคุณพยาบาล เดี๋ยวหนูจะจัดการเองค่ะ"
รินรดาฝืนยิ้มให้พยาบาลจนคล้อยหลัง ก่อนจะซบหน้าลงกับฝ่ามือที่สั่นเทา ความรู้สึกผิดต่อก้อยเริ่มกัดกินใจเธอจนเจ็บจุก ก้อยคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอมาตลอด แต่เธอกลับปิดบังความลับเรื่องแม่ไว้จนก้อยต้องไปรู้จากคนอื่นแบบนี้ ก้อยจะโกรธเธอไหมที่ทำเหมือนไม่เห็นหัวเพื่อน
และความหวาดระแวงอีกอย่างก็เริ่มคืบคลานเข้ามา... ถ้าก้อยรู้ว่าเธออยู่ที่โรงพยาบาล ก้อยจะบอกพี่อาทิตย์หรือเปล่า พี่อาทิตย์ที่เป็นคนทำร้ายเธอในวันนี้ พี่อาทิตย์ที่ก้อยคิดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอไม่สบาย... ก้อยจะหลุดปากบอกพิกัดของเธอไหม หรืออาทิตย์จะบีบคั้นเอาจนก้อยต้องยอมเปิดปาก
ความกังวลตีรวนจนรินรดาแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ ในนาทีนี้เธอต้องการเพียงแค่ที่พึ่งทางใจ แต่ดูเหมือนว่าทุกทางที่เธอเลือกจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงไปเสียหมด เธอหวังเพียงว่าก้อยจะช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ...
แต่รินรดาหารู้ไม่ว่า ในวินาทีที่เธอคิดว่าตัวเองปลอดภัยอยู่หน้าห้องไอซียูนี้ รุ่นพี่จอมบงการที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างตรงหน้า ได้รู้พิกัดของเธอเรียบร้อยแล้ว