โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ (โรงช้าง) เวลา: 12:15 น.
บรรยากาศที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนตัวยาวของแก๊งเฮดว้ากปี 4 ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ อาทิตย์วางสมาร์ตโฟนที่เปิดหน้าเฟซบุ๊กของ "น้ำฝน" ค้างไว้ สายตาคมกริบจ้องสลับไปมาเปรียบเทียบระหว่างหญิงสาวพราวเสน่ห์ในจอ กับร่างเล็กในชุดช็อปโคร่งที่กำลังเดินเข้ามาหา
"รินรดา มานี่"
เสียงทุ้มกังวานทำให้เรนสะดุ้งจนไหล่สั่น เธอจำต้องเดินลากขาเข้ามานั่งข้างเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ตามคำสั่ง
"พี่อาทิตย์มีอะไรกับ... เรน หรือเปล่าคะ"
เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมกริบคู่นั้นที่ดูเหมือนจะอ่านความคิดเธอได้ทุกอย่าง
"รู้จักคนในรูปนี้ไหม"
อาทิตย์เลื่อนโทรศัพท์ไปตรงหน้าเธอช้ าๆ จงใจให้ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านมือเธอ เรนใจหายวาบเมื่อเห็นรูปตัวเองในชุดเดรสสีแดงกำมะหยี่ คนในรูปเซ็กซี่สะดุดตา
"มะ... ไม่รู้จักค่ะ ใครเหรอคะสวยจัง" เธอแสร้งตอบด้วยเสียงซื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น
"สวยเหรอ... เออ กูก็ว่าสวย" อาทิตย์จงใจใช้สรรพนามสนิทสนมจนคนฟังขนลุก
"แต่แปลกนะ พี่เห็นรูปนี้แล้วนึกถึงเราขึ้นมาเฉยเลย... ทั้งที่คนหนึ่งดู แรง แต่อีกคนดู นิ่ง จนจืดชืด"
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นแป้งเด็กผสมกุหลาบจาง ๆ จากตัวเธอ กลิ่นที่เขาจำได้แม่นยำกว่ารูปถ่าย
"ถ้าลองถอดแว่นหนา ๆ นี่ออก แล้วรวบผมให้ดี... พี่ว่าเรนอาจจะขโมยความลับของใครมาซ่อนไว้ก็ได้นะ"
ในขณะที่เรนกำลังจะถูกต้อนจนมุมด้วยสายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเลนส์แว่นเข้าไปถึงความจริง อยู่ ๆ แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนของเธอก็ดังขึ้น เรนสะดุ้งเฮือก รีบดึงโทรศัพท์ขึ้นมาดูเหมือนได้เจอทางรอด
[สายเรียกเข้า: โรงพยาบาล...]
พริบตานั้น ใบหน้าที่เคยพยายามทำให้นิ่งกลับซีดเผือดเหมือนกระดาษ มือที่ประคองโทรศัพท์สั่นระริกจนอาทิตย์สังเกตเห็นได้ชัด เรนไม่ได้สนใจสายตาจับผิดของเขาอีกต่อไป เธอรีบกดรับสายด้วยนิ้วที่สั่นเทา
" ค่ะ... รินรดาพูดค่ะ... "
"อะไรนะจ๊ะ คุณแม่เป็นอะไรนะคะ"
เสียงของเรนขาดห้วงไป แววตาภายใต้เลนส์แว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่สุด อาทิตย์ที่ตั้งท่าจะต้อนเธอให้จนมุมถึงกับชะงักเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ดู "ช็อก" ของจริง
"เรน... เกิดอะไรขึ้น" ก้อยที่ยืนคอยอยู่ใกล้ ๆ ถามด้วยความตกใจ
เรนไม่ได้ตอบก้อย มือเล็กที่ถือโทรศัพท์สั่นจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นหนาเตอะนั้นสั่นระริกและรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอขึ้นมาทันควัน
ลมหายใจของเธอหอบถี่เหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ความหวาดกลัวที่ถูกอาทิตย์ไล่ต้อนเมื่อครู่หายวับไปสิ้น เหลือเพียงความวิตกกังวลมหาศาลที่กัดกินใจจนเธอทำอะไรไม่ถูก
เธอกวาดข้าวของบนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างบ้าคลั่ง มือไม้พันกันพัลวันจนสมุดจดเล่มหนึ่งหล่นพื้น แต่เธอก็แทบไม่สนใจจะเก็บมันให้ดี เรนหันไปหาอาทิตย์ สายตาที่ลนลานและอ้อนวอนของเธอมองสบประสานกับนัยน์ตาคมของเขาโดยลืมตัว
"พี่อาทิตย์... เรนขอโทษนะคะ"
"เรน... เรนต้องรีบไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ เรนขอตัวนะคะ"
เสียงของเธอสั่นเครือจนเกือบจะฟังไม่เป็นภาษา ทันทีที่พูดจบ ร่างเล็กก็หมุนตัววิ่งฝ่าฝูงชนในโรงอาหารออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งจานข้าวที่ยังไม่ได้แตะและสมุดที่ตกอยู่ไว้เป็นอนุสรณ์ ทิ้งให้ก้อยได้แต่ยืนเคว้งมองตามเพื่อนไปด้วยความงุนงง
"เฮ้ย น้องมันเป็นไรวะ หน้าซีดเหมือนจะช็อก" เก่งถามพลางมองตามหลังร่างที่ กึ่งวิ่งกึ่งกระหืดกระหอบนั้นไปจนลับตา
อาทิตย์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคม ที่เคยฉายแววสนุกจากการไล่ต้อนเหยื่อบัดนี้กลับวูบไหวและเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ความสงสัยที่เคยมีแค่เรื่อง 'ตัวตน' เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหน่วงในอกเมื่อเห็นน้ำตาและความหวาดกลัวของจริงในดวงตาคู่นั้น
อาทิตย์ลดสายตาลงมองที่พื้น เขาขยับเท้าเล็กน้อยก่อนจะก้มลงหยิบสมุดโน้ตเล่มหนาที่เรนทำตกไว้ขึ้นมาปัดฝุ่นออกเบา ๆ ปกสมุดมีสติกเกอร์รูปตัวการ์ตูนเล็ก ๆ แปะอยู่ มุมหนึ่งเขียนชื่อ 'รินรดา' ด้วยลายมือตัวบรรจงที่ดูสะอาดตา
"อ้าว เรนลืมสมุดไว้นี่นา" ก้อยอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นสมุดในมือรุ่นพี่ เธอทำท่าจะยื่นมือมาขอรับไป
"พี่อาทิตย์คะ ส่งมาให้ก้อยก็ได้ค่ะเดี๋ยวก้อยเอาไปคืนให้เรนเอง ยัยนั่นน่าจะกำลังสติหลุด คงต้องรีบตามไปดูหน่อย"
"ไม่ต้อง" อาทิตย์บอกสวนทันควันพลางชักสมุดหลบมือก้อยอย่างรวดเร็ว เขาเก็บมันไว้ข้างตัวของตัวเองด้วยท่าทางเรียบเฉย
"เอ่อ... แต่ว่า" ก้อยอึกอัก มองหน้าประธานรุ่นอย่างไม่เข้าใจ
"เมื่อกี้บอกจะไปดูเพื่อนนี่...ไปดูแลเพื่อนเธอเถอะ" อาทิตย์ตัดบท น้ำเสียงนิ่งลึกแต่ทรงพลัง
"ส่วนสมุดเล่มนี้... ถ้าเจ้าของเขาอยากได้คืน ก็ให้มาเอาคืนที่ลานเกียร์ในวันพรุ่งนี้ด้วยตัวเอง"
"เฮ้ยไอ้ทิตย์ มึงจะไปแกล้งน้องมันทำไมอีกวะ" เก่งขมวดคิ้วทัก
"น้องมันยิ่งหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่ มึงไม่สงสารน้องมันบ้างเหรอ"
อาทิตย์ไม่ตอบคำถามเพื่อน เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วลูบผ่านชื่อบนหน้าปกสมุดเบา ๆ นัยน์ตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ยากจะคาดเดา เขารู้ดีว่าสมุดเล่มนี้คือ 'ข้ออ้าง' ชั้นดีที่จะทำให้เขาได้เจอตัวรินรดาอีกครั้ง... ในแบบที่เธอหนีเขาไม่ได้
"กูไม่ได้แกล้ง... กูแค่จะเก็บรักษาไว้ให้เจ้าของเขาก็เท่านั้น"
เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนมุ่งหน้าไปยังลานเกียร์ ทิ้งให้เก่งกับโน้ตมองหน้ากันอย่างงุนงง ส่วนก้อยก็ได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเฮดว้ากจอมโหดคนนี้
ก้อยรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามออกไปทางหน้าโรงอาหาร สายตาสอดส่ายหาเพื่อนสนิทอย่างลนลาน แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงฝูงชนที่เดินขวักไขว่และรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปพอดี
"เรน! เรน!"
ก้อยตะโกนเรียกเสียงดัง แต่ไร้เสียงตอบรับ เธอยืนหอบหายใจพลางมองตามท้ายรถที่หายลับไปทางโค้งตึก มือบางยกขึ้นเกาหัวอย่างจำใจ
"ไปไวชะมัดเลยยัยคนนี้..."
ก้อยพึมพำกับตัวเองด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสมุดของเพื่อนยังอยู่ที่เฮดว้ากหน้าดุคนนั้น เธอกดโทรศัพท์หาเรนหลายสาย แต่ปลายเป็นสายไม่ว่างตลอดเวลา คงเพราะเรนกำลังคุยสายกับใครอยู่ ก้อยจึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ในแอปพลิเคชันไลน์แทน
Koy: เรน แกถึงไหนแล้ว ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ เดี๋ยวฉันเช็กชื่อคาบบ่ายให้
Koy: อ้อ... แล้วก็สมุดโน้ตแก พี่อาทิตย์เก็บไว้นะ เขาบอกว่าถ้าแกอยากได้คืน... ให้ไปเอาที่เกียร์เอง
ก้อยถอนหายใจยาวพลางมองกลับไปที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่ตอนนี้ว่างเปล่า ความกังวลเรื่องของเรนก็ส่วนหนึ่ง แต่ความกังวลที่เพิ่มเข้ามาคือสายตาของพี่อาทิตย์ตอนที่บอกว่า 'ให้มาเอาคืนด้วยตัวเอง' นั่นแหละ มันดูไม่ใช่การแกล้งเพื่อความสะใจเหมือนทุกที แต่มันดูเหมือน... เขากำลังวางกับดักรอให้เรนเดินเข้าไปหาเสียมากกว่า
"ขอให้แกปลอดภัยจากพี่อาทิตย์ด้วยเหมือนกัน" ก้อยพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินคอตกกลับเข้าไปเตรียมตัวเรียนคาบบ่ายเพียงลำพัง