เสียงฝีเท้าหนัก ๆ บดขยี้ลงบนพื้นกระเบื้องทางเดินหอพักสตรีอย่างไม่เกรงใจใคร อาทิตย์ไม่ได้สนใจป้าย ‘ห้ามส่งเสียงดัง’ หรือ ‘ห้ามผู้ชายเข้า’ ที่ติดอยู่ตามผนังเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องที่จำเลขได้แม่นยำจากการใช้อำนาจเฮดว้ากแอบสืบประวัติมา มือหนาคว้าลูกบิดแล้วออกแรงหมุนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเคร้ง! แต่แรงต้านจากกลอนด้านในกลับทำให้เส้นความอดทนที่ขาดผึงอยู่แล้วพุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก
ปัง! ปัง! ปัง!
"รินรดา เปิดประตู" เขาตะโกนเรียกเสียงดังลั่นพลางทุบประตูรัวจนห้องข้าง ๆ เริ่มทนไม่ไหว
แกรก!
บานประตูห้องฝั่งตรงข้ามถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง นักศึกษาสาวคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งระคนตื่นกลัว แต่ความรำคาญมีมากกว่าเธอจึงแหวใส่เขาทันที
"นี่คุณ ทุบประตูเสียงดังรบกวนคนอื่นเขาทำไมเนี่ย ที่นี่หอพักสตรีนะ ไม่ใช่ลานจอดรถคณะวิศวะจะมาทำป่าเถื่อนแถวนี้ไม่ได้! แล้วอีกอย่างหอพักสตรีล้วนนะ คุณเข้ามาได้ยังไง!"
สายตาคู่คมตวัดขวับไปถลึงใส่พร้อมกับตวาดกร้าวเสียงดังลั่นทางเดินอย่างไม่เกรงกลัว
"มองอะไร ไม่เคยเห็นคนคุยกันหรือไง" อาทิตย์แผดเสียงอำหิตใส่จนนักศึกษาสาวคนนั้นหน้าซีด แต่เธอก็ยังแข็งใจตะโกนกลับมาด้วยความโมโห
"คุยกันบ้าอะไรขู่กรรโชกขนาดนี้ ถ้ายังไม่หยุดทุบและไม่ออกไปจากที่นี่ ฉันจะโทรแจ้งนิติบุคคลให้ลากตัวคุณออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ความหงุดหงิดที่ไม่มีที่ลงบวกกับคำขู่เรื่องนิติฯ ทำให้อาทิตย์อารมณ์เดือดจนเกินกั้น เขาหันกลับมาขยับขา ก่อนจะเหวี่ยงเท้าถีบประตูห้องรินรดาเต็มแรง โครม
"เออ! อยากแจ้งก็แจ้งไปเลย แต่อย่าเสือกมาสั่งกู!" เขาตวาดลั่นใส่ห้องตรงข้ามจนบานประตูห้องนั้นรีบปิดลงและล็อกกลอนดังปังทันที
แรงกระแทกส่งผลให้ประตูสั่นสะเทือนไปทั้งบาน แต่กลอนประตูด้านในที่รินรดาล็อกไว้อย่างแน่นหนาก็กำลังทำหน้าที่ของมันได้ดี อาทิตย์หอบหายใจรัว นัยน์ตาคู่วาวโรจน์จ้องบานประตูสลับกับทางเดินพลางคำรามใส่ความว่างเปล่า
"กูรู้ว่ามึงอยู่ข้างใน เปิดออกมาคุยกับกูเดี๋ยวนี้ รินรดา"
ความเงียบที่ตอบกลับมาทำให้อาทิตย์คลั่งจนแทบจะถีบซ้ำเพื่อพังเข้าไป ถ้าไม่ใช่เพราะมีเสียงหวานที่คุ้นหูทักขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
"พี่อาทิตย์... มาทำอะไรที่หน้าห้องเรนค่ะ"
อาทิตย์หันขวับไปมอง เจ้าของเสียงคือ 'ก้อย' เพื่อนสนิทของรินรดาที่ยืนถือถุงโจ๊กและห่อขวดยาด้วยท่าทางตื่นตระหนก สายตาของอาทิตย์ตวัดลงมองถุงยาในมือก้อยทันที
"เธอเป็นอะไร ทำไมต้องเอายามาให้" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกดดัน
"ก็...ก็เรนไม่สบายนี่คะ เมื่อกลางวันพวกพี่ว้ากเล่นเรนหนักจนเพื่อนก้อยหน้ามืดเกือบเป็นลม ข้อมือก็เขียวช้ำไปหมด พี่อาทิตย์ใจร้ายเกินไปหรือเปล่าคะ" ก้อยที่ปกติจะกลัวรุ่นพี่ กลับฮึดสู้ด้วยความสงสารเพื่อน
ก้อยบอกว่าเธอข้อมือเขียวช้ำทำให้หัวใจของอาทิตย์กระตุกวูบ ความรู้สึกผิดแล่นผ่านเข้ามาแวบหนึ่งก่อนจะถูกกลบด้วยความโกรธที่คิดว่ารินรดาใช้ความเจ็บป่วยมาเป็นข้ออ้างหนีหน้าเขา
"เธออยู่ในห้องใช่ไหม" เขาถามเสียงเข้ม
"น่าจะอยู่นะคะ เรนบอกก้อยว่าจะกลับมานอนพัก... เรน เรนอยู่ข้างในไหมแก" ก้อยพยายามเคาะเรียกแต่ก็มีเพียงความเงียบ
"เดี๋ยวค่ะ ก้อยลองโทรหาดู"
ก้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก สายตาของอาทิตย์จ้องเขม็งไปที่บานประตูอย่างรอคอย
ตึ๊ง
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความดังลอดออกมาจากรอยแยกใต้ประตูห้องพักอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียงสั่นครืดเบา ๆ ของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ด้านใน ไม่มีคนรับสาย... มีเพียงเสียงแจ้งเตือนที่ตอกย้ำว่าเจ้าของเครื่องทิ้งมันไว้ในห้อง
"ทำไมไม่รับล่ะ..." ก้อยหน้าเสีย พยายามกดโทรซ้ำอีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเสียงสั่นของมือถือจากในห้องจะดังสอดประสานขึ้นมาเสมอ
"หรือว่าเรนจะเป็นอะไรไป พี่อาทิตย์... เรนมันไม่ได้สติหรือเปล่าคะ"
อาทิตย์ใจหายวูบ ความคิดที่ว่าร่างบางอาจจะช็อกหรือหมดสติอยู่ข้างในทำให้ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยความวิตกกังวลที่แล่นริ้วเข้ามาจับหัวใจ เขาถอยหลังหนึ่งก้าว จัดท่าทางเตรียมจะใช้กำลังกระแทกพังประตูเข้าไปจริงๆ
"หยุดเลยนะคุณ จะทำอะไรน่ะ"
เสียงตวาดเข้มของชายวัยกลางคนในชุดฟอร์มเข้ามาขัดจังหวะ ชายสองคนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของหอพักเดินแกมวิ่งขึ้นบันไดมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากได้รับแจ้งเหตุร้องเรียนจากคนบนชั้นนี้
"มีคนแจ้งว่าคุณมาส่งเสียงดังโวยวาย แถมยังถีบประตูห้องพักคนอื่นเสียหาย ที่นี่หอพักสตรีนะครับคุณ ทำแบบนี้มันละเมิดกฎและสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ถอยออกมาเลยนะ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจจับคุณข้อหาบุกรุก" เจ้าหน้าที่ตำหนิอาทิตย์ชุดใหญ่พลางก้าวเข้ามาขวางหน้าประตูไว้
หากเป็นเวลาปกติ เฮดว้ากจอมโหดอย่างอาทิตย์คงสวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจใคร แต่ในนาทีนี้แววตาคมปลาบกลับฉายแววกระวนกระวาย สายตาของเขาตวัดมองบานประตูที่ยังคงเงียบสนิทสลับกับถุงยาในมือก้อย ก่อนจะหันมาเผชิญหน้านิติบุคคลด้วยน้ำเสียงเครียดจัด
"พี่... คนในห้องนี้กำลังไม่สบายหนัก เพื่อนเขาโทรหาเป็นสิบสายแล้วแต่ไม่มีคนรับ มีแต่เสียงมือถือดังอยู่ข้างใน" อาทิตย์บอกเสียงเข้มแฝงความตื่นตระหนก
"ถ้าคนข้างในเป็นลมหรือช็อกหมดสติไปจะทำยังไง พี่เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลย"
"จริงค่ะพี่ เรนไม่สบายมากจริง ๆ ก้อยเป็นห่วงเพื่อน" ก้อยรีบช่วยพูดสมทบด้วยน้ำตาคลอเบ้า
คำพูดของอาทิตย์และท่าทางร้อนรนของก้อยทำให้นิติบุคคลชะงักไป สีหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นความลังเลเมื่อเห็นว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับความเป็นความตายของนักศึกษา
"เอ่อ... งั้นรอแป๊บหนึ่ง ผมต้องลงไปเอากุญแจสำรอง"
"ไม่ต้องรอแล้วพี่ ช้ากว่านี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาพี่รับผิดชอบไหวไหม" อาทิตย์ตวาดลั่นอย่างลืมตัว ความกลัวว่ารินรดาจะเป็นอะไรไปทำให้เขาไม่สนใจกฎเกณฑ์อีกต่อไป เขาเบียดตัวแทรกเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้วยกเท้าขึ้นเตรียมจะพังประตูห้องให้รู้แล้วรู้รอด
"หยุดก่อนคุณ อย่าพังเข้าไปเด็ดขาด ถ้าประตูพังคุณต้องชดใช้ค่าเสียหายนะ" เจ้าหน้าที่รีบร้องห้ามพลางดึงแขนอาทิตย์ไว้เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเตรียมจะใช้กำลัง
"รอตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมรีบไปเอากุญแจสำรอง วิ่งลงไปแป๊บเดียว"
เจ้าหน้าที่นิติบุคคลกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อาทิตย์ยืนกำหมัดแน่น ลมหายใจเข้าออกแรงถี่ด้วยความขัดใจ สายตาคมกริบจ้องบานประตูสลับกับมองมือก้อยที่พยายามกดโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เสียงสั่นของโทรศัพท์ด้านในก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างนั้น... มันตอกย้ำความเงียบงันจนน่ากลัว
ผ่านไปไม่ถึงนาที เจ้าหน้าที่คนเดิมก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับขึ้นมาพร้อมพวงกุญแจสำรองในมือ เขารีบเลือกดอกที่ถูกต้องแล้วเสียบเข้าไปในแม่กุญแจทันที
แกรก...
เสียงปลดล็อกลูกบิดดังขึ้น อาทิตย์ไม่รอช้า เขาใช้มือผลักบานประตูให้เปิดออกทันทีด้วยหัวใจที่เต้นรัวพลางก้าวเท้าเข้าไปในห้องเป็นคนแรก
"รินรดา / เรน"
เสียงของอาทิตย์และก้อยตะโกนเรียกพร้อมกัน แต่ว่า... สภาพภายในห้องพักสี่เหลี่ยมกลับเงียบสงัด แสงไฟในห้องถูกปิดจนมืดมิด มีเพียงแสงสว่างรำไรจากไฟทางเดินที่ส่องเข้าไปกระทบกับเตียงนอนที่ว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่างของเด็กสาวที่พวกเขากำลังกังวลใจนอนหมดสติอยู่เลยแม้แต่น้อย
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความว่างเปล่า...
"อ้าว... ไม่อยู่หรอกเหรอ" นิติบุคคลพึมพำพลางเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟจนห้องสว่างวาบ
ก้อยรีบเดินนำเข้าไปที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กทันที สายตาของเธอสะดุดเข้ากับวัตถุทรงสี่เหลี่ยมที่กำลังสั่นค้างและหน้าจอสว่างวาบเพราะสายเรียกเข้าที่เพิ่งตัดไป
"เรนไม่ได้อยู่ในห้อง... แต่ทิ้งโทรศัพท์ไว้" ก้อยหน้าเสีย หันมามองหน้าอาทิตย์ด้วยความสับสนและหวาดหวั่นใจยิ่งกว่าเดิม
"ถ้าเรนไม่อยู่ที่นี่ แล้วในสภาพที่ป่วยขนาดนั้น... เรนจะไปไหนได้อีก"