CHAPTER 5 พี่น่ารักจนหนูแทบอดใจไม่ไหว

1400 Words
มาร์คมายืนอยู่โรงพยาบาลเดิมเมื่อวานอีกครั้ง เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายขวางสีขาวธรรมดาแต่เมื่ออยู่บนร่างของเขากลับราวกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร พอนึกถึงบทสนทนาเมื่อวานเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกไหมที่ยอมรับข้อเสนอเธอไปแบบนั้น ‘นานแค่ไหน’ ‘หมายความว่าไง?’ เธอถามเขาน้ำเสียงตกใจทั้งที่ตัวเองเป็นคนยื่นข้อเสนอให้เขาเองแท้ๆ ‘นานแค่ไหนเธอถึงจะเบื่อ’ ‘สามเดือน เพลงขอเวลาแค่สามเดือน’ มาร์คกดล็อกรถแล้วเดินขึ้นไปบนห้องพักผู้ป่วย สามเดือนก็เป็นระยะเวลาสั้นๆ สมกับที่เป็นคนเบื่ออะไรง่ายๆแบบเธอดี พอเขาตอบตกลงเจ้าตัวก็เริ่มด้วยการให้เขามารับกลับบ้าน ข้อนี้มาร์คเต็มใจทำเพราะกังวลว่าส่วนหนึ่งจะเป็นความผิดเขาด้วยที่ทำให้เธอป่วย แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้เป็นช่วงสอบเธออ่านหนังสือไม่ทัน พักผ่อนน้อยแล้วยังไปกินเหล้ากับเพื่อนต่อจนวูบไปจนต้องมาแอดมิดโรงพยาบาล ถ้าเป็นยัยมิ้นน้องเขาทำตัวแบบนี้คงถูกเขาดุจนไม่กล้าอีก แต่เธอไม่ใช่น้องเขานี่ เขาก็ไม่ควรไปตำหนิกะเกณฑ์อะไรกับชีวิตเธอ ร่างกายเธอเองอยากจะใช้แบบไหนก็ตามใจ มาร์คพบว่าชุดที่เธอใส่ออกจากโรงพยาบาลเป็นชุดที่ไม่ขัดใจเขานัก เป็นชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนธรรมดาไม่มีโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งตรงไหนเหมือนคืนนั้น เขานึกว่าเธอจะเป็นพวกแต่งตัวเซ็กซี่ตลอดเวลาที่แท้เธอก็แต่งตัวธรรมดาเหมือนชาวบ้านเป็นเหมือนกัน “แวะกินข้าวกันก่อนนะ” เพลงหันมาบอกเขาเมื่อนั่งรถกันมาได้สักพัก ท่าทางเธอดูเป็นธรรมชาติจนเขาประหลาดใจ เธอดูเข้ากับคนได้ง่าย พูดกับเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ คงเพราะท่าทางแบบนี้เองถึงทำให้ผู้ชายหลงเสน่ห์เธอหัวปักหัวปำได้ง่ายๆ เพราะคิดแบบนั้นเสียงของเขาจึงหงุดหงิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว “อยากกินอะไรล่ะ” “ก๋วยเตี๋ยวร้านป้าเพ็ญ” แล้วเธอก็บอกทางว่าร้านป้าเพ็ญอยู่ตรงไหน ก๋วยเตี๋ยวร้านป้าเพ็ญอร่อยแค่ไหน ความจริงเขาไม่แปลกใจว่าทำไมก๋วยเตี๋ยวป้าเพ็ญถึงดัง แต่เขาแปลกใจที่เธอรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวป้าเพ็ญมากกว่า ก็นั่นร้านโปรดของเขากับน้องสาวเลย “ร้านป้าเพ็ญอยู่แถว” คนคุยเก่งพูดไม่หยุด แล้วเธอก็บอกทางไปร้านซึ่งความจริงเธอไม่จำเป็นต้องบอกด้วยซ้ำเพราะร้านป้าเพ็ญที่เธอพูดถึงอยู่ห่างคอนโดเขาไปอีกซอยและเป็นร้านที่เขารู้จักดี “เส้นเล็กไม่งอกค่ะ...พี่ล่ะกินอะไร” เธอหันไปถามคนมาด้วยกัน “เรียกพี่ได้ใช่เปล่า ก็อายุเยอะกว่าเรานี่” คนสวยชะงักไปนิดเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากัน แล้วเห็นหน้านิ่งๆ ของเขา ไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจอะไรเธอหรือเปล่า หรือคนไม่ใช่อย่างเธอทำอะไรก็ไม่ถูกใจ “อืม...จะเรียกอะไรก็ตามใจ” พอเห็นเธอจ๋อยลงทำไมเขาต้องรีบอนุญาตก็ไม่รู้ สงสัยเขาอยู่กับยัยมิ้นบ่อยจนเกินไปถึงกลายเป็นคนใจอ่อนไปขนาดนี้ “เล็กไม่งอกเหมือนกันครับ” มาร์คหันไปบอกเด็กเสิร์ฟที่รอรับออร์เดอร์ สักพักก็มีเด็กน้อยมาขายขนม “พี่ช่วยซื้อขนม...” ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่เด็กน้อยตรงหน้ายังพูดไม่จบ เพลงสังเกตเห็นตาของเด็กชายร่างผอมระริกเหมือนจะมีน้ำตา แต่เจ้าตัวก็ยังพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มือที่ถือตะกร้าขนมก็กำแน่นเข้า “มีอะไรบ้างเดี๋ยวพี่ซื้อเอง” พอได้ยินพี่สาวคนสวยที่นั่งอีกฝั่งพูดแบบนั้น ดวงหน้าเล็กจ๋อยก็สดใสขึ้นทันตา “มีขนม...แล้วก็...ขอบคุณพี่คนสวยครับ” เด็กน้อยวัยสิบขวบพูดคร่องปรื๋อ หยิบขนมใส่ถุงทอนเงินให้แล้ว ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก โค้งให้เธออีกครั้ง ก่อนจากไปยังไม่วายปรายตามามองพี่ชายใจร้ายแวบหนึ่ง มาร์คมุมปากกระตุก แค่เขาไม่ช่วยซื้อขนมมองเหมือนเขาเดินไปตบหัวเสียอย่างนั้น พอถูกตาคมดุจ้องนานๆ เข้าเจ้าเด็กน้อยก็ยอมแพ้แล้ววิ่งจากไป “พี่ไม่ชอบกินขนมเหรอ” จากการติดตามชีวิตเขามาตลอดหลายปีในฐานะแฟนคลับอันดับหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้ เธอรู้ว่าเขาเป็นคนใจดีมากโดยเฉพาะกับเด็ก คนชรา เมื่อกี้เธอนึกว่าเขาจะเหมาหมดแต่กลับไม่ช่วยซื้อเลยสักถุง “ไม่...อยากให้เด็กกลับไปเรียนมากกว่าจะต้องมาทำงานแบบนี้” “อ้อ...แต่เด็กบางคนก็อาจจะอยากมาขายไม่ได้ถูกใครบังคับให้มา” เพราะเจ้าตัวเป็นคนพูดเก่งจึงเผลออธิบายให้เขาเข้าใจเสียหน่อย สมัยเธออยู่กับยายแค่สองคน เธออยากช่วยยายขายขนมมากกว่าเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่ยายก็ไม่ยอม ไล่ให้เธอไปโรงเรียน เพราะฉะนั้นพอเลิกเรียนเธอก็จะรีบตรงกลับบ้านไปช่วยยายเก็บของจากตลาดทันที มาร์คมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ เธอดูมีความคิดความอ่านกว่าที่คิด รู้สึกละอายด้วยซ้ำที่เขาคิดตื้นเขินว่าเด็กเหล่านั้นถูกผู้ใหญ่ใช้แรงงานจนเกินไป เธอยังดูมีความคิดลึกซึ้งมากกว่าเขาไปเสียอีก “ลูกชิ้นหน้าร้านป้าเพ็ญก็อร่อยนะ” เพลงเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้สึกว่าเรื่องที่คุยดูซีเรียสจริงจังเกินไป ร้านป้าเพ็ญมีรถเข็นขายลูกชิ้นยืนกินที่ขายดีมาก ไม่เกินบ่ายสองของแต่ละวันก็ขายหมด ปกติต้องต่อคิวกันซื้อยาวเลยทีเดียว “อืม” เขาตอบสั้นๆ แต่รู้จริงๆ ว่าอร่อยเพราะปกติเวลาเขามากับน้องสาวก็สั่งกลับไปกินที่คอนโดต่อเหมือนกัน “เพลงขอสั่งลูกชิ้นกลับบ้านด้วยได้เปล่า” เธอถามเขาด้วยท่าทางมีชีวิตชีวาเพราะวันนี้รู้สึกมีความสุขมากจริงๆ “เอาสิ...ไม่อิ่มเหรอ” มาร์คถามอย่างแปลกใจ เธอตัวเล็กแค่นี้ ยังจำได้ว่าชุดสายเดี่ยวโชว์เอวที่เธอใส่คืนนั้นเผยให้เห็นช่วงเอวคอดที่ไม่มีไขมันส่วนเกินเลยสักนิด นึกว่าเธอจะกลัวอ้วนแต่กลับกินเยอะกว่าที่เขาคิด “เปล่า หน้าคอนโดเพลงมีน้องหมากำพร้า เราตั้งชื่อให้ว่าจัมโบ้ จัมโบ้ชอบลูกชิ้นร้านนี้มาก ซื้อไปให้ทีไรกินหมดภายในพริบตา” คนสวยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงมีความสุข แค่เขาถามเธอเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ทำให้ใจฟองฟูแล้ว เขาไม่รู้หรอกว่าเขามีผลต่อความรู้สึกของคนคนหนึ่งแค่ไหน “ใจดีกว่าที่คิด” รอยยิ้มที่มุมปากของเขากดลึกอย่างที่น้อยคนนักจะได้เห็น มาร์คก้มหน้าลงกินก๋วยเตี๋ยวต่อ เลยไม่ได้เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของสาวสวยตรงหน้า เพลงนึกสงสัยว่าเขาจะหลงกลเธอบ้างหรือยังนะ เขาใจดี รักเด็ก รักหมา เธอก็อยากแสดงออกด้านนั้นให้เขาเห็นบ้าง “พี่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยเหรอ” อยู่ๆ เธอก็นึกสงสัยว่าเขาดีเลิศขนาดนี้ หล่อขนาดนี้จะไม่มีสาวๆ ที่ไหนมาหลงเสน่ห์เลยเหรอ “อืม ไม่เคยมี” มาร์คตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไร เขาทั้งทำงาน เรียน ดูแลน้อง ถ้ามีเวลาไปมีแฟนสิถึงจะแปลก “ไม่เคยมีใครมาจีบพี่ เหมือนที่เพลงทำตอนนี้เลยเหรอ” เธอถามอย่างคาดไม่ถึง อยู่ๆ เพลงก็นึกขึ้นได้ว่า อาจไม่ใช่เธอคนแรกที่เข้าหาเขาแบบนี้ ทั้งหล่อทั้งแสนดีขนาดนี้ ไม่น่าจะถูกสาวๆ มองข้ามได้ง่ายๆ “เยอะแยะ” เจ้าตัวช่วยยืนยันสิ่งที่เธอคิด คนฟังทำหน้าจ๋อยไหล่บางลู่ลง วางตะเกียบในมือลงบนถ้วยท่าทางอยากอาหารเมื่อกี้หายไปหมด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD