“เป็นอะไรวะ ทำไมหมู่นี้ดูหงุดหงิด”
เป็กถามเพื่อน เมื่อมาร์คนั่งลงที่ม้าหินอ่อน เจ้าดำปี๋ก็กระดิกหางเข้ามาหานั่งลงให้หนุ่มหล่อเกาคางให้อย่างรู้งาน
“นั่นสิ” แจ็คก็มองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะเพื่อนมาร์คคนดีของพวกเขาดูหงุดหงิดงุ่นง่านแปลกๆ ยังกับผู้หญิงมีวันนั้นของเดือน
“แล้วมึงดีขึ้นแล้วเหรอแจ็ค” เนมถามเพราะเห็นหน้าตาเพื่อนสดใส ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเมาหัวราน้ำ น้องเพลงอย่างนั้น น้องเพลงอย่างนี้อยู่เลย เป็นคนไม่คิดอะไรเยอะเหมือนแจ็คนี่ก็ดีเหมือนกัน อกหักก็แค่แป๊บๆ
“ดีขึ้นแล้วดิ ตอนนี้มันมีสาวคนใหม่มาดามใจแล้วโว้ย” เป็กนั่งลงกอดคอแจ็คเพื่อนรักแล้วเริ่มเมาท์ชีวิตรักของเพื่อนต่ออย่างออกรส
“เรื่องของเรื่องคือมันเห็นรูปน้องเพลงกับผู้ชายคนใหม่ในเฟซมหาลัย มันเลยต้องรีบหาคนมาดามใจ” เป็กอธิบายต่ออย่างผู้รู้ลึกรู้จริงเมื่อคนทั้งกลุ่มมองมา
“ผู้ชายคนใหม่นี่ก็ท่าทางคุ้นๆ แต่กูนึกไม่ออก มันติดอยู่ที่ริมฝีปาก” แจ็คเห็นแค่แผ่นหลังเขาก็คิดว่าคุ้นอยู่เหมือนกันแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเลยขี้เกียจจะคิดเพราะยังไงชีวิตเขาก็ต้องมูฟออน
พอได้ยินชื่อน้องเพลง อารมณ์ที่กรุ่นๆ ของมาร์คก็เหมือนจะปะทุขึ้น เขาไม่เจอเธอมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากเหตุการณ์ในรถวันนั้น เขารู้สึกว่าเธอพยายามหลบหน้ากันเพราะเขาเคยบังเอิญขับผ่านไปแถวคอนโดเธอทั้งก่อนมามหาลัยและตอนกลับจนมิ้นบ่นว่าทำไมขับผ่านเส้นทางรถติดทุกวัน แต่เขาก็ไม่เคย ‘บังเอิญ’ เจอเธอเลยสักครั้ง ทั้งที่เธอเป็นคนบอกเขาเองว่าขอเวลาสามเดือน เขานึกว่าเธอจะเร่งทำคะแนนเสียอีก แต่กลับหายไปดื้อๆ เขาน่าจะโล่งใจที่ผู้หญิงคนนั้นจะไม่มาตามตอแยเขาอีก แต่ทำไมในใจมันถึงหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุก็ไม่รู้
“เนี่ยดูดิ พวกมึงรู้เปล่าวะว่าใคร กูว่าคุ้นๆ” เพื่อนทั้งกลุ่มต่างสุมหัวกันมองเฟซที่แจ็คเปิดรูปให้ดู เว้นเสียแต่ร่างสูงของใครอีกคน
“กูไปละนะ เดี๋ยวต้องพามิ้นไปซื้อของ” มาร์คเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจใครอีก ทิ้งให้เพื่อนๆ ได้แต่มองตามอย่างงงๆ
แต่เอาเข้าจริงเขากลับไม่ได้พามิ้นไปซื้อของอย่างที่บอกเพื่อน รถยนต์คันหรูกลับมาจอดอยู่หน้าคณะมนุษย์ฯแทน มาร์คมองเห็นเธอเดินสวยมาแต่ไกล ตากลมโตถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์เพิ่มความเฉี่ยว ชุดนักศึกษาที่เธอสวมเข้ารูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้ชัดเจน กระโปรงทรงเอก็สั้นขึ้นมาเลยเข่า แค่มาเรียนไม่รู้จะพิถีพิถันในการแต่งตัวอะไรนักหนาเขาไม่ค่อยเข้าใจพวกผู้หญิงเลย
เพลงล่ำลาเพื่อนๆ สักพักจึงแยกตัวออกมาขณะกำลังจะเดินผ่านรถหรู รถคันนั้นกลับบีบแตรขึ้น คนสวยตาโตด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นรถใคร แต่พอนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวของเขาก็เรียนคณะเดียวกับเธอ เขาคงมารับน้องจึงคิดจะเดินผ่าน แต่คนบนรถกลับกดกระจกลงเรียก
“ขึ้นรถ” เจ้าของรถออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ
เพลงมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจ เมื่อแน่ใจว่าเขาบอกเธอนั่นแหละจึงอ้อมไปขึ้นข้างคนขับอย่างว่าง่ายเพราะกลัวยืนอยู่นานจะเป็นเป้าสายตามากกว่านี้ พอขึ้นมานั่งบนรถเพลงก็หันมาฉีกยิ้มกว้างให้เขา ไม่เจอเขาแค่ไม่กี่สัปดาห์ทำไมถึงรู้สึกคิดถึงได้มากขนาดนี้ก็ไม่รู้
“พี่มาทำอะไรที่คณะเพลงเหรอ”
มาร์คไม่ตอบแต่กลับขับรถออกไปทันที คนสวยได้แต่ย่นจมูกใส่คนปากหนัก พูดกับเธอสักหน่อยจะตายหรือไงกันนะ
“เงียบมากๆ ระวังน้ำลายบูดไม่รู้ด้วย”
มาร์คยังคงขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคำพูดประชดประชันของเธอ เมื่อคนปากหนักไม่ยอมตอบเพลงจึงหันออกไปมองข้างทางแทน เป็นเส้นทางกลับคอนโดของเธอที่เธอคุ้นเคยดี คนสวยเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกว่าเขาใจดีขับรถมาส่ง แต่สักพักคิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นเมื่อเขาขับเลยซอยเข้าคอนโดเธอไป
“เราจะไปไหนกันคะ” ตอนแรกเธอนึกว่าเขาใจดีจะมาส่งเธอเสียอีก จนกระทั่งเขามาจอดลงที่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง
“เรามาทำอะไรที่นี่คะ”
“คอนโดพี่” มาร์คหันมาตอบเสียงเรียบเมื่อจอดรถเรียบร้อย
“หา! คอนโดพี่มาร์ค อย่าบอกนะว่า...”
ชายหนุ่มเจ้าของรถหันมาดีดหน้าผากเนียนนั่นเบาๆ เมื่อเห็นเธออ้าปากเหวอ ดูออกเลยว่าเจ้าตัวต้องกำลังคิดอะไรแผลงๆอยู่
“ไม่ต้องกังวลหรอก ไม่ได้จะทำอะไรมิ้นก็อยู่”
“อ้อ” หน้าแดงซ่านของเธอกลับมาเป็นสีปกติ ก็แหม...พามาขึ้นคอนโดขนาดนี้ นึกว่าเขานึกพิศวาสเธออยากอยู่กันสองต่อสองเสียอีก ความจริงเธอไม่ได้กังวลว่าเขาจะทำอะไรนะ กังวลว่าตัวเองเนี่ยจะอดใจไม่ไหวจนเผลอทำอะไรเขาเข้า
“แล้วเรามาที่นี่ทำไมคะ” เธอถามอย่างสงสัย
“มิ้นเห็นรูปเพลงในเพจอะไรสักอย่างแล้วจำได้ว่าผู้ชายที่อยู่กับเพลงวันนั้นคือพี่ เลยจะพาเพลงมาอธิบาย”
ที่แท้ก็เพราะรูปเจ้าปัญหานั้นนั่นเอง สมกับเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา เห็นแค่ข้างหลังยังจำพี่ชายตัวเองได้ ว่าแต่จะให้เธอมาอธิบายกับน้องสาวเขาว่าอะไร ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามพี่มาร์คก็เดินนำไปก่อน เธอรีบเปิดประตูรถวิ่งตามลงไปแทบไม่ทัน