“กรี๊ด พี่เพลงไม่นึกเลยว่าพี่เพลงจะมาคอนโดมิ้น”
น้องสาวของเขากรี๊ดกร๊าดวิ่งเข้ามากอดเอวคอดกิ่วของเพลงอย่างดีใจที่ไอดอลด้านความงามมาเยือนถึงคอนโด
“น้อยๆ หน่อยยัยมิ้น” มาร์คมองคนเป็นน้องอย่างหมั่นไส้ ก่อนหันไปมองร่างบางที่ถูกน้องสาวกอดอยู่ ดูท่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ได้มีเสน่ห์แค่กับเพศตรงข้ามกับเพศเดียวกันก็ไม่เว้น
“คุยกันตามสบายเลยนะเดี๋ยวพี่ไปเตรียมอาหารก่อน” มาร์คปล่อยให้เธออยู่กับน้องสาวเขา ส่วนตัวเองแยกเข้าครัว ร่างสูงในชุดนักศึกษาชายหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมอย่างคล่องแคล่ว ภาพผู้ชายเข้าครัวทำอาหารเป็นอะไรที่ดูมีเสน่ห์มากสำหรับเพลง แต่เอาจริงถ้าเป็นเขาทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์หมดแหละในสายตาเธอ
“พี่มาร์คเข้าครัวบ่อยเหรอดูชำนาญ” คนสวยแอบเก็บข้อมูลจากน้องเขาเมื่อชายหนุ่มหันไปมีสมาธิกับงานในครัว
“อืม มิ้นทำอาหารไม่เก่ง พี่มาร์คเลยต้องฝึกทำไม่งั้นคงได้กินอาหารสำเร็จรูปทั้งปีทั้งชาติ” เพลงหันกลับไปมองคนร่างสูงที่กำลังวุ่นอยู่ในครัวอีกครั้งอย่างทึ่งๆ แอบบวกคะแนนที่ไม่รู้จะบวกยังไงแล้วเพิ่มให้เขาไปอีก
“ว่าแต่พี่กับพี่มาร์คคบกันเหรอ มิ้นไม่เห็นรู้” มิ้นจูงมือรุ่นพี่สาวเข้ามานั่งโซฟาในห้องและถามตรงประเด็นเรื่องที่ตัวเองอยากรู้ทันที
“เปล่า เปล่ายังหรอก” เพลงรีบร้อนแก้ตัว ก็ถ้าในสามเดือนนี้เธอจีบเขาไม่ติดก็คงทางใครทางมัน ไม่ได้คบกันหรอก
มิ้นคุยกับเพลงอีกสักพัก สอบถามว่าเธอกับพี่ชายมารู้จักกันได้ยังไงโน่นนั่นนี่ สรุปได้ใจความว่าตอนนี้พี่เพลงกำลังตามจีบพี่ชายตัวเองอยู่ พี่ชายเธอจะรู้ตัวไหมนะว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีขนาดไหน มิ้นคิดว่าถ้าอยากได้คนนี้เป็นพี่สะใภ้เธอควรเปิดโอกาสให้พี่เพลงอีกสักหน่อย พอคุยกับเธอสักพักมิ้นก็เปิดทีวีให้แขกดูระหว่างที่พี่ชายเตรียมอาหาร เนื่องจากพี่เพลงออกตัวก่อนแล้วว่าทำอาหารไม่เก่งเลย มิ้นจึงแนะนำว่าอย่าไปกวนพี่ชายเธอเลย รออยู่ข้างนอกกันน่าจะได้กินข้าวเร็วกว่าเพราะพี่ชายเธอทำอาหารเร็วมากโดยไม่ต้องมีผู้ช่วย
เพลงนั่งที่โซฟาหน้าจอทีวีแต่สมาธิไม่ได้อยู่กับรายการทีวีตรงหน้าเลย เอาแต่มองผู้ชายในชุดผ้ากันเปื้อนในครัวพอเขาเผลอก็แอบยกมือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้ สักพักมิ้นก็ออกมาในชุดสวยพร้อมจะออกไปข้างนอก
“พี่เพลง พี่มาร์ค มิ้นออกไปข้างนอกก่อนนะ”
“อ้าว” เพลงมองตามมิ้นเมื่อเห็นเธอรีบร้อนจะออกไปทั้งที่คนเป็นพี่ชายเพิ่งทำอาหารเสร็จ
“มิ้นนัดกับพี่เวลไว้ พี่มาร์คไม่ยอมให้พี่เวลขึ้นมากินข้าวบนห้อง มิ้นเลยต้องออกไปข้างนอก” เธอพูดทั้งยังย่นจมูกใส่คนเป็นพี่อย่างแสนงอน เป็นเรื่องจริงที่พี่ชายห้ามเธอพาพี่เวลมาคอนโดและห้ามอยู่กับเขาสองต่อสองในห้อง ความจริงมิ้นไม่ได้อยากออกไปกินข้าวกับแฟนหรอก เพิ่งนึกได้กะทันหันเพราะอยากเปิดโอกาสให้พี่เพลงนั่นแหละ ก่อนจะออกจากห้องมิ้นหันมาป้องปากกระซิบคนที่ตัวเองหมายปองจะได้มาเป็นพี่สะใภ้เสียงเบา
“สู้ๆ นะคะพี่เพลง” จากนั้นก็เปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว
พอมิ้นออกไป เพลงก็เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องตามลำพังกับผู้ชายสองต่อสอง แถมยังเป็นผู้ชายที่เธอแอบชอบเสียด้วย มาร์คยกอาหารที่ทำเสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะกินข้าว แล้วมองคนที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่วางใจ ไม่รู้เจ้าหล่อนคิดอะไรแปลกๆขึ้นมาอีกถึงยิ้มแบบนั้น
“กินข้าวกันเถอะ” เขาเรียกเธอเข้ามาในครัวแล้วเริ่มตักข้าวสวยร้อนๆ ให้ เพลงเดินมานั่งตาลอยมองพ่อครัวอย่างสุขใจ เขานี่สามีในฝันชัดๆ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้บ้าง
“กินได้หรือเปล่า...ไม่รู้ว่าชอบอะไร” เขาออกตัวเมื่อเธอนั่งลงบนโต๊ะ ทำเสียเยอะเพราะนึกว่าน้องจะกินด้วย แต่กลับออกไปข้างนอกเสียแล้ว
“ชอบทุกอย่างที่พี่ทำ” มีจังหวะก็หยอดเสียหน่อย แต่เธอไม่ได้อวยเกินจริงเลยนะ อาหารที่เขาทำหน้าตาน่ากินมาก (คนทำอาหารก็น่ากินด้วย)
“กินเถอะ” เขาเริ่มลงมือกินตัดบทการหยอดของเธอดื้อๆ เสียอย่างนั้น
เพลงแอบลอบถอนใจปกติไม่เคยจีบใครก่อนเสียด้วย พอลองจีบผู้ชายสักคนถึงรู้ว่ายากกว่าที่คิดมาก
มาร์คมองคนที่บอกว่ากินได้ทุกอย่างแต่ก็ยังไม่ยอมกินอะไรเสียที เอาแต่นั่งยิ้มมองเขาสลับกับอาหาร พอเขาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นรอยยิ้มบนริมฝีปากสวยเสมอ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจตักอาหารที่ตัวเองเป็นคนทำใส่จานให้นั่นแหละเธอถึงเริ่มลงมือกิน
อาหารที่เขาทำเสียเยอะนั้นสุดท้ายก็หมดทุกอย่าง เธอกินไปมองหน้าเขาไปทำให้เจริญอาหารมาก สุดท้ายกินไปเสียเยอะ เพลงยกมือขึ้นลูบพุงที่ป่องออกมาเบาๆ พอเขามองมาก็รีบแขม่วแทบไม่ทัน คนสวยยืนขึ้นเก็บจานอย่างเขินๆ ที่ตัวเองลืมรักษาภาพลักษณ์สวยๆ ไปเสียสนิท ต้องโทษที่เขาทำอาหารเก่งเกินไป
“วางไว้นั่นแหละเดี๋ยวล้างเอง” มาร์คบอกเมื่อเห็นเธอเก็บจานไปวางที่อ่างล้างจาน
“ได้ไงพี่ทำกับข้าวแล้วนี่นา ให้เพลงล้างเถอะ เพลงทำกับข้าวไม่เก่งแต่ล้างจานเก่งมาก ตอนเด็กช่วยยายล้างบ่อย” จะให้เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรไม่เป็นเลยได้ยังไง ในเมื่อเธอมีข้อดีตั้งหลายอย่าง เพลงหันไปจัดการถ้วยจานในอ่างล้างจานอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นท่าทางเธอคล่องแคล่วมาร์คจึงหันไปเก็บอุปกรณ์ที่ตัวเองใช้ทำอาหารเข้าที่แทน ภายในคอนโดของเขาโซนห้องครัวเป็นเพียงโซนเล็กๆ สำหรับทำกับข้าวกินกันสองคนพี่น้องเท่านั้น พอเพลงล้างจานเสร็จเป็นจังหวะเดียวกับที่มาร์คเก็บกระปุกเครื่องปรุงเข้าที่หันหน้ามาพอดี หัวเล็กๆ ของเธอจึงชนกับคางเขาเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย” มาร์คร้องขึ้นด้วยความเจ็บทำเอาคนตัวเล็กกว่าตกใจ กังวลว่าหน้าหล่อๆ ของเขาจะเสียโฉมเพราะหัวแข็งๆ ของเธอ
“พี่มาร์คเจ็บมากไหม” เธอจับหน้าคนที่ก้มหน้าลงร้องโอดโอยไว้แล้วดึงให้นั่งลงที่เก้าอี้
“ฮือ คางแดงไปหมดเลยต้องเจ็บมากแน่เลย” เพลงลูบคางแดงก่ำของเขาไปมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดแทน ช่วงนี้เธอติดตามตารางงานของมาร์ค เขามีคิวถ่ายแบบแน่นแทบทุกวัน เกิดคางบวมขึ้นมาไม่รู้จะมีผลต่องานของเขาหรือเปล่า ลูบไปลูบมาจากที่แดงแค่คางเขากลับแดงไปทั้งใบหน้าเสียอย่างนั้น
“เจ็บมากเลยเหรอ” คนสวยมองเขาตาละห้อยอย่างสำนึกผิด โดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวริมฝีปากแดงสวยก็จุ๊บลงไปที่คางสากของเขาเร็วๆ
“หายเจ็บนะคะ”
มาร์คกัดฟันกรอดนี่เธอคิดจะยั่วกันเหรอ ทั้งที่เขาพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษหักห้ามใจมาตลอด ตั้งแต่ยัยน้องสาวตัวดีของเขาออกไปจากห้อง
แขนแข็งแรงอย่างนักกีฬาของเขาโอบเอวดึงจนล้มมานั่งบนตัก
ปกติเขาไม่ใช่พวกบ้าผู้หญิงเหมือนเพื่อนๆ พอมีความต้องการตามวัยที่ฮอร์โมนเริ่มพลุ่งพล่านเขาก็ปลดปล่อยด้วยการออกกำลังกายแทน แม้จะมีผู้หญิงมากมายเข้าหา มาร์คก็หลบเลี่ยงเสมอเพราะไม่อยากให้มีปัญหาต่างๆ ตามมา แต่กับเธอคนนี้ตั้งแต่วันที่เขาจูบกับเธอในรถวันนั้นมันให้ความรู้สึกที่ดีมากถึงขั้นที่เขาเก็บมาฝันถึงมันบ่อยๆ ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าจูบกับผู้หญิงคนอื่นจะทำให้รู้สึกดีแบบนี้ไหม แต่เขาก็ไม่อยากลองกับใครเลย พอนึกภาพคนที่เขาอยากสัมผัสมากที่สุดหน้าสวยเฉี่ยวของเธอก็ลอยมา โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เขาดึงใบหน้าเธอเข้าหา ล่อลวงเธอด้วยปากและลิ้นจนเธอหอบหายใจแทบไม่ทัน เธอแค่จุ๊บเขาเบาๆ เท่านั้นแต่เขากลับดูดดึงริมฝีปากเธอจนเกิดเสียงดังทั้งยังส่งลิ้นเข้ากวาดต้อนเธอไม่หยุด
“พอ...หยุดก่อนค่ะ”
เพลงละล่ำละลักห้ามเขาเสียงสั่นเมื่อมาร์คเริ่มผละจากริมฝีปากเธอเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นแก้มนวลที่เริ่มแดงก่ำเพราะถูกหนวดที่เขายังไม่ได้โกนถูไถ กลัวว่าถ้าไม่รีบห้ามจะเลยเถิดกว่านี้จนตัวเองก็อาจอดใจไม่ไหว
“ปล่อยมือจากคอพี่ก่อนสิ” ริมฝีปากเขาคลี่ยิ้มล้อเลียนเธอ ปากบอกให้เขาพอแต่เธอกลับรัดเขาเสียแน่น
“เราต้องมาคุยกันก่อน” เธอละล่ำละลักบอกเขา
“คุยกันว่า?”
“พี่มาร์คห้ามทำอะไรเพลงมากกว่าจูบจนกว่า...เราจะคบกัน”
หน้าหล่อของเขาขมวดคิ้วมุ่น จ้องหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ชอบสัมผัสของเขาแต่กลับปฏิเสธ
“ก็พี่ไม่ได้ชอบเพลงนี่ หรือไม่ใช่” แม้จะรู้ว่าคำตอบเขาคืออะไร แต่ก็ยังอดคาดหวังไม่ได้
แต่พอเห็นเขาเงียบเจ้าตัวก็รู้คำตอบแล้ว
“โกรธเหรอ”
“เปล่า” คนตัวเล็กเผลอสะบัดหน้าอย่างแสนงอน ทั้งที่ไม่มั่นใจอะไรเลยว่างอนแล้วเขาจะง้อหรือเปล่า
มาร์คจัดเสื้อผ้ายับย่นของเธอให้เรียบร้อยแล้วดึงเธอลุกเดินไปนั่งโซฟาด้วยกัน เขาควรจะคุยกับเธออย่างจริงจังเสียที
“ทำไมเพลงถึงมายุ่งกับพี่” อันนี้เขาสงสัยจริงๆ เธอเป็นผู้หญิงสวย สวยมาก มีผู้ชายมากมายมารุมชอบทำไมเธอถึงมายุ่งกับเขา หรือเพราะเธอเห็นเขาเฉยๆ เธอถึงอยากเอาชนะมาร์คอดคิดไปในแง่นั้นไม่ได้
“แล้วพี่ละคะ ทำไมถึงไม่ชอบเพลง” เพลงไม่ได้ตอบเขาในทันทีแต่ถามเขากลับ นึกดีใจที่เธอเริ่มควบคุมเสียงของตัวเองได้ไม่ให้สั่นจนเกินไป เดี๋ยวเขาจะรู้หมดว่าเธอหวั่นไหวไปกับเขาถึงไหนต่อไหน
“ก็...ไม่ได้เกลียด” ความจริงเขาไม่ได้บอกเธอว่ามีหลายอย่างที่เขาชื่นชอบในตัวเธอด้วยซ้ำ เขาชอบจูบเธอ ชอบสัมผัสเธอ แต่ไม่อยากบอกไปให้เธอได้ใจ
แค่เขาพูดว่าไม่ได้เกลียดเธอก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เอาเถอะถึงวันนี้เขายังไม่ได้ชอบเธอ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เกลียดเธอ
“งั้นเรามาเริ่มค่อยๆ ทำความรู้จักกันดีไหมคะ” คนตัวเล็กกว่ามองเขาอย่างท้าทาย ทั้งที่เมื่อกี้แค่ถูกเขาจูบก็ทำตัวแดงเป็นกุ้ง เธอคงไม่รู้ว่าริมฝีปากแดงสดของเธอที่ลอยไปลอยมาตรงหน้ามันท้าทายเขามากแค่ไหน