เสียงนกร้องแผ่ว ๆ จากต้นไม้ริมหน้าต่างปลุกคเชนทร์ให้ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ แสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านบาง ๆ เข้ามาแตะที่ปลายเตียง เขารู้สึกเหมือนฝันเมื่อคืนยังตามหลอกหลอนอยู่แผ่วเบา — เสียงเครื่องวัดชีพจร เสียงคนเรียกชื่อเขา... แต่พอเห็นมือถือวางอยู่บนโต๊ะพร้อมข้อความจากพริม
“ตื่นยังคะ วันนี้ตลาดเช้ามีของน่ารักเยอะเลย”
เขายิ้มอัตโนมัติ ทั้งที่หัวใจยังเจ็บหนึบ ๆ จากความฝันนั้น แต่เพียงได้อ่านข้อความของเธอ เสียงหัวใจเขาก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะอบอุ่นอีกครั้ง
ตลาดเช้าย่านเก่าที่พริมชอบเต็มไปด้วยผู้คน กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ลอยคลุ้ง แข่งกับกลิ่นกาแฟสดจากร้านเล็ก ๆ ข้างทาง แสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบเธอในมุมที่ทำให้ใบหน้าเปล่งประกายราวกับมีแสงส่วนตัว
“พริมมาบ่อยไหม” คเชนทร์ถาม ขณะเดินถือถุงผักในมือ
“ทุกอาทิตย์เลย” พริมตอบพลางยิ้ม “แม่พริมชอบของในตลาดนี้ ตอนเด็ก ๆ พริมชอบมาช่วยถือของ ตอนนี้ก็กลายเป็นนิสัยไปแล้ว”
“แล้วพริมชอบตรงไหนที่สุด?”
“กลิ่น...” เธอตอบทันที “กลิ่นขนมปังตอนเพิ่งอบเสร็จ กับกลิ่นกาแฟยามเช้า มันเหมือนกลิ่นของการเริ่มต้นใหม่”
คเชนทร์มองเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ “งั้นวันนี้...ให้ผมเริ่มต้นวันใหม่ไปพร้อมพริมได้ไหม?”
พริมชะงักไป มุมปากยกขึ้นนิด ๆ “พูดแบบนี้ ระวังนะ พริมจะชวนคเชนทร์ช่วยหิ้วของทุกอาทิตย์เลย”
“ได้สิ” เขายิ้มตอบ “แค่ได้อยู่ข้าง ๆ พริม ผมหิ้วได้ทั้งตลาด”
พริมหลบสายตา แก้มขึ้นสีแดงอ่อน ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ไปดูร้านเมล็ดกาแฟกันเถอะ พริมอยากให้คเชนทร์ลองชิม”
ร้านกาแฟเล็ก ๆ ในตลาดมีเครื่องบดเก่า ๆ ที่ส่งเสียงครืดเบา ๆ เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนที่ยิ้มตลอดเวลา
พริมเลือกเมล็ดกาแฟสองชนิดให้เขาลอง “ลองนี่สิ กาแฟจากเชียงราย กลิ่นผลไม้จาง ๆ กับอีกแบบจากแม่สอด จะเข้มกว่าหน่อย”
คเชนทร์ชิมจากแก้วเล็กที่เจ้าของร้านชงให้ เขาหลับตา สูดกลิ่นเข้าไปลึก ๆ แล้วพูดช้า ๆ “แบบแรกเหมือนตอนพริมยิ้ม ส่วนแบบที่สอง...เหมือนเวลาพริมงอน”
พริมหัวเราะ “นี่คเชนทร์เปรียบกาแฟกับพริมอีกแล้วนะ”
“ก็พริมบอกเองไงว่ากาแฟมีรสของคนชง”
คำพูดนั้นทำให้พริมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือแตะถุงเมล็ดกาแฟเบา ๆ “งั้น...วันนี้คเชนทร์ลองชงให้พริมอีกไหมล่ะ?”
คเชนทร์เงยหน้ามองเธอ “ได้สิ แต่จะได้รสชาติเดิมหรือเปล่าต้องลุ้นกันนะ?”
“อืม” เธอยิ้ม “พริมอยากรู้ว่ารสของคเชนทร์...จะเหมือนเดิมตลอดไปหรือเปล่า”
หลังกลับจากตลาด ทั้งคู่มาที่ร้านกาแฟของพริมเพื่อ “ชงกาแฟแก้วแรกของวัน” ด้วยกัน แสงแดดลอดผ่านกระจกใสสะท้อนบนเครื่องชง เสียงน้ำเดือดเบา ๆ ดังคล้ายเสียงหัวใจเต้นสม่ำเสมอ
“เริ่มจากบดเมล็ดก่อน” พริมสอน เขายืนข้าง ๆ ใกล้จนได้กลิ่นแชมพูจากผมเธอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงกว่าจังหวะบดกาแฟ
“แบบหยาบหรือแบบละเอียด?” เขาถาม
“สำหรับดริป ต้องละเอียดหน่อย แต่ไม่ถึงกับผง” เธอตอบ มืออีกข้างช่วยประคองมือเขาไว้ให้จับเครื่องบดถูกท่า
สัมผัสนั้นแผ่วเบา แต่กลับสั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจ คเชนทร์กลืนน้ำลาย หัวใจเต้นถี่
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น...” พริมพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ “คเชนทร์จะทำเครื่องพัง”
“ผมไม่ได้กลัวเครื่องพัง... ผมกลัวมือฉันสั่นจนโดนมือพริมมากกว่า”
พริมชะงักไป มองหน้าเขานิ่งก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “พูดอีกแล้ว...”
เธอหันกลับไปจัดผ้ากันเปื้อนเพื่อซ่อนรอยยิ้ม คเชนทร์มองเธอเงียบ ๆ แล้วพูดเบา ๆ เหมือนบอกตัวเอง
“ถ้าพริมเป็นกาแฟ ผมคงเสพติดไปแล้วแน่ ๆ”
กาแฟของคเชนทร์เสร็จในไม่กี่นาที กลิ่นหอมเข้มอบอวลทั่วร้าน เขายื่นแก้วให้พริมอย่างประหม่า
“อย่าคาดหวังมากนะ แก้วนี้...ผมตั้งใจสุดชีวิตแล้ว”
พริมรับแก้วมา ชิมเพียงจิบเดียว ก่อนหลับตา “ขม...แต่ไม่ขมจนเกินไป มีความหวานปลาย ๆ”
“เหมือนใครบางคนไหม?” เขาถามยิ้ม ๆ
“เหมือน...” เธอเว้นคำไว้ แล้วเปิดตาขึ้น “เหมือนคเชนทร์ตอนมองพริม”
คเชนทร์นิ่งไป — ไม่รู้จะตอบอะไรนอกจากหัวเราะเบา ๆ เพื่อกลบความเขิน แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไว้ตรงนั้น
แสงแดดลอดผ่านกระจกกระทบแก้วกาแฟจนเกิดเงาสีน้ำตาลบนโต๊ะ เหมือนภาพถ่ายที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบในทุกมุม
หลังชงกาแฟเสร็จ ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของ พริมเปิดเพลงเก่าจากเครื่องเล่นเล็ก ๆ ในร้าน เพลงจังหวะช้า ๆ ที่พูดถึง “ใครบางคนที่เข้ามาเปลี่ยนโลกธรรมดาให้มีความหมาย”
เธอพึมพำตามเนื้อเพลงเบา ๆ ขณะเช็ดโต๊ะ คเชนทร์ยืนมองอยู่ข้างหลัง — รู้ตัวอีกที เขาก็เผลอพูดออกไป
“พริม...”
“หืม?”
“พริมเคยคิดไหม ว่าบางคนเข้ามาในชีวิตเรา...ไม่ใช่เพราะบังเอิญ แต่เพราะมันถูกเขียนไว้แล้ว”
พริมชะงัก หันกลับมามอง “พูดเหมือนนักปรัชญาเลยนะ”
“ก็เพราะผมกำลังอยู่ในบทของพริมไง” เขายิ้ม
เธอหัวเราะ พลางพูดเสียงแผ่ว “ถ้าอย่างนั้น...พริมคงต้องเขียนบทให้คเชนทร์อยู่ในตอนต่อ ๆ ไปด้วย”
เขามองเธออยู่นาน — สายตาเธออ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่แค่ความชอบ ไม่ใช่แค่ความประทับใจ แต่มันคือ “ความรู้สึกเดียวกัน” ที่กำลังเติบโต
เย็นนั้น ขณะที่คเชนทร์นั่งอยู่ในร้านหลังจากพริมกลับไปก่อน เขาหลับตา สูดกลิ่นกาแฟแก้วที่เหลืออยู่ เสียงเพลงยังคลอเบา ๆ
แต่ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดังขึ้นอีกในหัว
“...ชีพจรคงที่... ผู้ป่วยตอบสนองดีขึ้น...”
ภาพแสงสว่างสีขาวแวบเข้ามาอีกครั้ง เหมือนมาจากที่ไกลมาก เขาสะดุ้ง ลืมตา แต่รอบตัวกลับเป็นร้านกาแฟเหมือนเดิม ทุกอย่างนิ่งสนิท
เขามองแก้วกาแฟที่พริมชงไว้ก่อนกลับ — ไออุ่นยังลอยขึ้นจากแก้ว ราวกับมันมีชีวิต
“ถ้ามันเป็นแค่ฝัน...ฉันก็ไม่อยากตื่นเลย”
เขาพึมพำอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มเศร้า ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งช้า ๆ เพื่อยืดเวลาของฝันนี้ให้นานที่สุด
ตกค่ำ พริมส่งข้อความมาว่า
“กาแฟของคเชนทร์วันนี้...อร่อยกว่าที่คิดนะ”
“แต่คราวหน้า พริมจะสอนให้คเชนทร์ทำลาเต้อาร์ต รูปหัวใจ”
คเชนทร์อ่านข้อความนั้นหลายรอบ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ยอมหายไปแม้หลังหน้าจอดับ เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง
ฝนเริ่มตกอีกครั้ง เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาเบา ๆ
เขาคิดถึงคำพูดของเธอในคืนนั้น — “ถ้ามันเป็นแค่ฝัน คเชนทร์จะยังรู้สึกเหมือนเดิมกับพริมไหม?”
หัวใจเขาตอบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“ต่อให้ตื่น...ฉันก็จะหาทางกลับมาฝันถึงเธออีก”