ตอนที่ 18 – วันที่ไม่มีเธอ

1209 Words
เช้าวันจันทร์ มหาวิทยาลัยเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังหยุดสุดสัปดาห์ นักศึกษาพากันเดินขวักไขว่ แต่ในความคึกคักนั้น มีคนหนึ่งที่รู้สึก “ว่างเปล่า” อย่างประหลาด คเชนทร์มาถึงร้านกาแฟตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน เขาช่วยยกถุงเมล็ดกาแฟ จัดแก้ว จัดโต๊ะ เหมือนคนคุ้นเคยกับงาน แต่เมื่อหันมองรอบร้าน กลับไม่มีเธออยู่ตรงเคาน์เตอร์เหมือนทุกที “พริมล่ะครับ?” เขาถามรุ่นพี่ที่ช่วยดูร้าน “อ๋อ... พริมไม่สบาย เห็นว่าไข้ขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนก่อนแล้ว” คำตอบนั้นทำให้หัวใจเขาสะดุดไปชั่ววินาที เสียงเครื่องบดกาแฟที่ดังอยู่กลับเหมือนเงียบลงในหูทันที เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยายามทำตัวปกติแต่ก็เผลอมองประตูร้านทุกครั้งที่มันเปิด — เผื่อเธอจะเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเดิม แต่ทั้งวันนั้น... เธอไม่มาเลย คเชนทร์นั่งอยู่คนเดียวในร้านหลังปิดร้านตอนเย็น เขาเอามือวางบนโต๊ะที่พริมชอบนั่งเช็กบัญชี รอยดินสอที่เธอเคยขีดไว้ยังอยู่ตรงมุมโต๊ะ เขาใช้นิ้วลูบเบา ๆ เหมือนจะกลัวลบมันออกไป บนชั้นวางด้านหลังยังมีกล่องขนมอบที่เธอทำค้างไว้ ข้างกล่องมีป้ายเล็ก ๆ เขียนว่า “พรุ่งนี้อบใหม่ :)” เขาเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่แฝงแววเหงา “พรุ่งนี้ของเธอ... วันนี้มันยังไม่มาถึงเลยนะ พริม” เขาเอนตัวพิงเก้าอี้ สูดกลิ่นกาแฟที่เย็นชืดในแก้ว กลิ่นนั้นเคยให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่วันนี้มันขมอย่างประหลาด คืนนั้น เขากลับถึงห้องพักแต่หัวใจกลับไม่ยอมอยู่เฉย เขาเปิดสมุดบันทึกที่เคยเขียนทุกคืน แล้วเขียนเพียงประโยคเดียวลงไป “วันนี้ไม่มีเธอ โลกมันเงียบเกินไป” เขาเปิดตู้ หยิบสบู่ลาเวนเดอร์ก้อนเล็กที่พริมเคยให้มาในวันกิจกรรมอาสา เธอพูดตอนนั้นว่า “กลิ่นนี้ช่วยให้ใจสงบดีนะ” ตอนนั้นเขายังหัวเราะบอกว่า “ของแบบนี้มันแค่กลิ่น ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก” แต่ตอนนี้... เขาเพียงเปิดฝาและวางไว้ใกล้หมอน กลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ลอยเข้าจมูก และในวินาทีนั้น เขาเพิ่งเข้าใจสิ่งที่เธอพูดจริง ๆ มันทำให้หัวใจที่ว้าวุ่น “สงบลงเพราะคิดถึงคนให้” เช้าวันต่อมา เขายังมาที่ร้านเหมือนเดิม เพื่อนในกลุ่มเริ่มล้อว่า “เป็นแฟนกันหรือยัง ถึงได้กระวนกระวายขนาดนั้น” เขาเพียงหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับไม่มีคำตอบ ช่วงสาย เขาตัดสินใจไปหาพริมที่หอ แต่คนที่หอบอกว่าพริมกลับไปพักที่บ้าน พร้อมกับบอกทางให้เขา ใช้เวลาไม่นานคเชนทร์ก็มาถึงบ้านของพริม บ้านไม้สองชั้นสีขาว มีต้นพุดริมรั้ว ป้าของพริมเป็นคนเปิดประตูต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “พริมยังไม่ค่อยดีเลยลูก เป็นไข้สูงเมื่อวานนี้” เธอพูดพร้อมยื่นแก้วน้ำให้เขา คเชนทร์พยักหน้า “ผมขอเข้าไปดูได้ไหมครับ แป๊บเดียวก็ได้” ป้าของพริมมองหน้าเขาแล้วพยักหน้าเบา ๆ “เข้าไปเถอะ พริมพูดถึงเธอให้ป้าฟังหลายครั้งเลยนะ” หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป กลิ่นลาเวนเดอร์ที่คุ้นเคยก็แตะปลายจมูกอีกครั้ง พริมนอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มสีครีมคลุมถึงอก ผมเธอหล่นมาปรกแก้มเล็กน้อย ใบหน้าซีดจางแต่ยังคงความอ่อนโยนที่เขาจำได้ดี เขาวางถุงผลไม้และน้ำส้มไว้บนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง มองเธอเงียบ ๆ มือข้างหนึ่งของเธอยื่นออกมานอกผ้าห่ม นิ้วเรียวยังมีคราบหมึกจาง ๆ หลักฐานของการทำงานหนักที่เธอไม่เคยบ่น เขาเอื้อมมือไปแตะเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความร้อนจากไข้ หัวใจเขาเหมือนจะถูกบีบแน่น “นี่สินะ... เวลาที่กลัวจะสูญเสียใครสักคนจริง ๆ” ค่ำวันนั้น ป้าของพริมออกไปทำธุระ เขาเลยอาสาอยู่เฝ้าให้ “จนกว่าเธอจะตื่น” ในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจเบา ๆ กับนาฬิกาที่เดินช้า เขานั่งมองเธอผ่านแสงโคมไฟอุ่น ๆ เวลาผ่านไปทีละชั่วโมง เขาเริ่มง่วงแต่ไม่อยากหลับ ตอนตีสอง เขายังนั่งอยู่ตรงนั้น จนหัวพิงโต๊ะหลับไปโดยไม่รู้ตัว มือของเขายังวางอยู่ใกล้มือของเธอ ระยะที่เพียงขยับนิดเดียวก็จับถึง เสียงนกร้องปลุกให้พริมค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอมองเห็นร่างของคเชนทร์ที่ฟุบหลับอยู่ตรงโต๊ะ ผมของเขายุ่งเหยิง เสื้อเปื้อนรอยกาแฟ แต่ใบหน้าดูสงบอย่างที่เธอไม่เคยเห็น เธอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ... ที่อยู่ตรงนี้” เสียงของเธอเบาจนแทบกลืนไปกับลมหายใจ คเชนทร์สะดุ้งตื่น พลางยกหัวขึ้น “พริม! เธอตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” พริมยิ้มบาง “ดีขึ้นแล้ว... แต่เธอสิ นอนท่านั้นไม่เมื่อยเหรอ?” “ไม่เมื่อยเลย” เขาตอบทันที “ขอแค่เห็นพริมตื่นมาผมก็หายง่วงแล้ว” ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบ ๆ ในสายตานั้นไม่มีคำพูดใด ๆ แต่เต็มไปด้วยความผูกพันที่ไม่ต้องอธิบาย ระหว่างที่พริมจิบข้าวต้มที่เขาต้มไว้ เธอพูดเบา ๆ “พริมไม่คิดเลยนะว่าจะมีคนอยู่เฝ้าแบบนี้ ทั้งคืน” “พริมอยู่กับผมทุกวันในร้านกาแฟ ผมจะปล่อยให้พริมนอนป่วยคนเดียวได้ยังไง” พริมยิ้ม “คเชนทร์นี่พูดเหมือนพระเอกนิยายเลย” “งั้นพริมเป็นนางเอกได้ไหมล่ะ” เธอหัวเราะจนหน้าแดง แล้วพูดเบา ๆ “อย่าพูดแบบนั้นสิ... พริมเขินนะเนี่ย” คเชนทร์มองเธอเงียบ ๆ รอยยิ้มของเธอในยามเช้าดูอบอุ่นกว่าดวงอาทิตย์ เขาคิดในใจว่า “ถ้าโลกนี้มีเหตุผลเดียวที่ฉันถูกส่งกลับมา... อาจเป็นเพราะให้ฉันได้อยู่ตรงนี้ ในวันที่เธอต้องการใครสักคน” ก่อนกลับ เขาเดินไปหยุดหน้าบ้าน มองต้นพุดริมรั้วที่เริ่มมีดอกขาวสะพรั่ง พริมยืนอยู่ตรงระเบียง โบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม ภาพนั้นติดตาเขาไปทั้งวัน คืนนั้น เขาเปิดสมุดบันทึกอีกครั้ง และเขียนยาวกว่าทุกคืนที่ผ่านมา “บางที ความสุขไม่ได้อยู่ในวันที่เราหัวเราะด้วยกัน แต่อยู่ในวันที่เราเฝ้าดูใครบางคนหลับอย่างปลอดภัย อยู่ในความเงียบ ที่เต็มไปด้วยความห่วงใย อยู่ในวันที่ไม่มีเธอ แต่ใจฉันยังอยู่กับเธอเสมอ” เขาวางปากกา ปิดสมุดลง แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิท ดาวบางดวงเริ่มส่องแสง ราวกับกำลังตอบกลับสิ่งที่เขาเพิ่งเขียนลงไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD