ตอนที่ 19 – ลมหายใจของใครบางคน

1135 Words
แสงแดดเช้าวันถัดมาอบอุ่นกว่าทุกวัน พริมตื่นขึ้นมาพร้อมอาการดีขึ้นเล็กน้อย ไข้ลดลง แต่ยังอ่อนแรง คเชนทร์นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ มือถือแก้วกาแฟอุ่น ๆ ที่เขาชงเองจากครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน เขายิ้มให้เธอเบา ๆ “วันนี้กลิ่นกาแฟไม่ขมแล้วนะ” พริมยิ้มตอบ “อืม... กาแฟแก้วนี้มีความห่วงใยผสมอยู่ล่ะสิ” ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน เป็นเสียงหัวเราะที่เบาและอ่อนโยนจนแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านดูนุ่มขึ้น บนผนังห้องของพริมมีรูปถ่ายหลายใบ รูปเธอกับเพื่อน รูปในชุดนักเรียนมัธยม รูปกับแมวตัวหนึ่ง แต่รูปหนึ่งสะดุดตาคเชนทร์ที่สุดคือรูปพริมตอนเด็ก ๆ ยิ้มอยู่ข้างเตียงคนป่วย มือเธอจับมือหญิงวัยกลางคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรัก คเชนทร์มองรูปนั้นอยู่พักใหญ่ จนพริมสังเกตเห็น เธอเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบา ๆ “นั่นแม่พริมเองค่ะ... ถ่ายก่อนที่แม่จะจากไปไม่นาน” คำพูดนั้นทำให้เขาหยุดหายใจชั่วครู่ เสียงของพริมไม่สั่น แต่เต็มไปด้วยความสงบแปลก ๆ เหมือนผ่านการร้องไห้มามากพอจนไม่มีน้ำตาเหลือ “แม่พริมป่วยเป็นโรคหัวใจค่ะ อยู่โรงพยาบาลเกือบปีเต็ม พริมอยู่เฝ้าเกือบทุกคืน” เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “แม่ชอบให้พริมเล่าเรื่องตลกตอนเรียน บอกว่าเสียงหัวเราะของพริมช่วยให้หายเหนื่อย” คเชนทร์เงียบ ฟังทุกคำราวกับกลัวทำลายช่วงเวลานั้น “ตอนแม่เสีย พริมเพิ่งขึ้นปีหนึ่ง...” พริมพูดช้า ๆ “คืนนั้น ฉันจับมือแม่ไว้แน่นมาก แต่สุดท้ายเครื่องวัดชีพจรก็หยุดแล้วเสียง ‘ปี๊ด’ ยาว ๆ มันยังติดอยู่ในหัวพริมจนทุกวันนี้” เธอหลับตา สูดลมหายใจลึก “ตั้งแต่วันนั้น ฉันบอกตัวเองว่าจะเป็นพยาบาลให้ได้” คเชนทร์นั่งเงียบอยู่นาน เขามองเธอ แล้วพูดเบา ๆ “เธอเก่งมากเลยนะ พริม... ที่ยังยิ้มได้หลังผ่านเรื่องแบบนั้น” พริมยิ้มบาง ๆ “บางครั้งคนเราก็ต้องยิ้มไว้ก่อน ถึงหัวใจจะยังร้องไห้อยู่ข้างในก็ตาม” คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่ค่อย ๆ กรีดใจเขา ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เพราะเขาเพิ่งเข้าใจ ว่ารอยยิ้มของเธอ ไม่ได้มาจากความสุขง่าย ๆ แต่มาจาก “ความเข้มแข็ง” ที่ฝังลึก เขาเผลอพูดออกมาเบา ๆ “พริมทำให้ผมรู้ว่า... การอยู่ข้างใครสักคนมันสำคัญขนาดไหน” พริมเงยหน้ามองตาเขา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายอ่อนโยน “งั้นคเชนทร์ก็รู้แล้วสิ ว่าทำไมพริมถึงชอบอยู่ในร้านกาแฟมากกว่าที่ไหน ๆ” “เพราะที่นั่นมีผมอยู่หรือเปล่า” เขายิ้มแกล้งถาม พริมหลุดหัวเราะ “ไม่ใช่หรอก... เพราะที่นั่น ฉันได้เห็นคนยิ้ม ได้ฟังเรื่องราวของพวกเขา มันเหมือนแม่ยังอยู่ตรงนี้ ผ่านลมหายใจของทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่” คำพูดของเธอทำให้เขานิ่งงัน “ผ่านลมหายใจของทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่” ประโยคนั้นสะท้อนอยู่ในหัวเขานาน เขาเพิ่งตระหนักว่า นี่คือเหตุผลที่พริมยิ้มให้ทุกคน แม้แต่กับคนแปลกหน้าในร้านกาแฟ เพราะสำหรับเธอ... “ทุกชีวิตคือของขวัญที่แม่ฝากไว้ให้ดูแล” คเชนทร์มองเธอด้วยแววตาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มขยายออกทีละน้อย อบอุ่น อ่อนโยน และเปราะบาง เขาอยากยื่นมือไปจับมือเธอ แต่ก็กลัวเธอจะรู้ว่าเขากำลังสั่น เลยเพียงแค่พูดเบา ๆ “ผมไม่รู้หรอกนะว่าจะอยู่ในชีวิตพริมได้นานแค่ไหน... แต่ตราบใดที่ผมยังอยู่ ผมอยากเป็นลมหายใจของใครบางคน เหมือนที่พริมเป็น” พริมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความเกรงใจ หรือมารยาท แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจ “ขอบคุณนะคเชนทร์... ที่พูดแบบนั้น” หลังจากวันนั้น พริมฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่คเชนทร์กลับยังอยู่ดูแลต่ออีกหลายวัน ทั้งที่เธอไม่ต้องการพยาบาลพิเศษอีกแล้ว เขาทำอาหารให้ ล้างถ้วย จัดห้อง อ่านหนังสือพยาบาลกับเธอ และในบางคืน ทั้งคู่ก็นั่งฟังเสียงฝนด้วยกันโดยไม่พูดอะไร ไม่ต้องมีคำว่ารัก ไม่ต้องจับมือ แค่รู้ว่ามีใครอยู่ข้าง ๆ ก็เพียงพอแล้ว ค่ำวันหนึ่ง ขณะช่วยพริมเก็บผ้าที่ระเบียง เธอพูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันมา “คเชนทร์... เธอเคยกลัวการสูญเสียไหม” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “เคยสิ ตอนที่รู้ว่าแม่ผมจากไป ผมไม่ร้องนะ แค่รู้สึกว่า...โลกมันเงียบเกินไป” “พริมก็รู้สึกแบบนั้น” พริมพูดช้า ๆ “แต่พริมไม่อยากให้ใครต้องรู้สึกแบบนั้นอีกเลย” คเชนทร์มองเธอ เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างจริงใจ “งั้นผมจะอยู่ข้างพริม... จนกว่าพริมจะหายกลัว” พริมเงียบ ก่อนจะพูดเบา ๆ “ขอบคุณนะ” รุ่งเช้า พริมลุกขึ้นมาชงกาแฟแก้วแรกหลังหายป่วย เธอยื่นแก้วให้เขา “ลองสิ วันนี้พริมตั้งใจชงที่สุดเลย” เขารับมา สูดกลิ่นกาแฟที่หอมละมุน “รสนี้ไม่เหมือนทุกวันเลยนะ” “เพราะวันนี้มีความสุขผสมอยู่มั้ง” เธอยิ้ม คเชนทร์หัวเราะเบา ๆ “งั้นขออีกแก้วสิ เผื่อผมจะได้ความสุขเพิ่มอีกหน่อย” เธอส่ายหน้า “โลภจัง” แต่แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เย็นวันนั้น ก่อนเขากลับ พริมเดินมาส่งที่หน้าบ้าน ลมเย็นพัดกลิ่นดอกพุดจากรั้ว พริมพูดเบา ๆ “คเชนทร์รู้ไหม พริมดีใจที่ไม่ต้องอยู่คนเดียวตอนป่วย” คเชนทร์ยิ้ม “งั้นครั้งหน้าไม่ต้องรอให้ป่วยหรอก แค่ไม่สบายใจ ผมก็จะอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม” เธอหัวเราะเบา ๆ “อย่าพูดแบบนี้สิ เดี๋ยวใจพริมเต้นแรง” เขาหัวเราะตอบ “ก็ให้มันเต้นไปสิ อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า...เรายังมีลมหายใจอยู่ด้วยกัน” พริมมองหน้าเขาเงียบ ๆ ก่อนพูดเบา ๆ “ลมหายใจของใครบางคน... มันมีค่าจริง ๆ นะคเชนทร์” และในวินาทีนั้น เขาเพิ่งเข้าใจ — เธอไม่ได้พูดถึงแม่ หรือใครอื่น แต่หมายถึง “เขา”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD