เสียงฝนโปรยบางเบาเหนือเมืองที่เริ่มเข้าสู่ฤดูเปลี่ยนผ่าน ละอองน้ำตกกระทบหลังคาสังกะสีส่งเสียงแผ่วคล้ายจังหวะหัวใจที่สั่นเบา ๆ ของชายหนุ่มผู้เดินทอดน่องไปตามฟุตบาท
อากาศเช้าวันนั้นชื้นและเย็นจนปลายนิ้วชา แต่ในอกกลับอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับหัวใจยังคงมีรอยยิ้มของเธอซ่อนอยู่
“ขอบคุณนะ ที่อยู่ตรงนี้”
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว เขาไม่รู้ว่าทำไมประโยคธรรมดานั้นถึงทำให้รู้สึกเหมือนถูกปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ
แต่แล้ว… ขณะก้าวผ่านทางแยกเล็ก ๆ หน้าตลาด เขาก็หยุดนิ่งทันที
เสียงเบรกดังเอี๊ยด เสียงเหล็กกระทบกันอย่างแรง พร้อมเสียงกรีดร้องของหญิงคนหนึ่งที่ดังสะท้อนทั่วตรอก
ร่างของชายคนหนึ่งถูกรถกระบะเฉี่ยวกระเด็นไปข้างทาง มันไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงนัก แต่ภาพนั้นทำให้หัวใจของคเชนทร์แทบหยุดเต้น
เพราะ…มันเหมือนเดิมทุกอย่าง
ทางแยกนั้น…
ไฟถนนดวงนั้น…
ร่มสีฟ้าที่ตกกลิ้งอยู่กลางถนน…
มันคือภาพเดียวกับวันที่เขาเคยขับรถตกสะพานในวัยห้าสิบ วันที่ชีวิตเขาจบลง
เขายืนตัวแข็ง รู้สึกเหมือนถูกดูดกลับเข้าสู่บางสิ่ง เสียงฝนเริ่มดังกลบทุกอย่าง และในหัวกลับได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยินในโลกนี้
“คุณคเชนทร์... ได้ยินไหม...?”
เสียงนั้นเบาแต่ชัดเจน เหมือนมาจากที่ไกลมาก...ไกลจนเกินจะเอื้อมถึง
หัวใจเขาเต้นรัว เสียงฝนเริ่มกลายเป็นเสียงเครื่องวัดชีพจรดัง "ปี๊บ...ปี๊บ..." แทรกเข้ามาในหัว
เขารีบยกมือขึ้นปิดหู แต่เสียงนั้นกลับดังยิ่งกว่าเดิม
ภาพเบลอพร่าขาววาบเข้าตา แสงจ้าเย็นเยียบ เหมือนอยู่ในห้องผ่าตัด
ร่างกายเขาสั่นสะท้าน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับลงวูบหนึ่ง
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เขากำลังยืนอยู่ใต้ร่มคันเดิมตรงทางแยก
ฝนยังตก แต่ถนนว่างเปล่า ไม่มีรถ ไม่มีคน ไม่มีรอยเลือด
คเชนทร์มองไปรอบ ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงอย่างไร้เหตุผล
ทุกอย่างเหมือนเดิม…แต่ไม่เหมือนเดิม
“นี่มันอะไรกันแน่…” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นพร่าเหมือนคนละเมอ
ในความเงียบ เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดัง “ตุ้บ...ตุ้บ...”
ทุกการเต้นเหมือนกระทบกับขอบบาง ๆ ของโลกบางใบที่กำลังร้าว
วันถัดมา คเชนทร์พยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม เขาไปที่ร้านกาแฟของพริมเหมือนทุกวัน
พริมกำลังเช็ดแก้วหลังเคาน์เตอร์ ยิ้มบาง ๆ ให้เขาเหมือนเคย แต่ในสายตาของคเชนทร์ วันนี้รอยยิ้มของเธอดูชัดกว่าปกติ ชัดจนเขารู้สึกกลัว
“วันนี้ดูเงียบ ๆ นะคะ” พริมเอ่ยขึ้น พลางมองเขาอย่างจับสังเกต
“เมื่อคืนไม่ค่อยได้หลับ...ฝันแปลกนิดหน่อย”
“ฝันแบบไหนเหรอคะ?”
เขานิ่งไปครู่ ก่อนตอบเสียงเบา “ฝันว่า...มีคนเรียกชื่อผม เหมือนอยู่ไกลมาก แต่เสียงนั้นกลับอยู่ในหัว”
พริมเงียบไป หยุดมือที่กำลังเช็ดแก้ว แล้วเอียงคอมองเขา “บางที...อาจเป็นเสียงจากความทรงจำลึก ๆ ก็ได้นะคะ”
คเชนทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ “งั้นเหรอ ความทรงจำบางอย่าง ผมอยากลืม...แต่กลับลืมไม่ได้”
เขามองแก้วกาแฟที่พริมวางให้ กลิ่นหอมของกาแฟคละคลุ้งอบอวล อุ่นจนรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในที่ที่ปลอดภัย
แต่ลึก ๆ แล้ว เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวเริ่มบางลงเรื่อย ๆ
ขณะที่พริมเดินไปจัดของ เขามองเห็นภาพฝันแวบเข้ามาอีกครั้ง
แสงไฟนีออนในห้องสีขาว
เงาร่างใครบางคนยืนอยู่ข้างเตียง
เสียงผู้หญิงร้องไห้...เบา...แต่แผ่วลึก
“อย่าเพิ่งไปนะ...” เสียงนั้นสั่นราวกับกลั้นน้ำตา
คเชนทร์สะดุ้ง รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งสะกิดลึกในหัวใจ
เขาเผลอยกมือแตะหน้าอก เหมือนต้องการยืนยันว่าตัวเองยังอยู่ที่นี่จริง ๆ
พริมเดินกลับมาพอดี เธอมองหน้าเขา “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า...แค่รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไปนานมาก”
พริมยิ้มบาง ๆ “บางทีสิ่งที่เราลืม...อาจเป็นสิ่งที่เราไม่อยากจำก็ได้นะคะ”
คำพูดนั้นทำให้เขามองหน้าเธออย่างนิ่งงัน
ในแววตาเธอมีบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้ — คล้ายความเศร้าในแสงอบอุ่น
วันนั้นเขานั่งอยู่ที่ร้านนานกว่าทุกวัน เขามองพริมจัดดอกไม้ใส่แจกัน เห็นเธอหัวเราะกับลูกค้า เห็นเส้นผมที่หล่นลงข้างแก้มเวลาที่เธอก้มหน้า
ทุกภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นกลายเป็นภาพที่เขาอยากเก็บไว้ในใจ
เพราะลึก ๆ แล้ว...เขาเริ่มกลัวว่า “วันหนึ่งมันจะหายไป”
ช่วงเย็น ฝนเริ่มตกอีกครั้ง
พริมมองออกไปนอกร้าน “ฝนอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ตกบ่อยจัง”
คเชนทร์หัวเราะ “บางทีฝนอาจจะชอบเราก็ได้นะ มันถึงตามเรามาตลอด”
พริมยิ้ม “หรือบางทีฝนอาจอยากเตือนว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนก็ได้ค่ะ”
คเชนทร์นิ่งไปกับคำพูดนั้น ไม่มีอะไรแน่นอน
ใช่...ไม่มีอะไรเลยที่แน่นอน
แม้แต่โลกที่เขาอยู่ตอนนี้
เขาเงยหน้ามองผ่านกระจก เห็นเงาตัวเองสะท้อนในบานแก้ว แต่ภาพนั้นสั่นไหว เหมือนคลื่นน้ำสะท้อนกลับ
และในเงานั้น...เขามองเห็น “ตัวเองในวัย 50 ปี” เพียงแวบเดียว
ดวงตาคมเข้ม เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ร่องรอยของเวลาที่ผ่าน และแววตาที่เหมือนกำลังมองใครบางคนอย่างโหยหา
“ไม่...” เขาพึมพำ
ภาพนั้นหายไปทันทีที่กระพริบตา
พริมเอียงคอมอง “เป็นอะไรไปคะ?”
เขายิ้มกลบ “ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรเพลิน ๆ”
แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ถ้าทุกสิ่งที่อยู่ตรงนี้เป็นเพียงความฝัน แล้วเธอล่ะ...เป็นของจริงไหม?
คืนนั้น เมื่อกลับถึงห้อง เขานั่งมองร่มสีฟ้าที่วางอยู่มุมห้องอยู่นาน
เสียงฝนยังคงตก และเขารู้สึกเหมือนเสียงนั้นกำลังสื่ออะไรบางอย่าง เหมือนโลกนี้เริ่ม “พร่า” ช้า ๆ
เขาหลับตา
และในความมืด เขาเห็นแสงสีขาววาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงเครื่องมือในห้องผู้ป่วยดังขึ้นแผ่วเบา
เสียงผู้หญิงคนเดิมเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา... “เชน...อย่าทิ้งฉันนะ...”
เขาสะดุ้งตื่น เหงื่อชุ่มร่าง หัวใจเต้นแรง
เมื่อมองไปรอบห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม โต๊ะไม้ กลิ่นกาแฟจากแก้วเมื่อคืน แต่ในอากาศมีความเงียบแปลก ๆ
คเชนทร์นั่งนิ่งอยู่ในเงา ความสงสัย ความกลัว และความโหยหาปะปนในดวงตา
เขายกมือแตะหน้าอกอีกครั้ง...เพื่อให้แน่ใจว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ตรงนั้นจริง ๆ
ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังไม่หยุดตก
เขาคิดในใจเพียงประโยคเดียว
“ถ้านี่คือความฝัน...ก็อย่าเพิ่งให้ฉันตื่นเลย”