ตอนที่ 8 – รอยยิ้มของพริม

1582 Words
เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ เหนือประตูร้านกาแฟ ดังแผ่วเบาเมื่อคเชนทร์ผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมของกาแฟคั่วใหม่ ๆ คลุ้งอบอวลในอากาศทันที เขามองไปรอบร้าน — โต๊ะไม้เล็ก ๆ สองสามตัวเรียงอยู่ใต้แสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจก ความสงบเรียบง่ายของที่นี่แตกต่างจากโลกที่เขาคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่เป็นครั้งที่เท่าไรในสัปดาห์นี้ แต่เขากลับจำได้แม่นว่ารอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่งตรงเคาน์เตอร์ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงทุกครั้งที่เห็น “คุณคเชนทร์...เอ่อ จะเอาเมนูเดิมไหมคะ? ลาเต้ร้อนไม่หวานมาก?” เสียงของพริมดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่แตะมุมปาก เธอจำได้ด้วยซ้ำว่าเขาชอบกาแฟแบบไหน “ครับ เหมือนเดิมเลย แต่ต่อไปเรียกผมคเชนทร์เฉย ๆ ก็พอครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มที่ถูกจับได้ว่ามีความลับบางอย่าง เขาไม่ได้อยากกินกาแฟหรอก เขาแค่อยากมองเธอ — แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจจนไม่อาจหาได้จากใครในโลกใบอื่น พริมเดินไปหลังเคาน์เตอร์ เตรียมกาแฟอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางเธอเรียบง่าย ไม่ได้พยายามอ้อนหรือสร้างเสน่ห์เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอ คเชนทร์มองแล้วแปลกใจที่หัวใจเขากลับสงบลงอย่างประหลาด เสียงเครื่องชงกาแฟดังผสมกับเสียงฝนโปรยบาง ๆ ข้างนอก เป็นจังหวะที่ทำให้โลกดูช้าลง “คุณ...เอ้ย! คเชนทร์ มาที่นี่บ่อยจังเลยนะคะ” พริมพูดขึ้นขณะส่งแก้วกาแฟให้เขา “ระวังจะติดกาแฟร้านนี้จนเลิกไม่ได้นะ” คเชนทร์หัวเราะเบา ๆ “อาจจะไม่ใช่กาแฟก็ได้นะ ที่ทำให้ผมอยากกลับมา” พริมชะงักเล็กน้อย ก่อนยิ้มบาง ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณที่ชอบร้านเล็ก ๆ แบบนี้ค่ะ” เธอพูดอย่างสุภาพเหมือนคนที่ไม่คิดจะรับหรือปฏิเสธคำชม แต่ในแววตานั้น...ไม่มีความหวั่นไหวเลย คเชนทร์ชินกับการที่ผู้หญิงมักจะหลงเสน่ห์หรือประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าเขา แต่พริมกลับต่างออกไป เธอมองเขาอย่างคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เพลย์บอย ไม่ใช่ชายที่ดูดีมีเสน่ห์ แต่เป็นแค่ “คน” ที่มาซื้อกาแฟเท่านั้น ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวในใจคเชนทร์ เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความสนใจ ความหลงใหล หรือเพียงแค่ความสบายใจที่ได้อยู่ใกล้เธอ เขานั่งลงที่โต๊ะประจำ ริมหน้าต่างที่มองเห็นสายฝนพรำ พลางมองเธอเดินกลับไปจัดของหลังร้าน มือเรียวของเธอมีรอยแดงเล็ก ๆ จากการทำงานหนัก และเส้นผมที่หลุดจากหางม้าก็เปียกชื้นจากฝนเมื่อครู่ ทุกอย่างในตัวเธอดู “ไม่สมบูรณ์แบบ” — แต่กลับดึงดูดสายตาเขาอย่างประหลาด “คนเราน่ะ ไม่ได้มีค่าที่ภายนอกเสมอไปหรอกนะ...” ประโยคที่พริมพูดไว้เมื่อวันก่อนผุดขึ้นในหัว เขาจำได้ดี ตอนที่เธอพูดกับเขาหลังจากเขาเผลอพูดชมรูปลักษณ์ของเธอแบบขำ ๆ วันนั้นเธอหัวเราะ แล้วพูดต่อว่า “สิ่งที่อยู่ข้างในต่างหาก ที่บอกว่าเรามีค่าจริงไหม” คเชนทร์เงียบไปนานหลังได้ยินคำนั้น เพราะมันแทงเข้าไปในใจ — เขาใช้ชีวิตครึ่งศตวรรษในโลกที่วัดคุณค่าด้วยภาพลักษณ์ เงินทอง และชื่อเสียง แต่ตอนนี้ ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งกลับทำให้เขาเริ่มสงสัยว่า...ที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตผิดไหม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรายชื่อผู้หญิงมากมายที่เคยคุยด้วยในโลกนี้ — ทั้งรุ่นน้องที่คณะ ทั้งสาวบาร์ ทั้งคนที่เขาแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป รายชื่อเหล่านั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป ในตอนที่หัวใจเขาเริ่มจดจำเพียงชื่อเดียว — “พริม” ฝนหยุดตกแล้ว เสียงเพลงเบา ๆ ดังขึ้นในร้าน เป็นเพลงเก่าที่เขาคุ้นหูดี เพราะมันคือเพลงที่เปิดในงานรับน้องเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เขาเงยหน้าขึ้นมองพริมอีกครั้ง แสงอาทิตย์ตกกระทบกับใบหน้าของเธอ รอยยิ้มเรียบง่ายนั้นกลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนวัยยี่สิบอีกครั้ง “บางที...โอกาสครั้งที่สองของฉัน อาจไม่ได้ให้มาสำหรับแก้ไขอดีต แต่เพื่อให้ฉันได้รู้จักคำว่ารักแท้ก็ได้” หลังจากวันนั้น คเชนทร์ก็แวะมาที่ร้านกาแฟแทบทุกวัน เขาพยายามบอกตัวเองว่ามันบังเอิญ — แค่ที่นี่กาแฟอร่อย บรรยากาศดี เหมาะกับการนั่งพักหลังเลิกเรียน แต่ในความจริงที่เขาไม่อยากยอมรับก็คือ…เขามาเพราะ “อยากเห็นรอยยิ้มของพริม” เธอยังคงเหมือนเดิมทุกครั้งที่เขาเห็น ไม่แต่งหน้า ไม่ปรุงแต่ง แค่รวบผมขึ้นหลวม ๆ ใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเรียบ ๆ กับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด แต่ไม่รู้ทำไม — ทุกครั้งที่เธอเงยหน้ามามอง เขากลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงชั่วขณะ เย็นวันหนึ่ง หลังเลิกเรียน คเชนทร์มาถึงร้านก่อนเวลาปิดไม่นาน พริมกำลังเก็บโต๊ะ เขาจึงรีบพูดขึ้น “ผมมาช้าไปหน่อย ร้านยังไม่ปิดใช่ไหมครับ?” พริมเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ “อีกสิบนาทีค่ะ แต่ถ้าอยากนั่งก็เชิญนะคะ เดี๋ยวพริมทำให้แก้วหนึ่ง ถือเป็นออเดอร์สุดท้ายของวัน” “งั้น...ลาเต้ร้อนไม่หวานมากครับ เหมือนเดิม” “ค่ะ” คเชนทร์มองเธอทำงานอย่างใจเย็น มือนั้นเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะเหมือนคนที่คุ้นเคยกับทุกขั้นตอน เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกสงบแค่ได้ดูเธอแบบนี้ เหมือนหัวใจที่เคยวุ่นวาย ค่อย ๆ ถูกกล่อมให้เงียบลง เธอเดินมาวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา “วันนี้ดูเหนื่อย ๆ นะคะ” “คงเพราะฝนมั้งครับ บางทีมันก็ทำให้คนรู้สึกเหงา” พริมพยักหน้า “จริงค่ะ…แต่ฝนก็มีข้อดีนะ มันทำให้ต้นไม้เขียวขึ้น ทำให้เราได้หยุด แล้วฟังเสียงของตัวเองบ้าง” คเชนทร์ยิ้มบาง “พริมพูดเหมือนคนที่ฟังเสียงหัวใจตัวเองบ่อยเลย” “บางทีก็ไม่อยากฟังหรอกค่ะ เพราะมันดังเกินไป” พริมตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ แต่ในดวงตาเธอแฝงแววเศร้าจาง ๆ ที่เขามองเห็น เธอมีบางอย่างที่ปิดซ่อนไว้… และนั่นยิ่งทำให้เขาอยากรู้จักเธอมากขึ้น หลังร้านเริ่มเงียบ พริมเก็บของ คเชนทร์อาสาช่วยยกเก้าอี้ขึ้นโต๊ะ “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวมือคุณเปื้อน” “ไม่เป็นไร ผมเคยทำงานร้านกาแฟอยู่ช่วงหนึ่ง” เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขาโกหก เขาไม่เคยแตะงานแบบนี้ในชีวิต แต่แค่ได้อยู่ใกล้เธออีกนิด เขาก็ไม่อยากพลาด “งั้นฝากยกฝั่งนั้นหน่อยนะคะ” เธอพูดเสียงนุ่ม ทั้งสองช่วยกันเก็บโต๊ะ เสียงฝนกระทบหลังคาเบา ๆ เป็นเหมือนจังหวะของความใกล้ชิดที่ค่อย ๆ ขยับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เมื่อเสร็จงาน พริมเดินมาส่งเขาที่หน้าร้าน “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ถ้าไม่มีคุณคงเสร็จช้ากว่านี้แน่” “ถือว่าแลกกับกาแฟแก้วอร่อย ๆ ก็แล้วกันครับ” เขาตอบยิ้ม ๆ พริมมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ ว่า “คเชนทร์คะ…คนเราน่ะ ไม่ได้มีค่าที่ภายนอกเสมอไปหรอกนะ” คเชนทร์ชะงัก คำพูดนั้นอีกแล้ว — คำพูดเดียวกับที่เธอเคยพูดไว้ก่อนหน้า แต่ครั้งนี้...เขารู้สึกได้ว่ามันแทงลึกกว่าเดิม “พริมหมายถึงผมเหรอครับ?” “เปล่าหรอกค่ะ แค่พูดเฉย ๆ” เธอตอบพลางยิ้ม แต่แววตากลับอ่อนโยนอย่างประหลาด “บางทีสิ่งที่ทำให้เราน่าจดจำ อาจไม่ใช่หน้าตา หรือสิ่งที่เรามี แต่เป็นสิ่งที่เราทำให้คนอื่นรู้สึกต่างหาก” เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองเธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่สั่นหัวใจ มันไม่ใช่คำสอน มันคือ “ความจริง” ที่เขาไม่เคยยอมรับ คเชนทร์ใช้ชีวิตครึ่งศตวรรษโดยไม่เคยสนใจว่าตัวเองทำให้ใครรู้สึกยังไง เขามีเงิน มีชื่อเสียง มีคนล้อมรอบ แต่ไม่มีใครเคยยิ้มให้เขาแบบ “จริงใจ” อย่างพริมเลยแม้แต่คนเดียว คืนนั้นเขากลับถึงหอช้า ฝนหยุดตกแล้ว กลิ่นดินเปียกยังคงลอยอวล เขาเปิดหน้าต่าง มองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกควันจาง ๆ ภาพรอยยิ้มของพริมยังติดตาไม่หาย “บางที...ชีวิตที่สองนี้ อาจไม่ใช่การย้อนเวลาเพื่อแก้ไขอดีต แต่อาจเป็นโอกาส...ให้ฉันได้เข้าใจว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง” เขาหยิบสมุดบันทึกเก่าที่ใช้จดแผนการลงทุนออกมา แต่แทนที่จะเขียนสูตรการสร้างกำไรเหมือนทุกครั้ง เขากลับเขียนเพียงประโยคเดียวลงไปด้วยลายมือที่สั่นเล็กน้อย “ฉันอยากเจอเธออีกพรุ่งนี้ — แค่ได้เห็นรอยยิ้มของพริมก็ดีต่อใจมากแล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD