เสียงฝนเทกระหน่ำในบ่ายวันหนึ่ง...
สายฟ้าแลบวาบบนฟ้า เม็ดฝนสาดกระแทกกระจกหน้าร้านกาแฟเป็นระลอก
ลูกค้าทยอยออกจนหมด เหลือเพียงเขากับเธอ — พริม — ที่ยังคงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์
คเชนทร์นั่งอยู่ตรงมุมเดิม โต๊ะเล็กใกล้หน้าต่าง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเทาหนักอึ้ง
เขาชอบฝน...หรืออย่างน้อย เขาเคยคิดว่าชอบ
แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ฝนเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขา “ปวดหนึบ” ทุกครั้งที่มองเห็น
“ฝนตกอีกแล้วนะคะ”
เสียงพริมเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างเช็ดแก้ว
“ใช่ครับ...ช่วงนี้เหมือนฝนไม่รู้จักพอ”
เธอหัวเราะน้อย ๆ “บางทีมันก็เหมือนคนแหละค่ะ เวลาร้องไห้ก็หยุดไม่ค่อยได้”
คเชนทร์เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเขาเผลอมองใบหน้าเธอที่สว่างอยู่ใต้แสงไฟอุ่น ๆ ของร้าน
น้ำเสียงเรียบง่ายนั้นกลับแทงลึกเข้าไปในใจเขา — เพราะมันพูดถึงสิ่งที่เขาเองไม่เคยยอมรับ
เขาเคยร้องไห้...ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ?
“วันนี้คเชนทร์จะกลับยังไงคะ?” พริมถามเมื่อเห็นเขามองออกไปนอกร้านที่ฝนยังตกหนัก
“ผมขับรถมาครับ แต่คงรอให้ฝนซาก่อน”
“งั้นเดี๋ยวฉันปิดร้านก่อนนะคะ”
เธอพูดพลางเดินไปล็อกประตูด้านหน้า เสียงลูกกุญแจดังคลิกเบา ๆ ก่อนเธอหยิบร่มสีฟ้าอ่อนขึ้นมาจากมุมเคาน์เตอร์
“คุณอยู่ทางเดียวกับฉันไหมคะ?”
“ผมไปทางถนนใหญ่ ผ่านตลาดน่ะครับ”
“อ้าว งั้นใกล้กันเลย ฉันอยู่หลังตลาดพอดี”
เขายิ้มเล็กน้อย “งั้นให้ผมไปส่งไหมครับ ฝนตกหนักแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
พริมเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะยื่นร่มในมือให้เขา
“ร่มคันนี้ใหญ่พอสำหรับคนเดียวค่ะ...คุณเอาไปดีกว่า”
“แล้วคุณล่ะ?”
“ฉันรอฝนซาอีกหน่อยก็ได้” เธอยิ้มบาง “ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้...แต่กันเหงาไม่ได้หรอกค่ะ”
ประโยคนั้น...เหมือนเสียงฝนหยุดลงชั่วขณะในหัวเขา
คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง ทำให้หัวใจของคเชนทร์เหมือนถูกบีบเบา ๆ
เขามองร่มในมือ — ผืนผ้าใบสีฟ้าอ่อนที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว — แล้วเงยหน้ามองเธออีกครั้ง
เธอยิ้มให้เขาแบบที่เคยทำเสมอ ไม่มากไม่น้อย แต่อบอุ่นจนอยากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ขอบคุณครับพริม” เขาพูดเบา ๆ ก่อนเดินออกไปกลางสายฝน
เสียงฝนกระทบผืนถนนดังซ่า กลิ่นดินชื้นอบอวล และหัวใจของเขา...สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน
เขาเดินฝ่าสายฝนกลับไปยังที่จอดรถ ร่มสีฟ้าในมือกางบังไว้เหนือหัว
แต่ฝนกลับสาดเข้ามาโดนตัวอยู่ดี
ไม่รู้ทำไม — เขาไม่ได้รีบขึ้นรถเหมือนทุกครั้ง เขาแค่อยากเดินไปเรื่อย ๆ ในเสียงฝนที่กลบทุกอย่าง
ฝนในตอนนี้ไม่เหมือนฝนในคืนอุบัติเหตุ
ครั้งนั้นฝนเย็นชาและอ้างว้าง
แต่คืนนี้...ฝนเหมือนอ่อนโยนขึ้น เพราะมันมาพร้อมภาพรอยยิ้มของใครบางคน
ในห้องของเขา คเชนทร์ถอดเสื้อที่เปียกชื้นออก แขวนไว้ข้างหน้าต่าง
เขาวางร่มพับสีฟ้าไว้ตรงหัวเตียง มันดูเรียบง่าย แต่แปลก...เหมือนมันมีชีวิต
ทุกครั้งที่เขามองมัน ภาพใบหน้าของพริมก็ย้อนกลับมาในหัว
เขานั่งลงบนเตียง ลูบผ้าร่มเบา ๆ แล้วหัวเราะกับตัวเอง
“ผู้หญิงคนนี้...ทำไมพูดอะไรนิดเดียว แต่จำไม่ลืมเลยนะ”
ฝนยังตกต่อเนื่องด้านนอก
ในความเงียบ เขาคิดถึงคำพูดของเธอ — “ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้...แต่กันเหงาไม่ได้หรอกค่ะ”
มันกลายเป็นประโยคที่สะกิดใจเขามากกว่าคำหวานจากผู้หญิงนับร้อยในชีวิตที่ผ่านมา
เขารู้ดี...เพราะถึงจะมีทุกอย่างในชีวิต เขาก็ยัง “เหงา” อยู่ดี
ร่มคันนั้นกลายเป็นสิ่งที่เขาหวงแหนที่สุดในช่วงเวลาสั้น ๆ
เขาไม่ได้คืนมันในวันถัดมา ทั้งที่มีโอกาส
พริมถามยิ้ม ๆ ว่า “ร่มอยู่กับคุณหรือเปล่า”
เขาตอบเพียงว่า “อยู่ครับ...แต่ขอใช้ต่ออีกหน่อย”
เธอหัวเราะ “งั้นอย่าทำหายล่ะ”
คเชนทร์ไม่ได้พูดออกไปว่า — เขาไม่มีวันทำหายแน่ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่นในโลกที่เริ่มเย็นชาลงทุกวัน
เช้าวันถัดมา ฝนยังไม่หยุดดี
ละอองฝนเกาะตามกระจกหน้าต่างเหมือนภาพเดิมจากเมื่อคืน
คเชนทร์ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้น — ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่ความว่างเปล่า
แต่เป็นความเงียบแบบอุ่น ๆ ที่อ้อยอิ่งอยู่ในอก
เขาเหลือบมองร่มสีฟ้าที่วางพิงอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า
มันเปียกเพียงครึ่งเดียว เพราะเขาเช็ดมันไว้เมื่อคืน
แต่ที่เปียกกว่าร่ม...คือหัวใจของเขา ที่ไม่รู้ว่าโดนฝนจากภายนอก หรือโดนพายุข้างในซัดซ้ำ
คเชนทร์ไปที่ร้านกาแฟอีกในตอนบ่าย ทั้งที่ฝนยังพรำ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยากดื่มกาแฟ...หรืออยากเห็นเธอมากกว่ากัน
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเขาเปิดเข้าไป กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นฝนตีขึ้นแตะปลายจมูก
พริมอยู่หลังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม
เธอสวมเสื้อกันฝนบางสีขาวโปร่งไว้ข้างในร้าน ผมที่เปียกนิด ๆ จากการไปเก็บโต๊ะด้านนอกทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาแปลกตา
เมื่อเห็นเขา เธอยิ้ม — รอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มที่ไม่มีคำว่าตั้งใจยั่วใจใคร แต่กลับทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่ง
“อ้าว...คเชนทร์มาอีกแล้ว”
“ครับ วันนี้ฝนตกอีก ก็เลยคิดถึงกาแฟร้อน”
“หรือคิดถึงคนชงกาแฟกันแน่คะ” เธอพูดพร้อมหัวเราะน้อย ๆ
เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบเบา ๆ “อาจจะทั้งสองอย่างก็ได้ครับ”
คำตอบนั้นทำให้พริมชะงักเล็กน้อย ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน
“งั้นเอาเมนูเดิมนะคะ — ลาเต้ร้อนไม่หวาน”
เธอหมุนตัวกลับไปชงกาแฟ เสียงไอน้ำจากเครื่องทำกาแฟดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขามองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธอที่ขยับอย่างคล่องแคล่ว แต่อ่อนโยน
มันคือภาพที่เรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจเขารู้สึกเหมือนได้พัก
“พริมครับ”
“คะ?”
“เมื่อคืน...ผมคิดถึงคำพูดของคุณ”
เธอเลิกคิ้วนิด ๆ “คำพูดไหนเหรอคะ”
“ที่คุณบอกว่า...ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้ แต่กันเหงาไม่ได้”
พริมเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่ถือเหยือกนมค้างอยู่กลางอากาศ
จากนั้นเธอวางมันลง แล้วหันมามองเขาเต็มตา
“ก็จริงนี่คะ...คเชนทร์ไม่เห็นด้วยเหรอ”
“ผม...เห็นด้วย” เขาตอบช้า ๆ “เพียงแต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าผมจะเข้าใจมันได้ขนาดนี้”
เธอยิ้มบาง ๆ “บางทีความเหงา...ไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีใครอยู่ข้าง ๆ หรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่าเรากล้ารู้สึกกับใครจริง ๆ หรือเปล่าต่างหาก”
เสียงฝนกระทบกระจกยังดังอยู่ข้างนอก
คเชนทร์มองหน้าเธอแล้วเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ — แต่ในใจกลับสั่น
เขาไม่แน่ใจว่าเธอตั้งใจพูดกับเขา หรือพูดกับใครบางคนในอดีตของเธอเอง
แต่ไม่ว่ากับใคร มันก็สะเทือนใจเขาอยู่ดี
เขานั่งอยู่นานกว่าปกติ วันนั้นกาแฟเย็นชืดไปครึ่งถ้วยก่อนที่เขาจะยกขึ้นจิบ
พริมเดินมานั่งโต๊ะตรงข้าม มือเธอถือแก้วโกโก้เย็นของตัวเองไว้
“คุณไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะ เดี๋ยวฝนก็ซาแล้ว”
“พริมชอบฝนเหรอ” เขาถาม
“ไม่เชิงค่ะ...แต่พริมชอบกลิ่นหลังฝน มันเหมือนโลกเพิ่งผ่านการร้องไห้ แล้วกำลังหายใจใหม่อีกครั้ง”
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงสีเงินของฝนตกกระทบเส้นผมเธอที่สะท้อนในกระจก
เขามองภาพนั้นเงียบ ๆ จนเธอหันกลับมาเจอสายตาเขาเข้า
พริมยิ้ม — และในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกว่าหัวใจที่เคยตายด้านกำลังกลับมาเต้นอย่างช้า ๆ
คืนนั้น คเชนทร์กลับถึงห้อง เขาเปิดไฟแค่ดวงเดียว
เสียงฝนยังพรำอยู่ข้างนอก แต่เบาลงเหมือนเสียงกล่อมจากใครบางคน
เขานั่งลงที่โต๊ะ หยิบร่มสีฟ้าออกมากางในห้องเงียบ ๆ
ร่มนั้นยังมีรอยน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามขอบผ้า
เขาเอื้อมนิ้วแตะมัน แล้วหัวเราะกับตัวเอง
“นี่เราทำอะไรอยู่เนี่ย...นั่งคุยกับร่มงั้นเหรอ”
แต่เขาก็ยังพูดต่อเบา ๆ ราวกับอีกฝ่ายฟังอยู่
“พริม...ผู้หญิงแบบเธอนี่มันอันตรายจริง ๆ นะ”
เขาไม่ได้หมายถึงอันตรายในแบบที่เพลย์บอยอย่างเขาเคยรู้จัก
ไม่ใช่อันตรายจากความสวยหรือเสน่ห์ แต่เป็นอันตรายจาก “ความอบอุ่น” ที่เขาเริ่มพึ่งพา
เพราะเขารู้ดี...คนที่หัวใจเย็นชา มักจะกลัวสิ่งที่ทำให้รู้สึก “มีชีวิต” อีกครั้ง
สองวันต่อมา ฝนหยุดตก อากาศแจ่มใส
แต่เขากลับรู้สึกแปลก — ร้านกาแฟที่ไม่มีเสียงฝน เหมือนขาดบางอย่างไป
เขาเดินเข้าไปนั่งตรงโต๊ะประจำ เธอไม่อยู่ที่เคาน์เตอร์
“พริมล่ะครับ?” เขาถามพนักงานอีกคน
“อ๋อ วันนี้พี่พริมมีเรียนค่ะ เห็นว่าจะมาพรุ่งนี้”
คเชนทร์พยักหน้าแล้วนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นอยู่นาน
กาแฟในมือหมดไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
แต่หัวใจเขากลับรู้ว่าตัวเองกำลัง “รอ” ใครบางคน
และนั่น...คือครั้งแรกที่เขาเริ่มกลัว — กลัวว่าถ้าเธอหายไป เขาอาจจะกลับไปว่างเปล่าเหมือนเดิมอีกครั้ง
กลางคืนวันนั้น เขามองร่มคันเดิมที่ยังวางอยู่ตรงหัวเตียง
เงาร่มสะท้อนในแสงไฟสีเหลืองอ่อน ๆ เหมือนเงาของหญิงสาวคนหนึ่งที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในใจเขาโดยไม่รู้ตัว
คเชนทร์ถอนหายใจ แล้วพูดกับตัวเองในความเงียบ
“อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้กว่านี้เลยพริม...ผมอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับความรู้สึกแบบนี้”