ตอนที่ 9 – บทสนทนาใต้ร่มฝน

1758 Words
เสียงฝนเทกระหน่ำในบ่ายวันหนึ่ง... สายฟ้าแลบวาบบนฟ้า เม็ดฝนสาดกระแทกกระจกหน้าร้านกาแฟเป็นระลอก ลูกค้าทยอยออกจนหมด เหลือเพียงเขากับเธอ — พริม — ที่ยังคงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ คเชนทร์นั่งอยู่ตรงมุมเดิม โต๊ะเล็กใกล้หน้าต่าง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเทาหนักอึ้ง เขาชอบฝน...หรืออย่างน้อย เขาเคยคิดว่าชอบ แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ฝนเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขา “ปวดหนึบ” ทุกครั้งที่มองเห็น “ฝนตกอีกแล้วนะคะ” เสียงพริมเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างเช็ดแก้ว “ใช่ครับ...ช่วงนี้เหมือนฝนไม่รู้จักพอ” เธอหัวเราะน้อย ๆ “บางทีมันก็เหมือนคนแหละค่ะ เวลาร้องไห้ก็หยุดไม่ค่อยได้” คเชนทร์เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเขาเผลอมองใบหน้าเธอที่สว่างอยู่ใต้แสงไฟอุ่น ๆ ของร้าน น้ำเสียงเรียบง่ายนั้นกลับแทงลึกเข้าไปในใจเขา — เพราะมันพูดถึงสิ่งที่เขาเองไม่เคยยอมรับ เขาเคยร้องไห้...ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ? “วันนี้คเชนทร์จะกลับยังไงคะ?” พริมถามเมื่อเห็นเขามองออกไปนอกร้านที่ฝนยังตกหนัก “ผมขับรถมาครับ แต่คงรอให้ฝนซาก่อน” “งั้นเดี๋ยวฉันปิดร้านก่อนนะคะ” เธอพูดพลางเดินไปล็อกประตูด้านหน้า เสียงลูกกุญแจดังคลิกเบา ๆ ก่อนเธอหยิบร่มสีฟ้าอ่อนขึ้นมาจากมุมเคาน์เตอร์ “คุณอยู่ทางเดียวกับฉันไหมคะ?” “ผมไปทางถนนใหญ่ ผ่านตลาดน่ะครับ” “อ้าว งั้นใกล้กันเลย ฉันอยู่หลังตลาดพอดี” เขายิ้มเล็กน้อย “งั้นให้ผมไปส่งไหมครับ ฝนตกหนักแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่สบาย” พริมเงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะยื่นร่มในมือให้เขา “ร่มคันนี้ใหญ่พอสำหรับคนเดียวค่ะ...คุณเอาไปดีกว่า” “แล้วคุณล่ะ?” “ฉันรอฝนซาอีกหน่อยก็ได้” เธอยิ้มบาง “ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้...แต่กันเหงาไม่ได้หรอกค่ะ” ประโยคนั้น...เหมือนเสียงฝนหยุดลงชั่วขณะในหัวเขา คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง ทำให้หัวใจของคเชนทร์เหมือนถูกบีบเบา ๆ เขามองร่มในมือ — ผืนผ้าใบสีฟ้าอ่อนที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว — แล้วเงยหน้ามองเธออีกครั้ง เธอยิ้มให้เขาแบบที่เคยทำเสมอ ไม่มากไม่น้อย แต่อบอุ่นจนอยากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น “ขอบคุณครับพริม” เขาพูดเบา ๆ ก่อนเดินออกไปกลางสายฝน เสียงฝนกระทบผืนถนนดังซ่า กลิ่นดินชื้นอบอวล และหัวใจของเขา...สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน เขาเดินฝ่าสายฝนกลับไปยังที่จอดรถ ร่มสีฟ้าในมือกางบังไว้เหนือหัว แต่ฝนกลับสาดเข้ามาโดนตัวอยู่ดี ไม่รู้ทำไม — เขาไม่ได้รีบขึ้นรถเหมือนทุกครั้ง เขาแค่อยากเดินไปเรื่อย ๆ ในเสียงฝนที่กลบทุกอย่าง ฝนในตอนนี้ไม่เหมือนฝนในคืนอุบัติเหตุ ครั้งนั้นฝนเย็นชาและอ้างว้าง แต่คืนนี้...ฝนเหมือนอ่อนโยนขึ้น เพราะมันมาพร้อมภาพรอยยิ้มของใครบางคน ในห้องของเขา คเชนทร์ถอดเสื้อที่เปียกชื้นออก แขวนไว้ข้างหน้าต่าง เขาวางร่มพับสีฟ้าไว้ตรงหัวเตียง มันดูเรียบง่าย แต่แปลก...เหมือนมันมีชีวิต ทุกครั้งที่เขามองมัน ภาพใบหน้าของพริมก็ย้อนกลับมาในหัว เขานั่งลงบนเตียง ลูบผ้าร่มเบา ๆ แล้วหัวเราะกับตัวเอง “ผู้หญิงคนนี้...ทำไมพูดอะไรนิดเดียว แต่จำไม่ลืมเลยนะ” ฝนยังตกต่อเนื่องด้านนอก ในความเงียบ เขาคิดถึงคำพูดของเธอ — “ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้...แต่กันเหงาไม่ได้หรอกค่ะ” มันกลายเป็นประโยคที่สะกิดใจเขามากกว่าคำหวานจากผู้หญิงนับร้อยในชีวิตที่ผ่านมา เขารู้ดี...เพราะถึงจะมีทุกอย่างในชีวิต เขาก็ยัง “เหงา” อยู่ดี ร่มคันนั้นกลายเป็นสิ่งที่เขาหวงแหนที่สุดในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาไม่ได้คืนมันในวันถัดมา ทั้งที่มีโอกาส พริมถามยิ้ม ๆ ว่า “ร่มอยู่กับคุณหรือเปล่า” เขาตอบเพียงว่า “อยู่ครับ...แต่ขอใช้ต่ออีกหน่อย” เธอหัวเราะ “งั้นอย่าทำหายล่ะ” คเชนทร์ไม่ได้พูดออกไปว่า — เขาไม่มีวันทำหายแน่ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่นในโลกที่เริ่มเย็นชาลงทุกวัน เช้าวันถัดมา ฝนยังไม่หยุดดี ละอองฝนเกาะตามกระจกหน้าต่างเหมือนภาพเดิมจากเมื่อคืน คเชนทร์ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้น — ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบแบบอุ่น ๆ ที่อ้อยอิ่งอยู่ในอก เขาเหลือบมองร่มสีฟ้าที่วางพิงอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า มันเปียกเพียงครึ่งเดียว เพราะเขาเช็ดมันไว้เมื่อคืน แต่ที่เปียกกว่าร่ม...คือหัวใจของเขา ที่ไม่รู้ว่าโดนฝนจากภายนอก หรือโดนพายุข้างในซัดซ้ำ คเชนทร์ไปที่ร้านกาแฟอีกในตอนบ่าย ทั้งที่ฝนยังพรำ เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยากดื่มกาแฟ...หรืออยากเห็นเธอมากกว่ากัน เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเขาเปิดเข้าไป กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นฝนตีขึ้นแตะปลายจมูก พริมอยู่หลังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม เธอสวมเสื้อกันฝนบางสีขาวโปร่งไว้ข้างในร้าน ผมที่เปียกนิด ๆ จากการไปเก็บโต๊ะด้านนอกทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาแปลกตา เมื่อเห็นเขา เธอยิ้ม — รอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มที่ไม่มีคำว่าตั้งใจยั่วใจใคร แต่กลับทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่ง “อ้าว...คเชนทร์มาอีกแล้ว” “ครับ วันนี้ฝนตกอีก ก็เลยคิดถึงกาแฟร้อน” “หรือคิดถึงคนชงกาแฟกันแน่คะ” เธอพูดพร้อมหัวเราะน้อย ๆ เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบเบา ๆ “อาจจะทั้งสองอย่างก็ได้ครับ” คำตอบนั้นทำให้พริมชะงักเล็กน้อย ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “งั้นเอาเมนูเดิมนะคะ — ลาเต้ร้อนไม่หวาน” เธอหมุนตัวกลับไปชงกาแฟ เสียงไอน้ำจากเครื่องทำกาแฟดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขามองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธอที่ขยับอย่างคล่องแคล่ว แต่อ่อนโยน มันคือภาพที่เรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจเขารู้สึกเหมือนได้พัก “พริมครับ” “คะ?” “เมื่อคืน...ผมคิดถึงคำพูดของคุณ” เธอเลิกคิ้วนิด ๆ “คำพูดไหนเหรอคะ” “ที่คุณบอกว่า...ร่มคันเดียวอาจกันฝนได้ แต่กันเหงาไม่ได้” พริมเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่ถือเหยือกนมค้างอยู่กลางอากาศ จากนั้นเธอวางมันลง แล้วหันมามองเขาเต็มตา “ก็จริงนี่คะ...คเชนทร์ไม่เห็นด้วยเหรอ” “ผม...เห็นด้วย” เขาตอบช้า ๆ “เพียงแต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าผมจะเข้าใจมันได้ขนาดนี้” เธอยิ้มบาง ๆ “บางทีความเหงา...ไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีใครอยู่ข้าง ๆ หรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่าเรากล้ารู้สึกกับใครจริง ๆ หรือเปล่าต่างหาก” เสียงฝนกระทบกระจกยังดังอยู่ข้างนอก คเชนทร์มองหน้าเธอแล้วเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ — แต่ในใจกลับสั่น เขาไม่แน่ใจว่าเธอตั้งใจพูดกับเขา หรือพูดกับใครบางคนในอดีตของเธอเอง แต่ไม่ว่ากับใคร มันก็สะเทือนใจเขาอยู่ดี เขานั่งอยู่นานกว่าปกติ วันนั้นกาแฟเย็นชืดไปครึ่งถ้วยก่อนที่เขาจะยกขึ้นจิบ พริมเดินมานั่งโต๊ะตรงข้าม มือเธอถือแก้วโกโก้เย็นของตัวเองไว้ “คุณไม่ต้องรีบกลับหรอกค่ะ เดี๋ยวฝนก็ซาแล้ว” “พริมชอบฝนเหรอ” เขาถาม “ไม่เชิงค่ะ...แต่พริมชอบกลิ่นหลังฝน มันเหมือนโลกเพิ่งผ่านการร้องไห้ แล้วกำลังหายใจใหม่อีกครั้ง” เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงสีเงินของฝนตกกระทบเส้นผมเธอที่สะท้อนในกระจก เขามองภาพนั้นเงียบ ๆ จนเธอหันกลับมาเจอสายตาเขาเข้า พริมยิ้ม — และในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกว่าหัวใจที่เคยตายด้านกำลังกลับมาเต้นอย่างช้า ๆ คืนนั้น คเชนทร์กลับถึงห้อง เขาเปิดไฟแค่ดวงเดียว เสียงฝนยังพรำอยู่ข้างนอก แต่เบาลงเหมือนเสียงกล่อมจากใครบางคน เขานั่งลงที่โต๊ะ หยิบร่มสีฟ้าออกมากางในห้องเงียบ ๆ ร่มนั้นยังมีรอยน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามขอบผ้า เขาเอื้อมนิ้วแตะมัน แล้วหัวเราะกับตัวเอง “นี่เราทำอะไรอยู่เนี่ย...นั่งคุยกับร่มงั้นเหรอ” แต่เขาก็ยังพูดต่อเบา ๆ ราวกับอีกฝ่ายฟังอยู่ “พริม...ผู้หญิงแบบเธอนี่มันอันตรายจริง ๆ นะ” เขาไม่ได้หมายถึงอันตรายในแบบที่เพลย์บอยอย่างเขาเคยรู้จัก ไม่ใช่อันตรายจากความสวยหรือเสน่ห์ แต่เป็นอันตรายจาก “ความอบอุ่น” ที่เขาเริ่มพึ่งพา เพราะเขารู้ดี...คนที่หัวใจเย็นชา มักจะกลัวสิ่งที่ทำให้รู้สึก “มีชีวิต” อีกครั้ง สองวันต่อมา ฝนหยุดตก อากาศแจ่มใส แต่เขากลับรู้สึกแปลก — ร้านกาแฟที่ไม่มีเสียงฝน เหมือนขาดบางอย่างไป เขาเดินเข้าไปนั่งตรงโต๊ะประจำ เธอไม่อยู่ที่เคาน์เตอร์ “พริมล่ะครับ?” เขาถามพนักงานอีกคน “อ๋อ วันนี้พี่พริมมีเรียนค่ะ เห็นว่าจะมาพรุ่งนี้” คเชนทร์พยักหน้าแล้วนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นอยู่นาน กาแฟในมือหมดไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แต่หัวใจเขากลับรู้ว่าตัวเองกำลัง “รอ” ใครบางคน และนั่น...คือครั้งแรกที่เขาเริ่มกลัว — กลัวว่าถ้าเธอหายไป เขาอาจจะกลับไปว่างเปล่าเหมือนเดิมอีกครั้ง กลางคืนวันนั้น เขามองร่มคันเดิมที่ยังวางอยู่ตรงหัวเตียง เงาร่มสะท้อนในแสงไฟสีเหลืองอ่อน ๆ เหมือนเงาของหญิงสาวคนหนึ่งที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในใจเขาโดยไม่รู้ตัว คเชนทร์ถอนหายใจ แล้วพูดกับตัวเองในความเงียบ “อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้กว่านี้เลยพริม...ผมอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับความรู้สึกแบบนี้”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD