เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนเจ็ดโมงเช้า
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คเชนทร์ลุกจากเตียงโดยไม่บ่น เขาเดินไปเปิดม่านรับแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ
อากาศเช้านี้สดชื่น กลิ่นฝนเมื่อคืนจางไป เหลือเพียงไอหมอกบาง ๆ ลอยเหนือหลังคา
เขาเดินไปชงกาแฟเอง — ไม่ใช่ซื้อจากร้านอย่างทุกที
กลิ่นหอมของกาแฟคละคลุ้งไปทั่วห้องเล็ก ๆ
เขาชิมแล้วหัวเราะน้อย ๆ ให้ตัวเอง “ขมเกินไปอีกแล้ว...”
แต่แปลก — เขากลับรู้สึกดี
บนโต๊ะมีร่มสีฟ้าวางอยู่ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงยังไม่เอาไปคืนพริมสักที
บางที...เขาอาจจะยังอยากเห็นมันอยู่ตรงนั้น เหมือนสิ่งเตือนใจว่า ชีวิตเขาเคยอบอุ่นเพราะใครบางคน
บ่ายวันนั้น เขาไปที่ร้านกาแฟอีก
พริมอยู่ตรงเคาน์เตอร์เหมือนเดิม แต่เธอถักผมเปียข้างหนึ่งไว้หลวม ๆ ดูเป็นภาพเรียบง่ายที่ชวนมองจนใจเต้น
“คเชนทร์...หายไปสองวัน คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว”
“ไม่กล้ามา...กลัวโดนถามว่าอยากได้กาแฟหรืออยากเห็นคนชงอีก” เขายิ้มแหย ๆ
พริมหัวเราะ “ถ้างั้นวันนี้ไม่ต้องชงก็ได้ค่ะ มานั่งคุยเฉย ๆ ก็พอ”
เขานิ่งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าเธอจะพูดแบบนั้น
มันไม่ใช่คำพูดหวานหรือมีนัยใด ๆ แต่กลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
เขานั่งลงที่โต๊ะประจำ
เธอเดินมาพร้อมโกโก้เย็นของตัวเองกับลาเต้ของเขา แล้ววางแก้วทั้งคู่ลงบนโต๊ะเดียวกัน
“รู้ไหมคะ บางทีพริมก็ชอบดูคนที่นั่งดื่มกาแฟเงียบ ๆ”
“ทำไมล่ะครับ?”
“เพราะบางคนดูเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง แต่บางคน...เหมือนกำลังกลับไปหาอะไรที่หายไปนานแล้ว”
เขาหันมามองเธอ
สายตาคู่นั้นไม่ได้หวาน ไม่ได้เชิญชวน แต่มัน “มองทะลุ” จนหัวใจเขาเผลออ่อนแอลง
เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในประเภทไหน — หนีหรือกลับไปหา
แต่เขารู้ว่า...ตอนนี้ เขาเริ่มอยาก “กลับไปเป็นคนที่ดีกว่าเดิม”
หลังจากวันนั้น คเชนทร์เริ่มเปลี่ยนไป....
เขาไม่ไปเที่ยวบาร์เหมือนก่อน
เริ่มกลับไปเข้าห้องเรียนจริง ๆ จัง ๆ
ฟังเพลงเก่าที่เคยชอบสมัยเรียนมัธยม แล้วเผลอร้องตามอย่างไม่ตั้งใจ
ทุกเย็น เขาจะแวะร้านกาแฟเดิม ซื้อลาเต้ร้อน แล้วนั่งฟังเสียงพริมคุยกับลูกค้า
บางครั้งเธอจะเล่าเรื่องที่ฟังดูธรรมดาเหลือเกิน — เรื่องแมวที่มานั่งหน้าร้าน เรื่องลูกค้าประจำที่ชอบสั่งกาแฟผิด
แต่ไม่รู้ทำไม...เขากลับรู้สึกว่านั่นคือ ความสุขที่แท้จริง
“คเชนทร์ดูเงียบลงนะคะ” พริมถามขึ้นในวันหนึ่ง
“อืม...อาจจะเพราะเริ่มรู้จักฟังมากกว่าพูด”
“ดีแล้วค่ะ โลกเราจะสงบขึ้นเยอะเลย ถ้าคนเราหัดฟังมากกว่าพูด”
เธอยิ้มให้เขา — รอยยิ้มที่ไม่ต้องพยายาม แต่กลับทำให้เขาอยากมองอยู่อย่างนั้นนาน ๆ
เย็นวันหนึ่ง พริมลืมเอาเสื้อคลุมกลับ
คเชนทร์เห็นเข้าเลยหยิบไว้ให้ แล้วตัดสินใจแวะเอาไปให้ที่หอพักของเธอ
เธอดูแปลกใจมากที่เขามาถึงหน้าห้อง
“คเชนทร์...รู้ได้ยังไงว่าพริมอยู่ที่นี่?”
“พนักงานในร้านบอกครับ” เขายิ้มเจื่อน ๆ “ไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุกอะไรนะ แค่อยากเอาเสื้อคลุมมาคืน”
เธอมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ขอบคุณนะคะ...ไม่คิดว่าคเชนทร์จะใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้”
“เมื่อก่อนผมก็ไม่ใส่ใจอะไรแบบนี้หรอกครับ” เขาพูดพลางหัวเราะเบา ๆ
“แต่พอได้เจอพริม...ผมถึงรู้ว่า บางอย่างที่ดูเล็ก มันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้วันธรรมดา ๆ มีความหมายก็ได้”
พริมเงียบไป
เธอหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีจากส้มเป็นเทา แล้วพูดช้า ๆ
“คนที่พูดแบบนี้ได้ แปลว่าเขาเคยเสียอะไรไปมาก่อนแน่ ๆ”
คเชนทร์ไม่ตอบ เขามองเธอเงียบ ๆ แล้วเพียงแค่ยิ้ม
ใช่...เขาเคยเสียอะไรไปมากกว่าที่ใครจะรู้ — รวมถึง “โอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่เขาได้กลับมาอีกครั้งด้วย
ก่อนเขากลับ พริมยื่นถุงเล็ก ๆ ให้
“ของเล็กน้อยค่ะ ขนมปังที่อบไว้ตอนบ่าย ลองดูนะคะ อาจจะไม่อร่อยแต่ทำด้วยใจ”
“ขอบคุณครับ” เขารับมาพร้อมรอยยิ้ม
กลิ่นขนมปังหอมอุ่นผ่านปลายนิ้ว ทำให้เขานึกถึงบ้านในวัยเด็กที่แม่เคยทำขนมให้ทุกเช้า
ความรู้สึกนั้น...เขาไม่ได้สัมผัสมานานเหลือเกิน
คืนนั้น เขานั่งกินขนมปังเงียบ ๆ ในห้อง
ในใจกลับมีบางอย่างอุ่นขึ้นอย่างช้า ๆ — ความอบอุ่นที่เขาไม่คุ้นเคย แต่ก็ไม่อยากให้หายไปอีก
เขาเปิดเพลงเบา ๆ เพลงเก่าที่เคยฟังสมัยเรียน
เสียงร้องดังขึ้นจากลำโพง “บางที ความสุข...ก็อยู่แค่คนที่นั่งตรงข้ามเรา”
คเชนทร์ยิ้ม พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
พิมพ์ข้อความสั้น ๆ แล้วลบ แล้วพิมพ์ใหม่อีกหลายรอบ
สุดท้าย เขาพิมพ์แค่สองคำ
“ขอบคุณนะครับ”
เขากดส่งไป พร้อมเสียงหัวใจที่เต้นเบากว่าทุกวัน แต่หนักแน่นกว่าเดิม
เช้าวันต่อมา คเชนทร์เดินเข้าไปในร้านกาแฟด้วยหัวใจที่เบากว่าทุกวัน
เขาถือถุงขนมปังที่พริมให้ไว้ในมือ — ครึ่งหนึ่งที่เหลือ เขาเก็บไว้ในกล่องเล็ก ๆ ราวกับกลัวมันจะหายไป
พริมยิ้มให้เขาทันทีที่เห็น
“ดูเหมือนใครบางคนจะตื่นเช้านะคะวันนี้”
“ก็มีแรงบันดาลใจดี ๆ ให้ตื่นครับ” เขาตอบเรียบ ๆ แต่แววตาอบอุ่น
เธอยกคิ้วเล็กน้อย “กาแฟใช่ไหมคะ หรือคนทำกาแฟ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ “อาจจะทั้งสองอย่างก็ได้ครับ”
พริมหัวเราะตาม เสียงหัวเราะของเธอนุ่มนวลเหมือนฝนเบา ๆ ที่ตกลงบนหลังคาสังกะสี — ไม่ดัง ไม่หนาว แต่ชุ่มใจ
บ่ายวันนั้นลูกค้าไม่มากนัก
คเชนทร์นั่งอยู่มุมเดิม ก้มหน้าอ่านหนังสือที่เธอเคยแนะนำ — “The Little Prince”
เขาอ่านช้า ๆ เหมือนพยายามเข้าใจถ้อยคำทุกคำที่พูดถึง “หัวใจของผู้ใหญ่ที่ลืมความอ่อนโยนไปนาน”
ตอนหนึ่งในหนังสือพูดว่า “สิ่งสำคัญมองไม่เห็นด้วยตา แต่รู้สึกได้ด้วยใจ”
เขาวางหนังสือลง แล้วเผลอมองพริมที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่
เธอกำลังพูดคุยกับลูกค้าสูงวัยคนหนึ่งด้วยท่าทีอบอุ่น อ่อนโยน
และในวินาทีนั้น เขาเข้าใจประโยคในหนังสือได้อย่างถ่องแท้ — เพราะเขา “รู้สึก” มันแล้วจริง ๆ
เย็นนั้นฝนเริ่มตกอีก
เสียงฝนตกกระทบหลังคาร้านเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
พริมเดินมาหาเขาพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กในมือ
“คเชนทร์นี่ชอบมาร้านช่วงฝนตกนะคะ”
“อาจเพราะผมชอบบรรยากาศแบบนี้ ฝนทำให้ทุกอย่างดู...ช้า และเงียบ”
“บางคนไม่ชอบความเงียบนะคะ เขาว่ามันทำให้เหงา”
“แต่ผมว่าความเงียบก็เหมือนกาแฟ” เขาหยุดก่อนพูดต่อ “มันจะขมแค่ตอนแรก ถ้าเรายอมรับมันได้ มันจะหอมขึ้นเรื่อย ๆ”
พริมยิ้มจาง ๆ “พูดเหมือนคนเคยผ่านเรื่องขม ๆ มาเยอะเลยนะคะ”
“มากจนบางครั้งผมไม่แน่ใจว่าตัวเองยังมีรสหวานเหลืออยู่ไหม”
“มีสิคะ...” เธอตอบทันที “แค่คุณอาจยังไม่เจอคนที่มองเห็นมันก็เท่านั้นเอง”
ประโยคนั้นเหมือนเสียงสายฟ้าที่ดังในใจเขา
ไม่ใช่เพราะมันหวาน แต่เพราะมัน “จริง” จนเขาเงียบไปนาน
คืนนั้น เขากลับถึงห้องช้า
เขาวางร่มคันเดิมไว้ตรงมุมเดิม แต่คราวนี้เขาไม่มองมันเฉย ๆ
เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วสัมผัสด้ามร่มเบา ๆ — ร่มคันนั้นเปียกจนแห้งสนิท เหมือนความทรงจำที่เริ่มจะอบอุ่นขึ้นในใจ
เขาเปิดสมุดบันทึกที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เขียนเพียงบรรทัดเดียวไว้ในหน้าแรก
“วันนี้ ฉันเริ่มเข้าใจคำว่าความสุข...ที่ไม่ต้องมีใครชื่นชม”
เขาหลับตาลงช้า ๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกต่อเนื่อง
หัวใจของชายวัย 50 ที่กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง เริ่มเรียนรู้ว่า “การได้รัก” ไม่ได้เริ่มจากคำหวาน หรือสัมผัส
แต่มันเริ่มจาก “การได้เห็นใครคนหนึ่งแล้วอยากเป็นคนที่ดีขึ้น”
วันต่อมา เขากลับมาที่ร้านกาแฟอีกครั้ง
พริมยังคงอยู่หลังเคาน์เตอร์ เขายกกาแฟที่เธอชงขึ้นจิบ แล้วพูดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
“รู้ไหมครับ...ผมไม่เคยรู้สึกอยากอยู่ที่ไหนนาน ๆ แบบนี้มาก่อนเลย”
พริมยิ้ม “บางที ที่นี่อาจไม่ใช่ที่ที่คุณอยากอยู่หรอกค่ะ...แต่เป็นที่ที่หัวใจคุณอยากพัก”
เขามองเธอ — แววตาที่ใสจนเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในความว่างเปล่าข้างในเขา
ในวินาทีนั้น คเชนทร์รู้แล้วว่า “ความอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคย” ที่เขากำลังรู้สึก...มีชื่อว่า พริม
คืนนั้น ก่อนนอน เขาเปิดสมุดบันทึกอีกครั้ง เขียนต่อจากบรรทัดเดิม
“บางครั้ง คนเราก็ต้องผ่านความว่างเปล่า ถึงจะรู้ว่าแค่รอยยิ้มธรรมดาก็มีค่ามากแค่ไหน”
“วันนี้...ฉันยิ้มโดยไม่ต้องเสแสร้งเป็นใคร”
เขาปิดสมุด แล้วหลับตาลงอย่างสงบที่สุดในรอบหลายปี
เสียงฝนข้างนอกยังคงตก — แต่ในใจของคเชนทร์ ตอนนี้กลับ “อุ่น” อย่างประหลาด