เช้านี้อากาศเย็นสบายกว่าทุกวัน แสงแดดลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องของคเชนทร์ เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ถือแก้วกาแฟที่ไม่ได้ซื้อจากร้านหรู แต่เป็นกาแฟซองที่ชงเองอย่างง่าย ๆ — แปลกดี...ทั้งที่รสชาติไม่อร่อยเท่าไหร่ แต่กลับรู้สึก “อุ่น” อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ตั้งแต่ได้รู้จักพริม เขาเริ่มสังเกตว่าชีวิตตัวเองเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว จากคนที่ตื่นสาย ออกไปข้างนอกด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้ง พยายามเอาชนะทุกคนรอบตัว ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่อยากใช้เวลาอยู่เงียบ ๆ ทำอะไรเล็ก ๆ ด้วยความตั้งใจจริง
คเชนทร์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินผ่านไปมาในยามเช้า — เด็กนักเรียนที่วิ่งไปโรงเรียน ชายสูงวัยที่เข็นรถขายขนมปัง หญิงสาวที่ถือถุงผักสดจากตลาด ทุกภาพเหล่านั้นเคยเป็นเพียง “ฉากหลัง” ของชีวิตเขา แต่วันนี้กลับมีความหมายเหมือนภาพชีวิตจริง ๆ ที่อยากมองนาน ๆ
และแน่นอน...เขาคิดถึงพริม
ช่วงบ่าย เขาเดินเข้าร้านกาแฟที่พริมทำงานอยู่เหมือนเคย ประตูไม้ส่งเสียง “กรุ๊งกริ๊ง” เบา ๆ พริมเงยหน้าขึ้นจากเครื่องชงกาแฟ ยิ้มบาง ๆ แบบที่เธอมักจะยิ้มเสมอ
“อ้าว คเชนทร์ วันนี้มาก่อนเวลานะคะ”
“เบื่อห้องน่ะ” เขาตอบพลางหัวเราะ “เลยมาหาที่อุ่นใจกว่า”
พริมเลิกคิ้ว “อุ่นใจกว่าห้อง...หมายถึงร้านกาแฟเหรอคะ”
“หมายถึงคนชงกาแฟมากกว่า” เขาตอบทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังไม่หายไปเสียทีเดียว
แต่ต่างจากแต่ก่อน วันนี้พริมไม่เขินหรือหัวเราะกลบเกลื่อน เธอส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า
“งั้นคนชงขอไปเก็บโต๊ะก่อนนะคะ เดี๋ยวลูกค้าจะคิดว่าคุณมาจีบพนักงาน”
เขาหัวเราะเบา ๆ — เสียงนั้นไม่ได้แฝงความเจ้าชู้เหมือนครั้งก่อน แต่เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจ
คเชนทร์มองแผ่นหลังของเธอขณะเดินไปเก็บถ้วย เขารู้สึกเหมือนบางอย่างในใจค่อย ๆ ละลาย
วันนั้นร้านไม่ค่อยมีลูกค้า เขาจึงอาสาช่วยพริมจัดของเข้าชั้น เธอแปลกใจแต่ก็ยอมให้ช่วย
“คุณนี่...ปกติผู้ชายเจ้าชู้ไม่ทำงานพวกนี้นะ”
“ก็เลยอยากลองดูบ้าง” เขาตอบพลางยกกล่องเมล็ดกาแฟวางบนชั้น “เผื่อจะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ใครสักคน มันรู้สึกยังไง”
พริมเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน “บางครั้งความสุขมันก็แค่การได้อยู่ในที่ที่เราสบายใจ ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่หรอกค่ะ”
คเชนทร์นิ่ง ฟังคำพูดนั้นอย่างตั้งใจ รู้สึกว่ามันสั่นสะเทือนในใจมากกว่าที่เธอคิด
เพราะเขาเพิ่งเข้าใจว่า...ที่ผ่านมา เขาไม่เคยอยู่ที่ไหน “อย่างสบายใจ” จริง ๆ เลยสักครั้ง
เย็นวันนั้น ฝนตกอีกครั้ง เสียงฝนกระทบหลังคาร้านกาแฟดังแผ่ว ๆ พริมเปิดไฟสีอุ่นในร้าน เพิ่มบรรยากาศให้ดูนุ่มนวล
กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นฝนทำให้ทั้งร้านเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด
คเชนทร์นั่งมองพริมทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แต่แววตากลับอ่อนโยน เขาชอบเวลาที่เธอตั้งใจทำสิ่งเล็ก ๆ มันมีพลังบางอย่างที่ไม่ต้องใช้คำพูด
“พริม” เขาเรียก
“คะ?”
“พริมเคยมีใครไหม ที่ทำให้รู้สึก...อยากเป็นคนที่ดีกว่านี้”
พริมชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
“อืม...มีสิคะ แต่ไม่ใช่เพราะเขาดีกว่าหรอกนะ แค่เพราะตอนอยู่ใกล้เขา เรารู้สึกว่าโลกมันอ่อนโยนขึ้น”
คำพูดนั้นทำให้คเชนทร์เงียบ เขาก้มมองแก้วกาแฟตรงหน้า เห็นไอน้ำลอยขึ้นเป็นเส้นบาง ๆ เหมือนหัวใจที่กำลังละลายช้า ๆ
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับตอบไปแล้ว — พริม คือคนคนนั้นของเขาเอง...
คืนนั้นคเชนทร์กลับถึงห้อง เขานั่งลงข้างเตียง เปิดสมุดบันทึกที่ไม่ได้แตะมาหลายวัน หน้าเอกสารว่างเปล่าปรากฏขึ้น เขาเริ่มเขียนข้อความสั้น ๆ
“ฉันเคยคิดว่าความสุขคือการได้ทุกอย่างที่อยากได้
แต่วันนี้...ฉันเริ่มคิดว่าความสุขจริง ๆ อาจเป็นแค่การได้เห็นใครบางคนยิ้ม”
เขามองตัวอักษรนั้นอยู่นาน แล้วปิดสมุดลงด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
วันต่อมา เขามาที่ร้านกาแฟอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เพียงนั่งรอหรือพูดคุยเหมือนเดิม แต่เขาเสนอจะช่วยพริมทำเมนูใหม่
“ผมอยากลองทำกาแฟให้พริมดูบ้าง”
“แน่ใจเหรอคะ” เธอยิ้ม “ครั้งที่แล้วคุณเกือบลืมใส่น้ำตาลนะ”
“รอบนี้จะไม่ลืมแน่นอน” เขาพูดอย่างมั่นใจ
ทั้งคู่หัวเราะ ก่อนเริ่มทดลองชงกาแฟด้วยกัน กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วใหม่อบอวลในอากาศ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของพริมผสมกับเสียงช้อนกระทบแก้ว เป็นจังหวะเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจของคเชนทร์เต้นไม่เป็นจังหวะ
ตอนที่พริมลองชิม เธอยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “รสชาติดีกว่าที่คิดนะคะ”
“งั้นถ้าผมเปิดร้านเอง คุณจะมาช่วยไหม” เขาถามแบบเล่น ๆ
พริมตอบกลับทันที “แล้วจะมีคนเจ้าชู้มาชงกาแฟให้ลูกค้าดื่มเหรอคะ”
“ผมอาจจะเลิกเจ้าชู้ก็ได้...ถ้ามีคนคอยมองอยู่”
พริมยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่แววตาเธออ่อนโยนจนคเชนทร์รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองละลายไปทั้งดวง
เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน ทั้งคู่เดินออกมาพร้อมกัน ฝนเริ่มโปรยบาง ๆ พริมถือร่มสีฟ้าคันเดิม คเชนทร์เงยหน้ามองฟ้า
“เดี๋ยวผมไปส่งนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฝนก็หยุดเอง”
“แต่ผมอยากเดินด้วย”
พริมมองหน้าเขาอยู่นาน ก่อนยื่นร่มให้ “งั้นถือร่มให้ฉันละกัน”
เขารับร่มมาถืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ฝนตกลงมาเรื่อย ๆ พวกเขาเดินไปตามทางเล็ก ๆ ข้างร้าน เสียงรองเท้ากระทบพื้นเปียกเบา ๆ
คเชนทร์มองใบหน้าของพริมที่สะท้อนแสงไฟริมถนน รอยยิ้มของเธอเรียบง่าย แต่กลับทำให้โลกทั้งใบดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด
“พริม...” เขาเรียกเบา ๆ
“คะ?”
“ขอบคุณนะ ที่ทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้น”
เธอชะงัก หันมามองเขา “คุณไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อใครหรอกค่ะ แค่เป็นตัวเองในแบบที่สบายใจก็พอ”
คเชนทร์เงียบ เขารู้ว่าเธอพูดจริงใจ และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม
เมื่อส่งพริมถึงที่ เขายื่นร่มคืนให้ แต่เธอส่ายหน้า “เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ฝนช่วงนี้ตกบ่อย”
“แล้วถ้าวันไหนฝนไม่ตก ผมจะเอามาคืนยังไง”
“งั้น...เก็บไว้เป็นข้ออ้างมาก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มพลางหันเข้าตึก
คเชนทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ หายไปในแสงไฟอุ่น ๆ ของโถงทางเข้า หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง “ข้ออ้างสินะ...”
เขาเดินกลับท่ามกลางสายฝนบาง ๆ ที่เหลืออยู่ในอากาศ ร่มสีฟ้ายังคงอยู่ในมือ แต่ในอกกลับรู้สึกเหมือนมี “แสงอุ่น” ส่องขึ้นจากภายใน
ครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป…
คเชนทร์กลับมาถึงห้องในคืนนั้น เขาวางร่มสีฟ้าไว้ข้างหน้าต่าง มองมันพลางยิ้มบาง ๆ
เสียงฝนข้างนอกเบาลง เหลือเพียงกลิ่นหอมของดินและเสียงรถที่วิ่งผ่านเป็นจังหวะ
เขาหยิบสมุดขึ้นมา เขียนข้อความสั้น ๆ ว่า
“ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว...ว่าความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องตามหา
แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น...เมื่อหัวใจเริ่มสั่นไหวเพราะใครบางคน”
“หัวใจของคนเรา...จะเริ่มเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีใครบางคนเข้ามาเติมความอ่อนโยนให้ในวันที่เราคิดว่าชีวิตแข็งกระด้างเกินไปแล้ว”
คเชนทร์วางปากกา แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แสงไฟจากถนนสะท้อนเข้าตา เหมือนแสงในใจที่เริ่มสว่างขึ้นทีละนิด
และคืนนี้ — เขาหลับไปพร้อมรอยยิ้มที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต