ตอนที่ 14 – หัวใจที่เริ่มสั่นไหว

1439 Words
เช้านี้อากาศเย็นสบายกว่าทุกวัน แสงแดดลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องของคเชนทร์ เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ถือแก้วกาแฟที่ไม่ได้ซื้อจากร้านหรู แต่เป็นกาแฟซองที่ชงเองอย่างง่าย ๆ — แปลกดี...ทั้งที่รสชาติไม่อร่อยเท่าไหร่ แต่กลับรู้สึก “อุ่น” อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ตั้งแต่ได้รู้จักพริม เขาเริ่มสังเกตว่าชีวิตตัวเองเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว จากคนที่ตื่นสาย ออกไปข้างนอกด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้ง พยายามเอาชนะทุกคนรอบตัว ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนที่อยากใช้เวลาอยู่เงียบ ๆ ทำอะไรเล็ก ๆ ด้วยความตั้งใจจริง คเชนทร์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินผ่านไปมาในยามเช้า — เด็กนักเรียนที่วิ่งไปโรงเรียน ชายสูงวัยที่เข็นรถขายขนมปัง หญิงสาวที่ถือถุงผักสดจากตลาด ทุกภาพเหล่านั้นเคยเป็นเพียง “ฉากหลัง” ของชีวิตเขา แต่วันนี้กลับมีความหมายเหมือนภาพชีวิตจริง ๆ ที่อยากมองนาน ๆ และแน่นอน...เขาคิดถึงพริม ช่วงบ่าย เขาเดินเข้าร้านกาแฟที่พริมทำงานอยู่เหมือนเคย ประตูไม้ส่งเสียง “กรุ๊งกริ๊ง” เบา ๆ พริมเงยหน้าขึ้นจากเครื่องชงกาแฟ ยิ้มบาง ๆ แบบที่เธอมักจะยิ้มเสมอ “อ้าว คเชนทร์ วันนี้มาก่อนเวลานะคะ” “เบื่อห้องน่ะ” เขาตอบพลางหัวเราะ “เลยมาหาที่อุ่นใจกว่า” พริมเลิกคิ้ว “อุ่นใจกว่าห้อง...หมายถึงร้านกาแฟเหรอคะ” “หมายถึงคนชงกาแฟมากกว่า” เขาตอบทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังไม่หายไปเสียทีเดียว แต่ต่างจากแต่ก่อน วันนี้พริมไม่เขินหรือหัวเราะกลบเกลื่อน เธอส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า “งั้นคนชงขอไปเก็บโต๊ะก่อนนะคะ เดี๋ยวลูกค้าจะคิดว่าคุณมาจีบพนักงาน” เขาหัวเราะเบา ๆ — เสียงนั้นไม่ได้แฝงความเจ้าชู้เหมือนครั้งก่อน แต่เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจ คเชนทร์มองแผ่นหลังของเธอขณะเดินไปเก็บถ้วย เขารู้สึกเหมือนบางอย่างในใจค่อย ๆ ละลาย วันนั้นร้านไม่ค่อยมีลูกค้า เขาจึงอาสาช่วยพริมจัดของเข้าชั้น เธอแปลกใจแต่ก็ยอมให้ช่วย “คุณนี่...ปกติผู้ชายเจ้าชู้ไม่ทำงานพวกนี้นะ” “ก็เลยอยากลองดูบ้าง” เขาตอบพลางยกกล่องเมล็ดกาแฟวางบนชั้น “เผื่อจะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ใครสักคน มันรู้สึกยังไง” พริมเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน “บางครั้งความสุขมันก็แค่การได้อยู่ในที่ที่เราสบายใจ ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่หรอกค่ะ” คเชนทร์นิ่ง ฟังคำพูดนั้นอย่างตั้งใจ รู้สึกว่ามันสั่นสะเทือนในใจมากกว่าที่เธอคิด เพราะเขาเพิ่งเข้าใจว่า...ที่ผ่านมา เขาไม่เคยอยู่ที่ไหน “อย่างสบายใจ” จริง ๆ เลยสักครั้ง เย็นวันนั้น ฝนตกอีกครั้ง เสียงฝนกระทบหลังคาร้านกาแฟดังแผ่ว ๆ พริมเปิดไฟสีอุ่นในร้าน เพิ่มบรรยากาศให้ดูนุ่มนวล กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นฝนทำให้ทั้งร้านเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด คเชนทร์นั่งมองพริมทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แต่แววตากลับอ่อนโยน เขาชอบเวลาที่เธอตั้งใจทำสิ่งเล็ก ๆ มันมีพลังบางอย่างที่ไม่ต้องใช้คำพูด “พริม” เขาเรียก “คะ?” “พริมเคยมีใครไหม ที่ทำให้รู้สึก...อยากเป็นคนที่ดีกว่านี้” พริมชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “อืม...มีสิคะ แต่ไม่ใช่เพราะเขาดีกว่าหรอกนะ แค่เพราะตอนอยู่ใกล้เขา เรารู้สึกว่าโลกมันอ่อนโยนขึ้น” คำพูดนั้นทำให้คเชนทร์เงียบ เขาก้มมองแก้วกาแฟตรงหน้า เห็นไอน้ำลอยขึ้นเป็นเส้นบาง ๆ เหมือนหัวใจที่กำลังละลายช้า ๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจกลับตอบไปแล้ว — พริม คือคนคนนั้นของเขาเอง... คืนนั้นคเชนทร์กลับถึงห้อง เขานั่งลงข้างเตียง เปิดสมุดบันทึกที่ไม่ได้แตะมาหลายวัน หน้าเอกสารว่างเปล่าปรากฏขึ้น เขาเริ่มเขียนข้อความสั้น ๆ “ฉันเคยคิดว่าความสุขคือการได้ทุกอย่างที่อยากได้ แต่วันนี้...ฉันเริ่มคิดว่าความสุขจริง ๆ อาจเป็นแค่การได้เห็นใครบางคนยิ้ม” เขามองตัวอักษรนั้นอยู่นาน แล้วปิดสมุดลงด้วยรอยยิ้มบาง ๆ วันต่อมา เขามาที่ร้านกาแฟอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เพียงนั่งรอหรือพูดคุยเหมือนเดิม แต่เขาเสนอจะช่วยพริมทำเมนูใหม่ “ผมอยากลองทำกาแฟให้พริมดูบ้าง” “แน่ใจเหรอคะ” เธอยิ้ม “ครั้งที่แล้วคุณเกือบลืมใส่น้ำตาลนะ” “รอบนี้จะไม่ลืมแน่นอน” เขาพูดอย่างมั่นใจ ทั้งคู่หัวเราะ ก่อนเริ่มทดลองชงกาแฟด้วยกัน กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วใหม่อบอวลในอากาศ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของพริมผสมกับเสียงช้อนกระทบแก้ว เป็นจังหวะเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจของคเชนทร์เต้นไม่เป็นจังหวะ ตอนที่พริมลองชิม เธอยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “รสชาติดีกว่าที่คิดนะคะ” “งั้นถ้าผมเปิดร้านเอง คุณจะมาช่วยไหม” เขาถามแบบเล่น ๆ พริมตอบกลับทันที “แล้วจะมีคนเจ้าชู้มาชงกาแฟให้ลูกค้าดื่มเหรอคะ” “ผมอาจจะเลิกเจ้าชู้ก็ได้...ถ้ามีคนคอยมองอยู่” พริมยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่แววตาเธออ่อนโยนจนคเชนทร์รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองละลายไปทั้งดวง เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน ทั้งคู่เดินออกมาพร้อมกัน ฝนเริ่มโปรยบาง ๆ พริมถือร่มสีฟ้าคันเดิม คเชนทร์เงยหน้ามองฟ้า “เดี๋ยวผมไปส่งนะ” “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฝนก็หยุดเอง” “แต่ผมอยากเดินด้วย” พริมมองหน้าเขาอยู่นาน ก่อนยื่นร่มให้ “งั้นถือร่มให้ฉันละกัน” เขารับร่มมาถืออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ฝนตกลงมาเรื่อย ๆ พวกเขาเดินไปตามทางเล็ก ๆ ข้างร้าน เสียงรองเท้ากระทบพื้นเปียกเบา ๆ คเชนทร์มองใบหน้าของพริมที่สะท้อนแสงไฟริมถนน รอยยิ้มของเธอเรียบง่าย แต่กลับทำให้โลกทั้งใบดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด “พริม...” เขาเรียกเบา ๆ “คะ?” “ขอบคุณนะ ที่ทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้น” เธอชะงัก หันมามองเขา “คุณไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อใครหรอกค่ะ แค่เป็นตัวเองในแบบที่สบายใจก็พอ” คเชนทร์เงียบ เขารู้ว่าเธอพูดจริงใจ และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม เมื่อส่งพริมถึงที่ เขายื่นร่มคืนให้ แต่เธอส่ายหน้า “เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ฝนช่วงนี้ตกบ่อย” “แล้วถ้าวันไหนฝนไม่ตก ผมจะเอามาคืนยังไง” “งั้น...เก็บไว้เป็นข้ออ้างมาก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มพลางหันเข้าตึก คเชนทร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ หายไปในแสงไฟอุ่น ๆ ของโถงทางเข้า หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง “ข้ออ้างสินะ...” เขาเดินกลับท่ามกลางสายฝนบาง ๆ ที่เหลืออยู่ในอากาศ ร่มสีฟ้ายังคงอยู่ในมือ แต่ในอกกลับรู้สึกเหมือนมี “แสงอุ่น” ส่องขึ้นจากภายใน ครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป… คเชนทร์กลับมาถึงห้องในคืนนั้น เขาวางร่มสีฟ้าไว้ข้างหน้าต่าง มองมันพลางยิ้มบาง ๆ เสียงฝนข้างนอกเบาลง เหลือเพียงกลิ่นหอมของดินและเสียงรถที่วิ่งผ่านเป็นจังหวะ เขาหยิบสมุดขึ้นมา เขียนข้อความสั้น ๆ ว่า “ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว...ว่าความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องตามหา แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น...เมื่อหัวใจเริ่มสั่นไหวเพราะใครบางคน” “หัวใจของคนเรา...จะเริ่มเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีใครบางคนเข้ามาเติมความอ่อนโยนให้ในวันที่เราคิดว่าชีวิตแข็งกระด้างเกินไปแล้ว” คเชนทร์วางปากกา แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แสงไฟจากถนนสะท้อนเข้าตา เหมือนแสงในใจที่เริ่มสว่างขึ้นทีละนิด และคืนนี้ — เขาหลับไปพร้อมรอยยิ้มที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD