ตอนที่ 3 | แรกเจอ

1811 Words
“ไมอาครับ เธอชื่อไมอาเป็นเด็กที่คุณย่ารับอุปถัมภ์มา เจ้าของร้านหอมละมุนที่เราเพิ่งขับผ่านตรงหน้าวัง…คุณย่าท่านเอ็นดูเธอมากครับ” เสียงนนท์คนขับตอบคำถามชายหนุ่มกลับมา “อ่อ” คนนี้นี่เอง…ก็ว่าใครมาเดินอยู่แถวนี้ได้ ชายหนุ่มคิดในใจเพียงเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรต่อจนรถขับเคลื่อนมาจอดเทียบนิ่งสนิทตรงหน้าวังเขาก็ก้าวขาลงมาแล้วเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นห้องของตัวเองในทันที… “ทำไมอากาศมันร้อนแบบนี้เนี่ย…” ปากหนาเหยียดตรงพูดบ่นออกมาทั้งๆ ที่ตัวเองเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ตัวและผมยังเปียกชื้น คามินเพิ่งกลับมาจากว่ายน้ำในช่วงเช้าแล้วก็ตรงเข้าไปอาบน้ำทันทีที่ถึงวัง แต่เขากลับยังรู้สึกร้อนจนพาลอารมณ์เสียเพราะร่างกายยังไม่คุ้นชินกับอากาศของประเทศไทยที่เริ่มร้อนระอุตั้งแต่หัววัน ร่างหนาเดินเปลือยท่อนบนอยู่ในห้องก่อนจะเดินไปหยิบรีโมทแอร์เพื่อปรับอุณหภูมิให้ลดต่ำลงไปอีกจนเหลือเพียงสิบห้าองศาพร้อมกับหมุนตัวกลับมาหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานกลางห้องแล้วพยายามทำใจของตัวเองให้เย็นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พรึ่บ! “ร้อน!! ลงไปหาน้ำเย็นๆ กินดีกว่า” แต่สุดท้ายเขาก็สงบใจของตัวเองไม่ไหวเลยใช้ขาสไลด์เก้าอี้พร้อมกับลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมจะเดินลงไปด้านล่าง ขายาวก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็หันเดินกลับมาหยิบเฮดโฟนคู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะติดมือไปด้วยแล้วเดินออกจากห้องของตัวเองไป ทันทีที่ชายหนุ่มเดินโผล่พ้นลงมาด้านล่างนนท์ก็รีบตรงเข้ามาหาเขาในทันที “เจ้าชายต้องการอะไรไหมครับ…เอ่อคุณคามิน” นนท์ที่เผลอลืมตัวเรียกชายหนุ่มว่าเจ้าชายเลยเปลี่ยนสรรพนามในตอนท้ายอย่างทันท่วงที ตาคมมองผู้ชายอีกคนที่ตัวพอๆ กับเขาแล้วหน้าตาก็ดูดีอยู่ไม่น้อยด้วยสายตาเรียบนิ่ง “อืม เรียกแค่คุณให้ชิน เราอายุเท่ากันหนิ…ไม่มีอะไรให้ช่วยหรอก ว่าจะเดินออกไปซื้อน้ำที่ร้านกาแฟตรงหน้าวังหน่อย” เขาเอ่ยบอกด้วยท่าทางสบายๆ “ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปซื้อให้ดีกว่าคุณชา…คามินจะได้ไม่ต้องเดินร้อนๆ ออกไป” นนท์รีบเสนอตัวแต่ก็ยังพูดจาตะกุกตะกักเพราะไม่เคยชินกับการเรียกที่ดูจะสนิทสนมมากเกินไปเพราะยังไงเขาก็เป็นคนธรรมดาแต่อีกคนนั้นเป็นถึงองค์รัชทายาท “ไม่ต้อง…เอาเวลาไปซ้อมเรียกให้ถูกเถอะ ว่าแต่ย่าไม่อยู่หรอ?” เสียงทุ้มเข้มถามขึ้นเพราะตั้งแต่ที่เขากลับเข้าวังมาก็ยังไม่เจอย่ารดาเลยจนถึงตอนนี้ “คุณหญิงย่าอยู่ที่สวนหลังวังกับป้าช่อครับ ท่านเอาดอกไม้ที่ไมอานำมาให้ตอนเช้าไปปลูก โดยปกติก็จะอยู่ที่นั่น 4-5 ชั่วโมงเลยครับ” “อืม ไปล่ะ” คามินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็สาวเท้าเดินออกมา ฝ่ามือหนาสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางก้าวขาเดินไปตามทางเท้าที่ปูขนานไปกับถนนทางเข้าของวัง ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นที่ไม่ต้องมีคนคอยตามปรนนิบัติดูแลหรือติดเขาแจมากเกินไปเพราะชินกับการทำอะไรด้วยตัวเองมาตั้งเด็กเลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เวลามีคนมาคำนับนบน้อมกับเขาประหนึ่งผู้สูงส่ง คามินแต่งตัวเรียบง่ายชิลๆ แต่ดูดีเหมือนตอนที่อยู่อังกฤษ จะติดก็แต่อากาศที่นี่ที่ไม่ค่อยจะชิลเท่าไหร่นักจนใบหน้าหล่อไม่กล้าเงยหน้าแหงนมองท้องฟ้าเพราะสู้กับแสงแดดไม่ไหว…ร่างสูงใช้เวลาเดินจากวังไม่เกินสามนาทีก็มาถึงหน้าร้านกาแฟที่มีป้ายไม้สไตล์วินเทจเขียนว่า ‘หอมละมุน’ ติดเด่นอยู่ที่หน้าร้าน เขาใช้สายตามองการตกแต่งภายนอกของร้านด้วยความรวดเร็วแล้วพยักหน้าเบาๆ กับรสนิยมที่ค่อนข้างดีของหญิงสาวเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้… มือหนาจับก้านโยกของประตูร้านแล้วเปิดมันออกอย่างไม่ลังเลพร้อมกับแทรกตัวโตเข้าไปด้านใน กริ๊ง กริ๊ง ~ เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่ดังขึ้นเมื่อมีลูกค้าเข้ามาภายในร้านทำให้สาวเจ้าของร้านหมุนตัวหันกลับมาเพื่อรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน ตากลมสวยมองผู้ชายร่างสูงโปร่งที่แต่งตัวสบายๆ กำลังยืนอยู่กลางร้านก่อนจะเลื่อนสายตามามองใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างพินิจและปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาดูดีเหมือนเทพบุตร เพราะเธอไม่เคยเห็นใครหล่อขนาดนี้มาก่อน…โครงหน้าได้รูปแบบชายหนุ่มผสมไปกับคิ้วหนาๆ และสันจมูกโด่งตัดรับกับริมฝีปากเหยียดตรงที่ทำให้ใบหน้าของเขาดูเย่อหยิ่งขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้เธอเหมือนโดนมนต์สะกดเห็นจะเป็นนัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบเทานั่นของเขาเพราะมันช่างดูมีเสน่ห์เสียเหลือเกิน “ตกแต่งร้านสวยดีนะครับทั้งๆ ที่อยู่ใกล้วังที่ดูโอ่อ่าหรูหราแต่ร้านกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและเบาสบาย…แล้วก็กลิ่นหอมดี” คามินบอกออกไปตามที่คิดเพราะเขาค่อนข้างชอบสไตล์การตกแต่งของร้านและกลิ่นขนมผสมกับกลิ่นดอกไม้สดที่หอมอ่อนๆ ไปจนทั่วแต่กลับไม่ชวนเวียนหัว พลันตาคมก็มองใบหน้าของสาวสวยตรงหน้าไม่ต่างกัน…อืม เจ้าของร้านก็สวยดี “ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่ารับเครื่องดื่มหรือขนมอะไรดีคะ” ไมอาส่งยิ้มหวานให้และรีบเอ่ยถามสิ่งที่เขาต้องการเพราะกลัวตัวเองจะเผลอจ้องใบหน้าหล่อนั่นนานกว่านี้จนเขารู้ตัว…แต่คนเราจะดูดีได้ขนาดนี้เลยหรอ? “อืม…อเมริกาโน่เย็นไม่หวานกับมัฟฟินบลูเบอร์รี ทานนี่” ชายหนุ่มต้องย่อตัวลงด้วยความสูงของเขาเพื่อก้มมองเมนูของร้านที่วางไว้แล้วเอ่ยสั่งออกไปแบบไม่ต้องคิดนาน “ได้ค่ะ ลูกค้านั่งรอสักครู่นะคะ” “ครับ” เขาตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะตัวเล็กด้านหลังประตูของร้านเพื่อรอขนมและเครื่องดื่มของตนเองพลางสังเกตร้านกาแฟเล็กๆ นี่ไปจนทั่ว ก่อนจะมองสาวตัวเล็กที่เดินหายเข้าไปหลังม่านกั้นที่น่าจะเป็นครัวอยู่ด้านใน ใช้เวลาไม่นานร่างแบบบางก็เดินออกมาพร้อมกับมัฟฟินที่เพิ่งถูกอุ่นให้ร้อนจนกลิ่นหอมลอยฟุ้งตลบอบอวลพร้อมกับแก้วกาแฟที่วางอยู่บนถาดเพื่อเดินไปเสิร์ฟตรงโต๊ะที่หนุ่มหล่อหน้าไม่คุ้นนั่งอยู่ “ได้แล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ เป็นยังไงติชมได้เลย” เสียงหวานเอ่ยบอกเขาเป็นปกติอย่างที่เธอพูดกับลูกค้าทุกคน “ครับ” “เหม็น / เหม็น” เสียงของคนทั้งคู่พึมพำออกมาพร้อมกันไม่ดังมากแต่ก็ต่างได้ยิน ทำให้ไมอาที่กำลังก้มตัววางของอยู่ถอยตัวออกมายืนด้วยความงุนงงเล็กน้อย กลิ่นตัวของเขาหรอ? คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป “ขนมนี่…เพิ่งทำใหม่วันนี้หรอครับ?” คามินพูดออกมาด้วยอาการลังเลก่อนจะยกจานมัฟฟินตรงหน้าขึ้นมาดม “ใช่ค่ะ คุณจะบอกว่ากลิ่นเหม็นนั่นเป็นเพราะขนมของฉันเน่าอย่างนั้นหรอ” ใบหน้าสวยเรียบตึงขึ้นในทันที “นี่ ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อยแค่ถาม…ก็ได้กลิ่นเหม็นเหมือนกันไม่ใช่หรอ” เสียงทุ้มเข้มขึ้นไม่ต่างกัน “กลิ่นตัวตัวเองหรือเปล่า…” ปากอวบอิ่มพูดออกมาเบาๆ แต่ก็ดังพอที่ชายตรงหน้าของเธอจะได้ยินทำให้ตาคมหรี่ลงจ้องมองใบหน้าสวยนั่นอย่างเปิดเผย “มาว่าลูกค้าแบบนี้ได้ไง ถึงว่าร้านเงียบเชียว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “ก็แล้วคุณมาดมมัฟฟินทำเหมือนอย่างกับมันเน่างั้นแหละ ตลก!” ไมอายังคงน้ำเสียงของตัวเองได้ดีแต่แขนเรียวยกขึ้นกอดอกเรียบร้อย “เหอะ! ไหนย่าบอกเป็นเด็กน่ารักไง” “คุณพูดอะไรนะ?” เสียงหวานทวนถามเพราะประโยคหลังที่เขาพูดเป็นจังหวะที่ชายหนุ่มหันตัวออกเตรียมจะลุกขึ้นยืนทำให้เธอได้ยินไม่ชัด “…” เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรแต่มือคว้าหยิบแก้วกาแฟแล้วเดินออกจากร้านไปเฉยๆ อะไรของเขา!!! ทันทีที่ร่างสูงเดินพ้นประตูออกไปไมอาก็หยิบจานมัฟฟินขนมที่เธอทำเองกับมือขึ้นมาดม ซึ่งมันก็กลิ่นหอมดีไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เพื่อความแน่ใจเธอเลยหยิบช้อนเล็กที่วางไว้ข้างจานขึ้นมาตักชิมเข้าปาก…มันก็อร่อยปกติ! แต่ในจังหวะที่เธอก้มตัวลงเพื่อโน้มหน้าเข้าหาจานขนมกลิ่นเหม็นก็ลอยมาปะทะจมูกเข้าอย่างจังอีกครั้ง จมูกเล็กฟุดฟิดดมตามกลิ่นไปจนถึงซอกประตูที่ห่างจากขาเก้าอี้ตัวที่ผู้ชายคนเมื่อกี้นั่งไม่มาก นัยน์ตาสวยก็เห็นซากของจิ้งจกที่ถูกประตูหนีบติดแหง็กอยู่ตรงมุมด้านล่างในสภาพที่กำลังเน่าอืด… ใบหน้าสวยไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ แต่เดินกลับมาหยิบไม้กวาดและที่ตักขยะจากหลังร้านเพื่อเก็บเศษซากของมัน พอจัดการเรียบร้อยไมอาก็ใช้หลังดันประตูหน้าร้านของเธอเพื่อเอาซากเน่าของจิ้งจกออกไปทิ้งที่ถังขยะใบใหญ่ด้านหน้า ร่างบางโผล่พ้นออกมาจากตัวร้านก็เจอกับผู้ชายคนเดิมที่ยังยืนดูดกาแฟเก๊กหล่ออยู่ ตาคมเหลือบสายตาลงมองเศษซากจิ้งจกที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนที่โกยขยะ มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นทันที “แล้วมาว่ากลิ่นตัวเรา…หึ” “แล้วมันใช่ขนมฉันไหมล่ะ” ไมอารีบสวนกลับอย่างคนไม่ยอม “ก็ไม่ใช่ แต่แปลว่าร้านสกปรกสิ จิ้งจกตายจนเน่ายังไม่รู้เลย” “…” เธอไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินไปเคาะซากเน่าลงถังขยะพร้อมกับหมุนตัวปิดประตูกระแทกเสียงดังเดินเข้าร้านของตัวเองไป ปึง! “อะไรก็ดี ยกเว้นก็แต่เจ้าของร้านล่ะวะ” ใบหน้าหล่อเงยมองป้ายร้านอีกรอบก่อนจะสาวเท้าเดินชิลๆ กลับเข้าวัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD